
ภาคต่อที่ไม่ได้มีเนื้อหาเกี่ยวเนื่องกับภาคแรกครับ โดยหนนี้มาจับเอาอาชีพคนต้อนผีดิบที่ต้องใช้วิชาเหมาซานควบคุมศพให้เดินทางกลับบ้าน แต่โครงสร้างบางอย่างก็จะคล้ายภาคก่อนครับ นั่นคือตัวเอกคือฟ่านเจิ้นเหยียน (หวังยี่, Wong Yue) ลูกศิษย์ของอาจารย์เฉินอู่ (หลิวเจียหยง, Liu Chia Yung) ที่ชอบแว่บไปเล่นที่บ่อน แล้วก็ปล่อยให้เจิ้นเหยียนต้องทำหน้าที่แทนอยู่เป็นประจำ
คราวนี้พวกเขาต้องพาศพกลับบ้านเกิดครับ แต่ทีนี้มีอยู่ศพหนึ่งที่แตกต่างจากเค้าเพื่อน นั่นคือศพหัวโล้น (หลิวเจียฮุย, Liu Chia Hui) ที่บางทีคาถาก็ควบคุมไม่ได้ หรือไม่ก็ชอบทำอะไรแปลกๆ จนผิดสังเกต ซึ่งก็แน่นอนว่าศพนี้ก็จะมีผลต่อเนื้อเรื่องครับ
ร่าวมด้วย หวงซิ่งซิ่ว (Cecilia Wong) เป็นอาเฟย สาวน้อยที่ติดสอยห้อยตามเจิ้นเหยียน, ฉีเส้าเฉียน (Norman Chu) เป็นซีต้าปา, ถังเหว่ยชิง (Wilson Tong) เป็นอาเซี่ยง 2 คนนี้ทำงานให้โจวเจียนไท่ (หลี่ไห่เซิง, Lee Hoi Sang) บอสใหญ่ตัวร้ายของเรื่อง, หวังชิงเหอ (Wong Ching Ho) เป็นปี้ยิงเหิง ทหารตัวร้ายอีกคนที่ร่วมมือกับเจียนไท่ ส่วนคนเขียนบทก็ยังคงเป็น เหง่ยคัง (Ni Kuang) เช่นเดียวกับผู้กำกับที่ยังเป็น หลิวเจียเหลียง (Liu Chia Liang) เจ้าเดิมครับ
ภาคนี้ดร็อปลงจากภาคก่อนครับ ส่วนที่ดร็อปลงคือแอ็คชั่นที่ปริมาณลดลง จริงๆ คือกว่าจะบู๊กันหนักๆ ก็ปาไป 20 นาทีท้าย เช่นเดียวกับหลิวเจียฮุยที่บทจะมาเด่นจริงๆ ก็ตอนท้ายเช่นกัน ส่วนตอนต้นคนที่เป็นเดอะแบกก็คือหวังยี่นี่แหละครับ พี่ท่านยังพอใช้ความกะล่อนสร้างความเพลินให้หนังได้ แต่ปัญหาคือแอ็คชั่นมันน้อยน่ะครับ บางช่วงบางตอนมันเลยดูเหมือนหนังพยายามยืด ไม่ว่าจะยืดด้วยมุกฮา (ที่บางจังหวะก็ลากยาวเกินไปจนความฮาค่อยๆ ลดลง) ยืดด้วยเรื่องวุ่นๆ ระหว่างเจิ้นเหยียนกับอาเฟยที่บางทีก็ดูชวนรำคาญมากกว่า ไม่เหมือนภาคก่อนที่ผมว่าคู่พระนางดูพอดีกว่ากันเยอะ
อีกอย่างที่หนังใช้ยืดเรื่องไปอีกไม่น้อยคือเรื่องเกี่ยวกับผีดิบน่ะครับ เล่าเรื่องเกี่ยวกับการที่เจิ้นเหยียนพาศพไปสั่งแล้วบางทีก็มีเรื่องผิดคิว ซึ่งต้องบอกก่อนว่านี่คือหนังเก่าที่มาก่อนยุคสมัยที่หนังผีกัดจะฮิตติดลมบน ซึ่งความสนุกของหนังผีกัดก็คือส่วนผสมแบบพอดีๆ ระหว่างความฮา ความสยอง และแอ็คชั่น ในขณะที่เรื่องนี้ถือว่าเป็นยุคก่อนหน้าครับ ดังนั้นการเอาผีดิบมาใช้งานในเรื่องก็เลยยังไม่ได้มาพร้อมลูกเล่นแบบหนังยุคต่อมา อันนี้ก็ต้องบอกไว้ก่อนจะได้ไม่คาดหวัง
ส่วนตัวผมว่าหนังพอดูได้ แต่ไม่เพลินเท่าภาคแรก และหนังมันจะเริ่มสนุกจริงๆ ก็ตอนท้ายน่ะครับ เมื่อหลิวเจียฮุยออกฤทธิ์และฉากแอ็คชั่นไหลมา แต่ก่อนหน้านั้นออกแนวเรื่อยๆ มีฮาบ้างอะไรบ้าง แต่ก็ยังไม่สามารถดึงดูดความสนใจเราได้แบบเต็มๆ
สองดาวกว่าๆ ครับ
(6.5/10)
หมวดหมู่:Action, Chinese/Hong Kong/Taiwan Movies, Comedy, Kung Fu, Martial Arts, Movie Reviews











