
เมื่อน้องสาวของ เกรซ มิลเลอร์ (Alyssa Milano) ถูกฆาตกรรม เธอจึงร่วมมือกับเอ็ด (Sam Page) ตำรวจหนุ่มที่อยู่บ้านข้างๆ เพื่อสืบหาความจริง แล้วเธอก็ได้พบกับชีวิตอีกด้านที่น้องสาวของเธอมี และนั่นคือกุญแจสู่การหาตัวฆาตกร
หนังดัดแปลงจากนิยายของ Nora Roberts ครับ ชื่อเรื่องว่า Brazen Virtue ซึ่งสำหรับคนยุค 90 อย่างผมก็ค่อนข้างคุ้นเคยกับชื่อนี้ดี เพราะนิยายของเธอนี่มีออกมาเพียบมากๆ แล้วก็มีการทยอยทำเป็นหนังช่วงต้นยุค 2000 ซึ่งก็จะเป็นแนวโรแมนติกน่ะนะครับ และผลลัพธ์ก็ถือว่าใช้ได้สำหรับแนวทางของมัน
ส่วนเรื่องนี้อารมณ์ก็เหมือนเอาพล็อตเรื่องสไตล์ยุค 90 มาทำใหม่ในยุค 2022 ซึ่งที่ผมต้องยอมรับเลยก็คือภาพสวยครับ แล้วหนังก็ฉายแบบ 4K ภาพเลยคม สีเลยสด มันทำให้งานดูดีขึ้นมาพอสมควร
แต่เอาจริงๆ แล้วนะครับ คือภาพมันดูสวยด้วยเทคโนโลยี แต่ในแง่องค์ประกอบภาพหรืออะไรผมยังชอบหนังรุ่นยุค 90 อยู่ มันจะดูมีรายละเอียดมีอะไรมากกว่านี้ ในขณะที่เรื่องนี้ฉากมันดูเป็นฉากน่ะครับ อย่างฉากในบ้านคนมันก็รู้สึกเหมือนเป็นฉากมากกว่าจะเป็นบ้านที่คนอยู่จริงๆ แต่ก็เอาเถอะครับ นั่นไม่ใช่สิ่งสำคัญขนาดนั้น เรื่องสำคัญมันคือหนังสนุกไหมมากกว่า
และสำหรับผม ผมมองว่าหนังธรรมดาครับ จริงๆ ตัวหนังมันคือแนว Whodunnit ตามหาตัวฆาตกรแล้วก็ผสมอารมณ์โรแมนซ์ระหว่างพระนางลงไป แต่บทมันธรรมดามาก คือมันเป็นสูตรที่เดาได้แบบไม่ยากเย็น ดังนั้นอารมณ์ความเป็นหนังลึกลับก็ลดพลังลงส่วนหนึ่งแล้ว และที่ผมรู้สึกอีกอย่างก็คือการเล่าเรื่องมันเล่าแบบไปเรื่อยๆ ไม่ได้มีจุดชวนให้เราสนใจใคร่รู้ตามสักเท่าไหร่ หรือบางฉากก็ดูจงใจเกินจนรู้สึกไม่อิน อย่างตอนที่เกรซตะบันหน้าคนที่พูดไม่ดีเกี่ยวกับน้องสาวเธอน่ะครับ มันดูเป็นการเซ็ตฉากมากกว่าจะให้อารมณ์เหมือนตั้นหน้าจริงๆ
พอดูไปสักพักนี่ผมนึกถึงหนังแนวนี้ในยุค 90 เลยครับ ถ้าถามว่าดูจากไหนก็จากหลายแหล่ง ที่แน่ๆ ช่อง 3 นี่ขยันเอามาบ่อยมาก บ้างก็ฉายรอบเช้า บ้างก็ฉายตอนดึก แต่ผมว่าหนังยุคนั้นมันดูโอเคกว่านี้ ทั้งในแง่การแสดง ในแง่งานฉาก และที่สำคัญคือในแง่การเล่าเรื่องที่มันเล่าแล้วชวนให้เราอยากรู้ ส่วนใหญ่แต่ละเรื่องนี่มันทำให้ผมยอมนอนตีสองตีสามเพื่อดูให้จบ – แม้จะต้องตื่นหกโมงเช้าเพื่อไปเรียนก็ตาม – ก็แสดงว่าความน่าสนใจมันต้องมากพอล่ะครับ ถึงทำให้ผมตาสว่างดูต่อได้ขนาดนั้น
แต่กับเรื่องนี้การเล่าเรื่องมันธรรมดา ปมต่างๆ ก็ไม่ได้ชวนติดตาม และแม้หนังจะยาว 1 ชั่วโมงครึ่งพอๆ กับมาตรฐานปกติของหนังสไตล์นี้ แต่ผมก็ว่ามันยังดูยาวไปหน่อยเลย มีช่วงอืดเรื่อยค่อนข้างมาก ส่วนตัวผมว่าผู้กำกับ Monika Mitchell ไม่เหมาะจะกำกับแนวลึกลับแบบนี้เท่าไหร่ แต่ถ้าแนวรอมคอมทั่วไปละก็ ผมว่าเธอยังทำได้โอเค อย่างเรื่อง Hearts of Christmas, The Knight Before Christmas, When Christmas Was Young เหล่านี้เป็นต้น
ส่วนตัวมองว่าเป็นหนังที่ดัดแปลงจากงานของ Nora Roberts ได้สนุกน้อยที่สุดครับ ถ้าให้ว่ากันตรงๆ ก็คือข้ามไปได้เลย
ดาวครึ่งครับ
(5/10)











