รีวิวหนัง/ภาพยนตร์

Guarding Tess (1994) ผมจะปกป้องหัวใจท่านผู้หญิง

guarding-tess.25460

วันนี้เวียนมาเจอหนังเบาๆ ดูสบายบ้างนะครับ เรื่องนี้ก็สนุกสนานใช้ได้เสียด้วย เลยต้องเอามาแนะนำไว้สักไว้สักหน่อย

Nicolas Cage พ่อพระเอกผมบางที่ตอนนั้นชื่อยังไม่ดังมาเล่นนำเป็นตำรวจลับนามว่า ดั๊ก เชสนิก ที่มีหน้าที่หลักในการอารักขา เทสส์ คาลิเซล (Shirley MacLaine) อดีตสุภาพสตรีหมายเลขหนึ่งที่เคยมีบุญคุณกับท่านประธานาธิบดีคนปัจจุบัน คุณเธอเลยมีอิทธิพลสูงครับ

ว่าตามจริงแล้วดั๊กเองก็ไม่ได้อยากทำหน้าที่นี้หรอก เขาต้องการจะไปทำงานออกแอ็กชันเอาตัวกันกระสุนให้ประธานาธิบดีมากกว่า ก็ไม่รู้ว่าเวรกรรมหรือบุญนำล่ะครับที่เขาเป็นตำรวจลับคนเดียวเท่านั้นที่เทสส์ไว้ใจ เทสส์เลยสั่งไม่ให้เขาไปไหน ต้องอยู่อารักขาเธอคนเดียว

ด้วยความเอาแต่ใจของเทสส์ก็ทำเอาดั๊กทนไมได้หลายครั้งหลายครา แต่ดั๊กก็ไปไหนไม่ได้ล่ะครับเพราะพอจะไปคุณเทสส์ก็กริ๊งไปหา ปธน. ให้เอาตัวดั๊กกลับมาอีก ความสัมพันธ์ของสองเจ้านี้เลยออกอาการงัดข้อกันตลอดตั้งแต่ต้นจนจบ

หนังทั้งเรื่องก็ว่ากันที่การงัดข้อของสองหนุ่มกับสาวแก่คู่นี้ล่ะครับ

ตอนผมดู ในใจก็นึกนะว่าหนังไม่ได้เจ๋งเป๊งอะไร เรื่อยๆ น่ะครับ ความฮาก็ไม่ได้เยอะแยะ แต่สิ่งหนึ่งที่ยังประทับใจผมมาจนทุกวันนี้คือความอบอุ่นในเรื่อง ที่ไม่ได้อบอุ่นแบบชวนซึ้งนะครับ มันอบอุ่นเหมือนลูกชายกับแม่แก่ๆ ที่เอาแต่ใจ

เหตุผลที่เทสส์ต้องการให้ดั๊กมาดูแลก็ด้วยความเอ็นดูล่ะครับ เหมือนลูกเหมือนหลาน แล้วถ้าสังเกตดีๆ จะพบว่าตำรวจลับเจ้าอื่นๆ หงอหมดเวลาเจออำนาจเด็ดขาดของเทสส์ แต่ดั๊กเป็นคนเดียวที่กล้างัดข้อกับเทสส์ ไอ้อะไรแบบนี้แหละครับก่อให้เกิดความผูกพันต่อกัน

ความผูกพันของคนเรานี่ก็แปลกนะครับ ไม่ใช่ว่าจะเกิดจากความประทับใจหรือความสุขเท่านั้น บางครั้งการงัดข้อกันเขม่นกันก็นำมาสู่สัมพันธภาพได้ บางรายก็สัมพันธ์แบบเป็นศัตรูกันไปเลย แต่บางรายก็กลายเป็นมิตรภาพ สำหรับคู่เทสส์กับดั๊กก็เข้าข่ายประเภทมิตรภาพแหละครับ

อันนี้ทำให้ผมนึกถึงหนังเรื่อง Driving Miss Daisy นะ ในเรื่องก็คล้ายกันครับ ตัวเอกฝ่ายชายเป็นคนขับรถ (รับบทโดย Morgan Freeman) ส่วนตัวเอกฝ่ายหญิงคือนายจ้างเอาแต่ใจ (รับบทโดย Jessica Tandy) แม้ท่าทางจะไม่ลงรอยกันตลอด แต่ในตอนท้ายไปๆ มาๆ กลายเป็นความเข้าอกเข้าใจกัน

ไม่ใช่เรื่องแปลกครับ ผมว่าความสัมพันธ์ทำนองนี้ออกจะยืนยาวด้วยซ้ำ เพราะต่างคนต่างก็แสดงตัวตนออกมา ฉันเป็นอย่างนี้แหละจะทำไม ใครทนไมได้ก็ถอยไป ส่วนใครที่งัดข้อ ตอนแรกก็อาจจะขัดแย้งกันนิดหน่อย แต่หากเปิดใจกว้างก็จะกลายเป็นเพื่อนกันโดยปริยาย

ผมว่าคนที่ได้เพื่อนหรือแฟนจากจุดเริ่มแบบนี้น่าจะเข้าใจล่ะครับ เพราะการเป็นเพื่อนกับคนแบบนี้บางครั้งยังจริงใจกว่าเพื่อนที่เอาแต่พูดดีๆ เสียอีก

guarding-tess.260

ในเรื่องก็สนุกดีครับ ดั๊กก็หาทางไปทำงานอื่น เทสส์ก็เอาแต่ขวาง จนตอนท้ายนั่นแหละจะเกิดเรื่องให้ทั้งคู่พิสูจน์กันว่าแท้จริงแล้วต่างก็เป็นห่วงกันแค่ไหน

ดูหนังแล้วนึกถึงคุณตาคุณยายของเรานะครับ รวมถึงพ่อแม่ด้วย บางทีท่านออกคำสั่งหรือแนะนำอะไรที่ขัดใจเรา แต่เอาเข้าจริงมันไม่ใช่ความเกลียดชังเลยครับ ท่านทำด้วยควมรัก เพียงแต่ความรักนั้นมันมีหลายรูปแบบการแสดงออกต่างกัน และการรับรู้ของคนก็ต่างกันด้วย

ผมเลยออกจะชอบหนังเรื่องนี้แม้ว่ามันจะไม่ได้ฮาตลอด หรือมีฉากบู๊ที่สนุกสนาน โทนมันเรื่อยๆ น่ะครับ แต่เป็นการเรื่อยที่มีความหมาย

Cage กับบทนำก็ดูโอเคล่ะครับ แต่เหมือนสมัยก่อนแกยังแสดงแบบเรื่อยๆ ไม่เข้มข้นเท่าปัจจุบัน หรือไม่ก็คงเพราะมาประกบดาราลายครามมีรางวัลออสการ์การันตีอย่าง MacLaine ด้วย บารมีเธอเลยข่มพี่ Cage อยู่ไม่น้อย ซึ่ง MacLaine เล่นได้ดีครับ ดูแล้วเชื่อว่าเป็นท่านผู้หญิงที่เอาแต่ใจ จนพอจะเข้าใจว่าทำไมเธอถึงได้เข้าชิงลูกโลกทองคำจากบทนี้

คนนั่งเก้าอี้กำกับก็คือ Hugh Wilson เจ้าของผลงาน Police Academy ผมว่า Wilson แกเป็นคนทำหนังประเภทคุมหนังได้ แต่กำกับดาราไม่แม่น คือถ้าเรื่องไหนได้ดาราธรรมดามาเล่นเป็นอันจบครับ หนังจะกร่อยมาก แต่ถ้าเรื่องไหนได้ดาราที่บ้าไปกับบทหนังได้ก็เตรียมสนุกสนานได้เลย ไม่ว่าจะจาก PA หรือ Down Periscope และตัวอย่างที่ชัดสุดคือ The First Wives Club ครับ ที่ฝีไม้ลายมือดาราที่แพรวพราวอุ้มหนังทั้งเรื่องเอาไว้

เลยไม่ใช่เรื่องแปลกที่หนังเรื่องนี้จะกึ่งดีกึ่งนิ่ง ที่ดีก็เพราะได้บารมี MacLaine มาอุ้มหนังไว้ แต่ที่นิ่งก็เพราะ Cage ยังฝีมือไม่เข้าฝัก รวมถึงบทหนังที่ยังไม่กระชับพอ

เกร็ดแถมท้าย … เสียงท่าน ปธน. ในเรื่องนั้น ก็ไม่ใช่เสียงใคร เป็นเสียงของ Wilson นั่นแหละ

เป็นหนังเบาสมองที่ดูแล้วไม่ผิดหวังครับ ตามมาตรฐานของ Wilson

สองดาวกว่าๆ ใกล้ครึ่งครับ

Star21

(6.5/10)