ชายคนหนึ่ง (Josh Duhamel) ตื่นขึ้นมาในโรงพยาบาลโดยจำอะไรเกี่ยวกับตัวเองไม่ได้เลย ก่อนที่เขาจะโดนไล่ล่าจากคนกลุ่มหนึ่ง เขาเลยต้องรีบแข่งกับเวลาเพื่อหาคำตอบว่าเขาคือใคร และทำไมถึงมีคนตามล่าเขา
ชายคนหนึ่ง (Josh Duhamel) ตื่นขึ้นมาในโรงพยาบาลโดยจำอะไรเกี่ยวกับตัวเองไม่ได้เลย ก่อนที่เขาจะโดนไล่ล่าจากคนกลุ่มหนึ่ง เขาเลยต้องรีบแข่งกับเวลาเพื่อหาคำตอบว่าเขาคือใคร และทำไมถึงมีคนตามล่าเขา
เป็นหนังที่เอาเรื่องจริงในประวัติศาสตร์ของฮ่องกงมาบอกเล่าครับ กับเรื่องของการโกงกินในหมู่ตำรวจช่วงยุค 50-70 ที่แทบจะเรียกได้ว่าโกงกันทุกภาคส่วนและรับส่วยกันทุกหย่อมหญ้า จนทำให้ทางการต้องก่อตั้งหน่วยไอซีเอซีขึ้นมาเพื่อยุติขบวนการกินส่วยให้หมดไป
คู่รัก (Maika Monroe, Jake Lacy) พากันไปเดินป่า แล้วสักพักพวกเขาก็ตระหนักว่า น่าจะมีอะไรบางอย่างซ่อนอยู่ในป่าแห่งนี้…
ก่อนจะเข้าเรื่องหนังก็ขอเล่าก่อนแล้วกันครับว่าอีท่าไหนผมถึงมาดูหนังเรื่องนี้ได้
วิลเลี่ยม (Jonathan Rhys Meyers) ได้รับหุ่นปัญญาประดิษฐ์ที่มีรูปลักษณ์เหมือนเมเรดิธ (Elena Kampouris) คนรักที่จากไปของเขา สำหรับวิลเลี่ยมแล้ว มันคือความฝันที่เป็นจริง
เด็กสาวคนหนึ่งถูกฆ่าอย่างโหดเหี้ยม จากร่องรอยเหมือนจะเป็นฝีมือของสัตว์บางชนิด เมื่อเจ้าหน้าที่ได้ทำการสืบสวนก็เริ่มพบเงื่อนงำว่ามันอาจเป็นฝีมือของหมาป่า แต่ก็มีบางคนออกมาพูดเรื่องที่ดูเหลือเชื่อกว่านั้น… ว่ามันอาจเป็นฝีมือของมนุษย์หมาป่า
เบทริก (Sallie Harmsen) กับลูกสาวชื่อฮันน่า (Noor van der Velden) ย้ายกลับมาอยู่บ้านพ่อแม่ของเธอที่อยู่ใกล้กับป่าพรุครับ แต่ทีนี้พออยู่ไปสักพักก็เริ่มมีเรื่องแปลกๆ เช่นมีใครก็ไม่รู้มาป้วนเปี้ยนรอบบ้าน แล้วเรื่องก็หนักข้อขึ้นเมื่อมีคนเข้ามาพื่อจะทำร้ายพวกเธอ เบทริกจึงต้องพยายามหาคำตอบว่ามันกำลังเกิดอะไรขึ้นกันแน่
เมื่อน้องสาวของ เกรซ มิลเลอร์ (Alyssa Milano) ถูกฆาตกรรม เธอจึงร่วมมือกับเอ็ด (Sam Page) ตำรวจหนุ่มที่อยู่บ้านข้างๆ เพื่อสืบหาความจริง แล้วเธอก็ได้พบกับชีวิตอีกด้านที่น้องสาวของเธอมี และนั่นคือกุญแจสู่การหาตัวฆาตกร
ลอร่า (Jemima Rooper) กลับไปหาแม่ (Kate Dickie) อย่างไม่เต็มใจนัก แล้วก็กลายเป็นว่านอกจากเธอและแม่จะปะทะคารมกันแล้ว ยังดูเหมือนว่าแม่และเมืองเล็กๆ แห่งนี้มีความลับบางอย่างซ่อนอยู่
ผู้กำกับ Baz Luhrmann แห่ง Romeo + Juliet และ Moulin Rouge! นำเอาเรื่องราวของยอดนักร้องราชาเพลงร็อคแอนด์โรล Elvis Presley มาบอกเล่าตั้งแต่ช่วงต้นของการแสดงไล่มาจนถึงวันสุดท้ายของเขา