Chinese/Hong Kong/Taiwan Movies

Hong Kong 73 (1974)

หนังแนวรวมดาราครับ เรียกว่าดาราทั่วฟ้าฮ่องกงมาโผล่ในเรื่องแบบเพียบๆ คนละนิดละหน่อย

ส่วนตัวหนังก็ออกแนวตลกครับ หลักๆ เลยคือการจับเอาเรื่องราวและเหตุการณ์ต่างๆ ในฮ่องกงมาเสียดสีจิกกัด ไม่ว่าจะพฤติกรรมของชาวบ้าน เจ้าหน้าที่รัฐ หรืออาชีพต่างๆ เรียกว่าโดนแซวกันถ้วนหน้าถ้วนตา ซึ่งบางอย่างดูแล้วตระหนักครับว่า สิ่งน่าขันเหล่านั้นก็เกิดขึ้นแทบทุกที่ในโลกนั่นแหละ แม้แต่บ้านเราก็มี

อย่างเรื่องหุ้นที่มีขึ้นมีลง ซึ่งก็มีสารพัดหลักการในการเล่นหุ้น ไหนจะข่าวนอกข่าวในที่กระจายกันให้ว่อน ใครได้รู้ถูกเรื่องถูกจังหวะก็รับทรัพย์ไป ส่วนคนที่รู้ผิดเรื่องก็พลาดกันไป แล้วก็ต้องตั้งหน้าตั้งตาหาตำรับวิธีใหม่มาใช้ต่อไป – ยิ่งประโยคแบบ “เขาว่ากันว่า” นี่ก็เหมือนกันครับ มีได้ทุกวัน แต่จะจริงหรือไม่ก็ว่ากันอีกที และ “เขา” ที่ว่าเนี่ยใคร บางทีก็ไม่มีคำตอบเสียอีก

หรือเรื่องการแจ้งความที่กว่าจะแจ้งได้ก็แสนยากแสนเย็น การสื่อสารกับเจ้าหน้าที่ที่เหมือนจะพูดกันคนละภาษา ไหนจะเรื่องการศึกษาที่ตำราและวิธีก็การต้องเปลี่ยนอยู่ร่ำไป กิจกรรมหรือค่าอะไรต่อมิอะไรก็เพิ่มขึ้นเรื่อยๆ การแข่งขันก็สูง และแต่จบแล้วก็ใช่จะมีงานทำเสมอไป – หรือจะเรื่องประกันสินค้าต่างๆ ที่พอสินค้าเสียทีไรก็มักจะเคลมประกันไม่ได้ด้วยหลายเหตุผล เหมือนคนที่ใช้มักจะซวยที่สินค้านั้นๆ ไปเสียในส่วนที่ประกันไม่ครอบคลุมทุกที

เรื่องที่ฟังแล้วก็รู้สึกว่าเป็นตลกร้ายดีก็มี อย่างตอนที่พระเอก (เยี่ยหัว, Yueh Hua) โดนจับในข้อหาจอดรถในที่ห้ามจอด ซึ่งเขาก็พยายามอธิบายว่าที่จอดมันเต็มหมด แล้วเขาก็จะต้องไปแจ้งความ แล้วจะให้ทำยังไง – คำพูดที่ฟังแล้วก็นาคิดเหมือนกันคือ “ที่จอดรถแบบที่ถูกกฎหมายในฮ่องกงมีราวๆ 2 แสนที่ แต่รถในฮ่องกงน่ะมี 7 – 8 แสนคัน แสดงว่าในแต่ละวันเนี่ยจะต้องมีรถ 4 – 5 แสนคันถูกปรับใช่ไหมล่ะนั่น”

และประโยคที่ชอบที่สุดในเรื่องคงเป็นตอนที่ตัวละครหนึ่งเจอปัญหา – ประมาณว่าเธอมีใบอนุญาตให้ขายของริมทาง แต่ดันไม่มีริมทางหรือพื้นที่ให้ค้าขาย เธอเลยต้องไปขายในที่ที่ห้ามขาย เลยถูกปรับ – พระเอกเลยถามคนที่ประสบปัญหาว่า “ไหนบอกว่าเรื่องพวกนี้มีหน่วยงานรัฐมากมายคอยดูแลแล้วไง? ไหนจะ สส. สอบตกเอย, สส. ที่ได้รับการเลือกตั้งเอย, นักวิชาการเอย พวกเขาไม่ได้ดูแลสิ่งเหล่านี้เหรอ?”

ส่วนคนที่เจอปัญหาก็ได้แต่ตอบว่า “ฉันก็ไม่รู้เหมือนกันว่าพวกนั้นมัวทำอะไรอยู่!”

เนี่ยครับ ตลอดทั้งเรื่องเราก็จะได้ยินคำพูดแสบๆ ประโยคกัดๆ ที่สะท้อนเรื่องราวในสังคมในยุคนั้น (ที่บางอันยุคนี้ก็ยังมีอยู่)

ในแง่ความสนุกอาจจะไม่เท่าไหร่ครับ แต่มันเพลินตรงลุ้นว่าฉากต่อไปจะได้เห็นดาราคนไหนมาบ้าง แล้วฉากต่อไปจะกัดเรื่องไหนอีก ส่วนเนื้อเรื่องก็ไม่ได้มีเส้นเรื่องที่ชัดเจนครับ เหมือนเล่าไปเรื่อยๆ เสียดสีโน่นนี่ไปเรื่อยๆ

สองดาวหน่อยๆ ครับ

(6/10)