จากเรื่องจริงของแบร์รี่ ซีล (Tom Cruise) นักบินที่ทำการลักลอบขนยาไปพร้อมๆ กับทำภารกิจลับให้ CIA ในช่วงยุค 80
หนังมาในสูตร Goodfellas ครับ คือการเอาเรื่องราวของคนในวงการอาชญากรรมมาบอกเล่าด้วยลีลาการเดินเรื่องที่ฉับไว เน้นเร้าใจเป็นหลัก ว่าง่ายๆ คือไม่ใช่หนังดราม่าหนักๆ หรือเน้นความสมจริงอะไรมากมาย แต่เน้นสนุกและเน้นความเพลิน ซึ่งหนังก็ตอบโจทย์นั้นได้อย่างเข้าท่าทีเดียว
Cruise ถือว่าลื่นไปกับบทครับ เขาดูมีลูกบ้าพอๆ กับความบ๊องแบ๊ว ทำให้ตัวละครแบร์รี่ในเรื่องแม้จะทำความผิดหลายอย่าง แต่คนดูก็ยังพอจะคิดเอาใจช่วยเขาอยู่บ้าง ส่วนดารารายอื่นก็เสริมความสนุกให้หนังได้ดี Domhnall Gleeson, Sarah Wright, Jesse Plemons, Jayma Mays โดยเฉพาะ Caleb Landry Jones ในบทเจบี น้องเมียของแบร์รี่ที่ดูเหมาะกับบทนี้แบบสุดๆ
Doug Liman (The Bourne Identity, Mr. & Mrs. Smith, Edge of Tomorrow) ถือว่าคุมหนังได้ดีครับ ดูสนุกเพลิน คือจริงๆ ถ้าดูจากตัวเรื่องแล้วมันไม่ได้เบาเลยครับ มันคือเรื่องคอขาดบาดตายขนานแท้ แต่ Liman ก็สามารถคุมโทนให้ออกมาบันเทิง ดูลื่นไหลและชวนติดตาม ระหว่างดูนี่ก็อยากรู้ว่าแบร์รี่จะสามารถรอดพ้นจากสถานการณ์ร้ายๆ มาได้ไหม และบทลงเอยของเขาจะเป็นเช่นไร แต่ก็พอจะเดาได้อยู่น่ะครับว่าเส้นทางนี้ไม่น่าจะจบสวยงามได้หรอก

ตัวหนังสามารถสะท้อนความสุขความทุกข์ของชีวิตแบร์รี่ได้แบบเห็นภาพครับ คือการที่เขาทำงานขนยาในทางหนึ่งมันก็ทำให้เขามีเงินทองล้นเหลือ แต่ไปๆ มาๆ การมีเงินเยอะกลับก่อปัญหา เพราะไม่รู้จะเอาเงินไปซ่อนไว้ที่ไหนได้อีก ครั้นจะเอาไปจับจ่ายใช้สอย ถ้าใช้มากไปก็จะถูกทางการเพ่งเล็ง อันจะทำให้งานเข้าและเงินทั้งหมดถูกยึดไปได้ เรียกว่ามีเงินมากมายแต่ก็อยู่แบบเปิดเผยไม่ได้ ต้องหลบๆ ซ่อนๆ
แล้วที่หนักกว่าคือการขนยาแบบนี้ จะโดนทางการรวบตัวเมื่อไหร่ก็ไม่รู้ ครั้นจะเลิกก็ทำไม่ได้ง่ายๆ เพราะเจ้าพ่อเขาไม่ยอมหรอกครับ วงการนี้ก็แบบนี้แหละครับ ทำแล้วต้องทำตลอดไป จะเลิกก็ได้แต่ก็มีโอกาสถูกเก็บสูงมาก ไม่ว่าจะเพราะรู้อะไรๆ มากไปหรือเพราะเจ้าพ่อไม่สบอารมณ์เลยสั่งเก็บซะ
และที่เจ็บแสบสุดคงเป็นตอนที่แบร์รี่ต้องทำงานให้กับภาครัฐ แต่ไปๆ มาๆ ด้วยการทำงานที่ประมาทเลินเล่อ (หรือจงใจก็ไม่รู้ล่ะ) เลยทำให้ชีวิตเขาต้องตกอยู่ในอันตรายอีก ก็พูดไม่ออกบอกไม่ถูกล่ะครับ
โดยรวมหนังสนุกครับ ดูเพลิน มีอะไรให้ติดตามไปเรื่อยๆ แล้วก็ไม่มีช่วงน่าเบื่อเลยเพราะหนังเดินไปข้างหน้าตลอด แต่ก็แอบเห็นใจล่ะครับที่หนังไม่ทำเงิน ในอเมรินี่ทำไปแค่ $51 ล้าน แต่ทุนสร้างน่ะ $50 ล้านครับ ยังดีที่รายได้ทั่วโลกได้คืนมา $134 ล้าน ก็น่าจะพอคุ้มทุน แล้วคิดว่าป่านนี้น่าจะเข้าโซนกำไรแล้วล่ะ (จากการขายแผ่นและลงสตรีมต่างๆ)
เป็นอีกเรื่องที่ผมแนะนำเลยครับ ดูสนุก ตอบโจทย์บันเทิง แล้วก็ยังเป็นอะไรที่สอนใจคนดูด้วยว่าบางเส้นทางนั้นเดินแล้วเดินเลย กลับตัวไม่ได้ ดังนั้นก็ควรคิดให้จงหนักก่อนจะเข้าวงการใดๆ ก็ตาม เพราะบางวงการนี่มัน One Way Ticket จริงๆ
สองดาวครึ่งครับ
(7/10)
ส่วนอันนี้คือที่ผมเคยรีวิวเอาไว้เมื่อ 21 พฤษภาคม 2018 ครับ เลยขอเอามาลงรวมกันไว้ที่นี่ครับผม
จู่ๆ ก็นึกขึ้นมาว่าถ้าหนังเรื่องนี้กำกับโดย Martin Scorsese หนังมันคงจะออกมาแน่นๆ แสบๆ เดินเรื่องด่วนๆ เต็มไปด้วยข้อมูลและลูกเล่นที่น่าสนใจ รสชาติก็อาจจะคล้ายกับที่หนังเป็น แต่เพิ่มดีกรีหวือหวาเข้ามาอีกหน่อยนึง
แต่ถ้ากำกับโดย Ridley Scott หนังก็คงออกมาเข้มๆ หนักๆ แบบ American Gangster หรือ Body of Lies อารมณขันคงมีไม่เยอะ แต่จะหนักไปทางความกดดัน ถ้าดูจากพล็อตจากอะไรแล้วก็คงจะเป็นหนังเครียดได้เลย
ว่าตามจริงพล็อตของ American Made ไม่ได้ใหม่ครับ มันคือเรื่องที่อิงจากเรื่ิองจริงของคนที่ไปพัวพันกับโลกใต้ดิน โลกของอาชญากรรม โลกที่มีอันตรายล้อมรอบตัว แต่ขณะเดียวกันมันก็เป็นโลกที่มีเงินสะพัดเป็นอย่างยิ่ง
พอดูแล้วก็คิดน่ะนะครับว่าจริงๆ เงินที่มันถือกำเนิดขึ้นมาแล้วมันก็ไม่ได้หายไปไหนหรอก แต่การที่มันหายไปจากกระแสของตลาดเศรษฐกิจนั้น มันก็อาจหายไปอยู่ในมือของคนบางกลุ่ม ถูกเก็บไว้ ถูกรวบไว้ ถูกกั๊กไว้ หรือไม่ก็จำต้องเก็บไว้ (เพราะให้ใครรู้ไม่ได้ว่าตัวเองกำเงินไว้เยอะขนาดนั้น)
… ก็น่าคิดเหมือนกันน่ะนะครับว่าตอนนี้ที่เราว่าเศรษฐกิจฝืดๆ เคืองๆ นั้น มันมีอะไรเกี่ยวกับประเด็นที่ว่านี้หรือเปล่า
ตัวเอกของเรื่องคือ แบร์รี่ ซีล (Tom Cruise) นักบินที่ได้รับการทาบทามจาก CIA ให้ปฏิบัติการลักลอบนำข้อมูลออกจากอเมริกากลาง ประมาณว่าให้เขาบินเข้าไปแบบเนียนๆ แบบพลเรือนทั่วไป แล้วก็ให้สายลับแอบส่งเอกสารลับให้เขาขนกลับมา อะไรประมาณนี้น่ะครับ
แล้วพอถึงจุดหนึ่งปาโบล เอสโคบาร์ (Mauricio Mejía) เจ้าพ่อค้ายาเสพติดรายใหญ่ของอเมริกาใต้ก็หันมาทาบทามให้เขารับงานขนยาเสพติดเข้าอเมริกา เรียกว่าไปๆ มาๆ เขาก็ทำงานให้กับรัฐบาลมหรัฐและพ่อค้ายาไปในเวลาเดียวกัน
แต่ก็แน่ล่ะครับว่างานแบบนี้มันอันตราย กลายเป็นเจ้าหน้าที่รัฐก็เพ่งเล็งเขา และพวกค้ายาก็จับตาเขา แม้เขาจะมีเงินสะพัดแค่ไหน แต่มันก็แลกมาด้วยความเสี่ยงอย่างมหาศาลทั้งต่อตัวเขาและครอบครัว… แล้วสุดท้ายชีวิตของเขาจะจบลงอย่างไร
ถือเป็นหนังที่ทำได้เวิร์กอีกเรื่องของผู้กำกับ Doug Liman ครับ หนังออกมาพอเหมาะ มีอารมณ์ขันแสบๆ เดินเรื่องกึ่งเร่งกึ่งผ่อนแบบ Scorsese แต่ก็ไม่ได้เบาหวิว ยังมีความหนักติดดินแบบ Scott ผสมลงไป แต่โดยรวมแล้วเขาสามารถปรุงลีลาทั้งหมดให้ออกมาในสไตล์ของเขาเอง
หนังถือว่าสนุกครับ แม้พล็อตจะแอบเครียดอยู่เหมือนกัน เพราะยิ่งเรื่องดำเนินไปชีวิตของแบร์รี่ก็ต้องเจอกับเรื่องคอขาดบาดตายมากขึ้น แต่หนังก็ยังเล่าได้ลื่น ส่วนหนึ่งก็เพราะ Cruise เอาอยู่ครับ เรื่องนี้เขาเล่นได้ลื่นพอตัว ดูเป็นนักบินที่กะล่อน แอบหลงตัวเองหน่อยๆ และเป็นนักฉวยโอกาสตัวยง เรียกว่าเป็นตัวละครสีเทาๆ ได้อย่างน่าเชื่อ
Sarah Wright ดาราสาวสวยที่ผมจำได้ตั้งแต่เล่นซีรี่ส์ Parks and Recreation มารับบทภรรยาของแบร์รี่ ซึ่งเธอก็ยังสวยเด่นอยู่ครับ หน้าตา ท่าทาง และการแสดงของเธอชวนให้นึกถึง Alice Eve อยู่เหมือนกัน เพียงแต่กับเรื่องนี้บทของเธออาจยังไม่มากครับ มีโอกาสแสดงฝีมือในระดับหนึ่งเท่านั้น เพราะเรื่องหลักๆ จะเทไปที่แบร์รี่มากกว่า
Domhnall Gleeson ก็ยังเหมือนเดิมครับ มาเงียบๆ ขโมยซีนได้เรื่อยๆ ผมว่าอนาคตพี่แกไปได้อีกไกลเลยนะ เล่นได้หลายบทหลายแบบดี จะเป็นคนดีคนร้ายหรือคนที่ไม่รู้ว่าดีหรือร้ายก็ได้หมด
โดยรวมหนังดูเพลินครับ แล้วก็สะท้อนความจริงของโลกสีเทาได้ดี มันทำให้เห็นน่ะว่าผู้มีอำนาจในแต่ละกลุ่มก็พยายามหาทางรักษาฐานอำนาจของตนเสมอและพร้อมจะใช้ทุกวิธีทั้งบนดินและใต้ดิน มันไม่มีฝ่ายธรรมะหรืออธรรมแบบร้อยเปอร์เซ็นต์ มันไม่มี “ขาว-ดำ” แต่มันมีแค่ “วิธีที่ได้ผล-วิธีที่ไม่ได้ผล” ซึ่งถ้าฝ่ายหนึ่งไม่เลือกกระทำวิธีที่ได้ผล (แต่อาจจะดำ) อีกฝ่ายก็พร้อมจะเลือกกระทำได้ทุกเวลา
มันทำให้ผมนึกถึงคำว่าเศรษฐกิจฟองสบู่ ที่เราไว้ใช้นิยามเศรษฐกิจที่ก่อร่างเติบโตอย่างไม่มั่นคงและพร้อมจะถล่มได้ทุกเมื่อ แต่เอาเข้าจริงมันไม่ใช่แค่เศรษฐกิจที่จะเป็นฟองสบู่ได้ แต่มันคือทุกอย่าง ไม่ว่าจะเรื่องเล็กๆ อย่างสายใยในครอบครัว หรือเรื่องระดับประเทศ เรื่องการเมืองการปกครอง มันก็ฟองสบู่ได้ทั้งสิ้น ทั้งนี้ก็ขึ้นกับว่ารากฐานของแต่ละสิ่งถูกวางอย่างมั่นคงแค่ไหน หรือถูกวางตามแต่โอกาสแบบขอไปที เหมือนตัดถนนตัดทางโดยไร้แบบแปลน…
ชีวิตอาจไม่ต้องวางแปลนไปเสียทั้งหมด แต่ครั้นจะไม่วางเลย ก็ออกจะประมาทไปสักหน่อย
Categories: Action, Comedy, Crime, Movie Reviews, Recommended Movies, Thriller












