Anthology Movies/Series

Torture Garden (1967) (Amicus Anthology #2)

torture_garden_UKquad

สองอาทิตย์ก่อนผมแนะนำให้คุณได้รู้จักกับ Dr. Terror’s House of Horrors (1965) หนังสยองแนวเรื่องสั้นหลายๆ เรื่องมาใส่ไว้ในเรื่องเดียว อันเป็นผลงานจากค่ายหนังอังกฤษที่ชื่อ Amicus Productions ซึ่งเป็นคนละค่ายกับ Hammer Film นะครับบอกไว้ก่อน เพราะคนชอบสับสนเนื่องจากสองค่ายนี้มีหนังแนวสยองออกมาบ่อย และดาราในเรื่องก็ชอบใช้บริการ Christopher Lee หรือไม่ก็ Peter Cushing ประจำ

แต่ถ้าดูดีๆ จะพบว่าหนังของ Amicus และ Hammer แม้จะสยองเหมือนกัน อังกฤษจ๋าเหมือนกัน แต่ของ Hammer จะเน้นสไตล์กอธิค ย้อนยุคแบบ Dracula หรือ Frankenstein ส่วน Amicus จะเน้นหนังยุคปัจจุบันครับ แล้วก็ชอบทำหนังสไตล์เรื่องสั้นสยอง 4 หรือ 5 ในหนึ่งเรื่องประจำ จนเป็นเครื่องหมายการค้าของค่ายนี้ไปเลย

และ Torture Garden ก็เป็นผลงานลำดับสองต่อจาก Dr. Terror’s House of Horrors ครับ หลังจากเรื่องนั้นฮิตและได้รับคำชมไปพอประมาณ

ส่วนเรื่องนี้ก็มาเริ่มที่งานคานิวัล (งานวัดฝรั่งน่ะครับ) ที่มีพวกบ้านผีสิงให้เข้าไปเล่นอะไรเทือกนั้น แล้วหนังก็มาโฟกัสที่บ้านกระตุกขวัญที่ชื่อ Torture Garden ซึ่งมี ดร.ดีอาโบล (Burgess Meredith) เป็นคนดูแลและคอยสร้างความระทึกขวัญให้ผู้มาชม การแสดงของที่นี่ก็เป็นการเอาภาพคนถูกทรมานมาโชว์ แต่ก็มีคนดูกลุ่มหนึ่งบอกว่า “แค่นี้เอง ไม่เห็นจะเท่าไร” ดร.ดีอาโบล เลยท้าครับ ว่าเขามีอะไรที่สยองจับใจยิ่งกว่านั้นรออยู่ แต่อยู่ข้างในนะ ต้องจ่ายเพิ่มอีก 5 ปอนด์ แล้วคุณจะได้เจอกับความสยองสุดขีด

มีคน 5 คนจ่ายเงิน เพื่อเข้าไปลองของครับ

พอจ่ายค่าผ่านประตูพิเศษ ดร. ก็พาพวกเขาไปพบกับหุ่นจำลองเทพีอาโทรพอส ที่ตามตำนานกรีกกล่าวกันว่าเธอสามารถทำนายเหตุล่วงหน้าให้คนได้รู้ และพวกเขาก็ต้องเดินเข้าไปหาเธอ เพื่อเห็นภาพอนาคตที่จะเกิดกับพวกเขากับตา … และแต่ละภาพก็ไม่ได้เป็นเรื่องดีเลยแม้แต่น้อย

คนแรก ชื่อตอนว่า Enoch
โคลิน วิลเลี่ยมส์ (Michael Bryant) เพลย์บอยหนุ่มเจ้าสำราญที่ต้องเผชิญกับปริศนาขุมทรัพย์ในบ้านของลุง (Maurice Denham) ก่อนจะต้องเจอกับคำสาปสยองของแมวดำสุดโหด ที่เขมือบคนได้ทั้งเป็น!

คนที่สอง ชื่อตอนว่า Terror Over Hollywood
คาร์ล่า เฮเยส (Beverly Adams) ดาราสาวผู้ทะเยอะทยานอยากได้เป็นดาวเด่นของฮอลลีวู้ด แต่แล้วเมื่อเธอได้ประกบคู่กับดาราดังแถวหน้า เธอถึงได้รู้ความลับของการเป็นดาราดังแบบ “อมตะ”

คนที่สาม ชื่อตอนว่า Mr. Steinway
โดโรธี เอนดิคอตต์ (Barbara Ewing) ได้พบรักกับเศรษฐีหนุ่มผู้น่ารัก เขาเป็นนักเปียโนมือดีที่รักเปียโนเป็นชีวิตจิตใจ จริงๆ อนาคตเธอน่าจะสดใส แต่หารู้ไม่ว่า ยิ่งเธอทำให้เศรษฐีรักมากเท่าไร เปียโนของเศรษฐีหนุ่มก็ยิ่งอิจฉาเธอ และอยากกำจัดเธอให้พ้นทางมากเท่านั้น!

คนที่สี่ ชื่อตอนว่า The Man Who Collected Poe
โรนัลด์ ไวแอตต์ (Jack Palance) เป็นนักสะสมที่คลั่งไคล้งานของเอ็ดการ์ แอลแลน โป มากๆ จนเข้าได้ไปเยี่ยมบ้านของนักสะสมอีกคนหนึ่ง (Peter Cushing) ที่มีของสะสมน่าสนใจมากมาย และที่สำคัญที่สุดคือ นายคนนี้อาจสะสมบางอย่างที่มากกว่าผลงานของโปก็ได้!

มีห้าคน แต่เรื่องมีแค่สี่ครับ คนที่ห้าเกี่ยวกับอะไร ให้ไปดูในหนังดีกว่า

Torture-Garden-Freddie-Francis-1967-2

ถ้าไม่วัดกันที่เลือด ไม่วัดกันที่ฉากเชือดหรือความโหด เน้นที่ความน่ากลัวแบบหนังเก่าๆ หรือบรรยากาศพิลึกๆ แบบผู้ดี ผมว่าเรื่องนี้มีดีครับ สนุกดี น่าดู น่าติดตาม อันนี้ต้องชมความดีของ Robert Bloch คิดเรื่องแล้วก็เขียนบทด้วย พี่คนนี้แหละครับเป็นคนสร้างเรื่องราวอมตะอย่าง Psycho ไว้ บ้านเราก็เคยมีหนังสือรวมเรื่องสั้นของพี่แกออกมาหลายเล่ม รสชาติเรื่องลึกลับของพี่คนนี้ก็จัดว่าอร่อยใช้ได้ครับ

ส่วนผู้กำกับก็คือ Freddie Francis เจ้าเดียวกับ Dr. Terror’s House of Horrors ก็คุมหนังเรื่องนี้ได้ดีครับ น่ากลัวใช้ได้ ตื่นเต้นเรือยๆ ดาราก็แสดงดีครับ ผมล่ะติดใจการแสดงของ Meredith ในบท ดร.ดิอาโบลมาก พี่ท่านดูแปลกๆ น่ากลัว แต่ก็อารมณ์ขันเยอะดีจริงๆ พอๆ กับ Palance ที่วาดลีลาการแสดงได้ดีมาก ซึ่งตอนของเขาต้องเล่นประกบกับ Cushing ก็รับส่งพลังกันอย่างดีอ้ะครับ ถือเป็นไฮไลท์อีกช่วงหนึ่งของหนังเลยล่ะ

นี่ล่ะครับ หนังสยองดีๆ แบบอังกฤษรุ่นเก่า คือจะมีทั้งความสยองและดาราฝีมือดีมาประชันกัน ดังนั้นไม่ว่าจะแง่หนังหรือแง่คุณภาพเลยค่อนข้างเข้มข้น แต่ก็ต้องแล้วแต่ความชอบด้วยนะครับ ผมคิดว่าคอหนังรุ่นใหม่ถ้าไม่ปลื้มสไตล์หนังสยองรุ่นเก่าแบบนี้ อาจส่ายหน้าได้ เพราะเลือดมีแค่เท่าที่จำเป็น ความโหดแทบไม่มีครับ เน้นแต่บรรยากาศเป็นหลัก

ส่วนผมก็ชอบล่ะครับ แค่เห็นชื่อดาราก็น่าดูแล้ว ต้องยอมรับว่าหนังสยองสมัยเก่าเขามีคุณภาพแบบครบด้านนะครับ บทก็โอเค การแสดงนี่จัดว่าดีไม่แพ้หนังดราม่าทั่วๆ ไปเลยล่ะครับ

earlydrd

เอาล่ะ ทีนี้อยู่ที่ความชอบและรสนิยมแล้วนะครับ ผมว่าคนชอบหนังเก่าๆ คลาสสิกๆ น่าจะพอใจ แต่ถ้าหวังเลือดติดรสหนังสยองแบบใหม่ๆ ก็อาจเฉย แต่ผมว่านะครับ คนที่ชอบหนังแนวเรื่องสั้น 4 ใน 1 เนี่ย ยังไงก็น่าลองล่ะครับ ผมว่ารสชาติไม่เลวจริงๆ

ไม่สยอง แต่เข้าอีหรอบว่าคลาสสิกน่ะครับ

สองดาวครึ่งครับ

Star22

(7/10)

Advertisements