Action

Batman v Superman: Dawn of Justice – Ultimate Edition (2016)

13528451_1262111690486296_3987723178884764816_o

หลายคนถามกันเข้ามาว่าดูหรือยัง เลยขอจัดให้ตามคำขอนะครับ และในเบื้องต้น บอกได้เลยว่าหนังดูเวิร์กกว่าตอนฉายโรงมากพอสมควร คือไอ้อะไรต่อมิอะไรที่ควรจะมีแต่ดันไม่มีในฉบับโรง ก็ได้รับการใส่ลงมาในฉบับนี้

ระหว่างดูในใจก็คิดเสียดายนะครับที่ไม่ได้ดูฉบับเต็มนี่ในโรง แต่ก็เอาเถอะ คิดในแง่ดีว่าอย่างน้อยพี่ Zack Snyder และทีมงานก็ยังอุตส่าห์ตัดฉบับนี้ออกมาให้แฟนๆ ได้หายคับข้องใจกัน

ฉบับนี้ยาวขึ้น 30 นาทีโดยประมาณครับ ซึ่งผมว่ามันสมบูรณ์ขึ้นนะ แต่ต้องบอกก่อนว่า “สมบูรณ์” ในที่นี้ไม่ได้หมายถึงว่าหนังสมบูรณ์แบบถึงขั้นสุดยอดขนาดไปเทียบกับพวก The Dark Knight อะไรขนาดนั้นนะครับ

“สมบูรณ์” ในที่นี้คือ หนังเล่าเรื่องได้ครบขึ้น ปมต่างๆ หรือพล็อตรองต่างๆ ที่ขาดหายก็ถูกใส่กลับมา ซึ่งมันช่วยเติมเต็มเรื่องราวให้ดูมีน้ำหนักและน่าสนใจมากยิ่งขึ้น

ว่าง่ายๆ คือนี่เป็น Batman v Superman: Dawn of Justice ในแบบที่สมควรจะเป็น ในแบบที่คนดูและแฟนๆ สมควรจะได้เห็นมาตั้งแต่ดูรอบแรก ซึ่งถ้าฉายฉบับนี้แต่แรกมันก็คงส่งผลต่อกระแสไม่น้อยล่ะครับ อย่างน้อยการโดนสับจะน้อยลง เพราะเรื่องราวมันมีเหตุผลและคำอธิบายในตัวค่อนข้างครบ

ถัดจากนี้สงสัยจะมีสปอยล์ล่ะครับ ใครไม่อยากทราบก็ข้ามได้นะครับ เอาเป็นว่าถ้าถามว่าน่าดูไหม ผมว่าน่าดูครับ หรือถ้าถามว่าน่าซื้อเก็บไหม ก็บอกได้เลยว่าแฟนหนังซูเปอร์ฮีโร่ (โดยเฉพาะแฟนสาย DC) ไม่ควรพลาดครับ

=================================

เมื่อดูในเรื่องของบทแบบเต็มๆ จากฉบับนี้ ทำให้เห็นนะว่าจริงๆ บทน่ะมันไม่ได้เละอย่างที่คิด แต่มันมีทิศทางของมันแบบชัดเจน มันมีที่มาที่ไปโดยเฉพาะเรื่องของพี่ซุปที่โดนชาวโลกเพ่งเล็ง คือไม่ใช่จู่ๆ พี่แกก็โดนเพ่งครับ แต่มันมีปัจจัยเบื้องหลังที่ผลักดันให้โลก (รวมถึงพี่แบท) พากันมองพี่ซุปด้วยสายตาที่ไม่ไว้วางใจ

จำได้ว่าผมเคยบ่นไว้ตอนเขียนถึงฉบับโรงว่า อยากเห็นเนื้อเรื่องของพี่ซุปมากขึ้น เพราะบทสรุปตอนท้ายพี่ซุปสละชีพเพื่อโลก ดังนั้นหากตัวหนังนำเสนอเรื่องของพี่ซุปมากขึ้น ตอนจบมันน่าจะสะเทือนใจได้มากกว่าที่เป็น

ปรากฏว่าฉบับเต็มนี่จัดให้ครับ ^_^

เราจะได้เห็นแผนของเล็กซ์ที่วางหมากเพื่อดิสเครดิตพี่ซุปแบบเต็มรูปแบบมากขึ้น เราจะได้เห็นพี่ซุปแสดงอารมณ์ต่อ “ข่าว” ที่ตั้งคำถามในเชิงวิพากษ์พี่ซุปมากขึ้น (แน่นอนว่าพี่แกหมดกำลังใจลงทีละน้อยๆ) รวมถึงได้เห็นพี่ซุปและโลอิสพยายามค้นหาความจริงเกี่ยวกับเรื่องพวกนี้มากขึ้น

พอดูเรื่องราวเหล่านี้แล้ว ตอนพี่ซุปพูดว่า “โลกนี้คนดีอยู่ไม่ได้” นี่ผมสะเทือนใจเลยนะ คือตอนดูในโรงน่ะก็สะเทือนอยู่ แต่พอได้เห็นเรื่องราวต่างๆ แบบครบสูตรแล้ว อารมณ์มันผลักให้เรารู้สึกสะเทือนหนักขึ้น

เพราะรู้สึกเลยว่าซูเปอร์แมนห่วงคนทั้งโลก แม้โดนกล่าวหาแต่ก็ยังเข้างานกู้โลกแบบเต็มเวลา แต่ทว่าดูเหมือนจะมีเพียง 2 คนในโลกที่ห่วงใยซูเปอร์แมนแบบจริงจัง (โลอิสและแม่ของพี่ซุป)

“โลกนี้คนดีอยู่ไม่ได้” ประโยคนี้เสียดแทงใจได้ที่ยิ่งขึ้นจริงๆ เมื่อเราได้รู้อะไรๆ แบบครบถ้วนมากขึ้น

============================

หลักๆ แล้วเนื้อเรื่องที่เพิ่มมาจะเทไปที่พี่ซุป ในขณะที่เรื่องส่วนของพี่แบทนั้นยังมีเนื้อที่ประมาณเดิมครับ ไม่ได้มีอะไรมากขึ้น แต่รู้สึกเราจะได้เห็นอัลเฟรดมากขึ้นหน่อยน่ะครับ (ยิ่งดูยิ่งรู้สึกว่าอัลเฟรดเวอร์ชั่นนี่ สายโหดขนานแท้ แต่ก็ดูเหมาะกับพี่แบทเวอร์ชั่นนี้อยู่)

ส่วนเล็กซ์ก็ไม่มีอะไรเพิ่มเท่าไรครับ อันนี้รู้ว่าหลายคนอาจคาดหวัง อยากเห็นปูมหลังของเล็กซ์ให้มากขึ้น แต่แม้เราจะไม่ได้เห็นฉากของเล็กซ์เพิ่มหรือไม่ได้รู้ปูมชีวิตเพิ่ม แต่หนังเลือกจะนำเสนอความเป็น “จอมวางแผนของเล็กซ์” ผ่านพล็อตรองที่ว่าด้วยแผนทำลายซูเปอร์แมน ซึ่งหากมองจากแผนแล้ว เล็กซ์ก็ร้ายใช่ย่อยครับ

นอกจากนี้ พอลองมาดูอีกรอบแล้ว ผมกลับรู้สึกว่าจริงๆ บทบาทของตัวเล็กซ์เองที่อยู่ในหนังมันก็บอกอะไรได้ครบอยู่นะครับ

ปฏิเสธไม่ได้ว่าคาแรคเตอร์ของเล็กซ์ฉบับนี้ดูเป็นพวกจิตๆ เนิร์ดๆ หลุกหลิกๆ จนทำให้เล็กซ์ดูไม่น่าเกรงขามเท่าไรในสายตาหลายๆ คน (ผมก็เป็นหนึ่งในนั้น) แต่หากมองไปที่จุดประสงค์หรือธีมอีกธีมหนึ่งในหนังเรื่องนี้แล้ว ผมว่ามันมีอะไรที่น่าสนใจอยู่ไม่น้อย

จะว่าไปธีมหลักนอกจากจะเป็นเรื่องการโดนชาวโลกเพ่งเล็งของพี่ซุปแล้ว ยังมีอีกธีมที่ต่อยอดจากภาค Man of Steel นั่นคือธีมที่ว่า “มันจะเป็นเช่นไร ถ้ามีซูเปอร์แมนจริงๆ ในโลกของเรา”

ภาคก่อนหนังสะท้อนมุมมองของชาวโลกทั่วๆ ไปที่มีต่อการปรากฏตัวของซูเปอร์แมน ครั้นพอมาภาคนี้หนังก็สะท้อนมุมมองที่ชาวโลกมีต่อพี่ซุปเหมือนกัน เพียงแต่รอบนี้ไม่ใช่แค่มุมมองของคนทั่วไปเท่านั้น แต่ยังมีมุมมองของพี่แบทและเล็กซ์ใส่ลงมาด้วย

หากมองกันดีๆ จะพบว่าทุกการกระทำของพี่แบทกับเล็กซ์ล้วนเกิดขึ้นโดยมีพี่ซุปเป็นเสมือนหนึ่ง “ตัวแปรต้น” เพียงแต่พื้นฐานการมองของทั้งสองคนจะต่างกันออกไป

จุดหนึ่งที่พี่แบทและเล็กซ์มีเหมือนกันคือ พวกเขาต่างก็มีเงิน มีอำนาจ และปฏิเสธไม่ได้ว่าทั้งคู่ต่างก็มี “ปมเจ็บปวดในใจ” (เป็นกำพร้า เผชิญความสูญเสีย โตมาโดยไร้พ่อแม่ ต้องพึ่งตัวเองตลอด)

แต่จุดที่ต่างคือ พี่แบทผันความเจ็บปวดนั้นมาเป็นพลังใช้ในการต่อสู้กับความชั่วร้ายที่ทำลายความสงบของเมืองก็อทแธม ในขณะที่เล็กซ์ใช้ความเจ็บปวดเป็นข้ออ้างที่จะแก้แค้นเอาคืนและทำลายทุกสิ่งรอบตัว

ว่าง่ายๆ คือพี่แบทไม่อยากให้คนอื่นต้องเจ็บเหมือนที่ตนเองโดน (จึงยังแคร์โลก) แต่เล็กซ์ไม่อยากให้ตัวเองต้องกลับไปเจ็บอีก (จึงไม่แคร์ใคร)

แล้วปฏิกิริยาที่คนทั้งคู่มีต่อพี่ซุป ก็เลยกลายเป็นธีมสำคัญอีกอย่างของภาคนี้

พี่แบทนั้นมองพี่ซุปในเชิงลบ โดยมีมุมมองพื้นฐานมาจากความห่วงใยชาวโลกคนอื่นๆ (กลัวพี่ซุปเหลิง ใช้อำนาจในทางที่ผิด หรือไม่ก็นำหายนะมาสู่โลกมนุษย์ จึงมองพี่ซุปเป็นภัยคุกคามที่ต้องกำจัดเพื่อรักษาความสงบสุขของโลกใบนี้)

ในขณะที่เล็กซ์ก็มองพี่ซุปในเชิงลบ แต่มุมมองพื้นฐานไม่ใช่เพราะห่วงใยผู้ใด แต่เนื่องมาจากความเห็นแก่ตัวและปมในใจของตน (เกลียดพระเจ้า อิจฉาผู้มีอำนาจเหนือกว่า อิจฉาผู้ที่ได้รับการยกย่องมากกว่าตน) ซึ่งพื้นฐานก็มาจากการที่โดนพ่อกระทำจนรู้สึกน้อยเนื้อต่ำใจ, ไม่ไว้ใจใคร, คิดถึงแต่ตัวเอง

ดังนั้นการมาถึงของซูเปอร์แมนเลยทำให้เล็กซ์

+ อิจฉา (อิจฉาที่พี่ซุปมีพลัง, อิจฉาที่ใครๆ ก็เทิดทูนพี่ซุป, อิจฉาที่คนอื่นๆ ได้รับการช่วยเหลือ โดยที่ตัวเองไม่เคยได้เลย)

+ กลัว (กลัวผู้ที่มีอำนาจเหนือกว่าอย่างพี่ซุป เลยต้องหาทางลบปมด้วยการทำลายพี่ซุป, ควบคุมพี่ซุป หรือไม่ก็หาทางเรียกใครก็ได้ที่มีพลังแบบพี่ซุปมาเป็นฝ่ายของตน)

+ ฉวยโอกาส (ที่จะมีอำนาจมากขึ้น, ที่จะทำตัวอยู่เหนือผู้ที่มีอำนาจมากกว่าตน ซึ่งสะท้อนไปถึงปมที่เล็กซ์แค้นเคืองพ่ออยู่ในที)

ความร้ายที่ก่อตัวขึ้นในตัวเล็กซ์อาจมีที่มาจากสิ่งแวดล้อม (เช่น การกระทำของพ่อ) เป็นตัวตั้งต้น แต่ถ้าดูจากคาแรคเตอร์ของเล็กซ์ (ในฉบับนี้) แล้ว ทำให้อดคิดไม่ได้ว่า ความร้ายของพี่แกส่วนใหญ่เกิดจาก “ความคิดในหัวตัวเอง” (คิดมาก, มโน, สับสน, กลัว ฯลฯ) หมักดองทับถมมากกว่าจะเป็นเพียงเพราะ “โลกกระทำ” เพียงอย่างเดียว

จริงๆ คาแรคเตอร์แบบ “โรคจิต มุ่งทำลายล้าง” ก็ไม่ต่างจากโจ๊กเกอร์น่ะครับ เพียงแต่สำหรับหลายๆ คนมันอาจไม่ใช่อะไรที่ “ใช่” สักเท่าไร เพราะนี่มัน “เล็กซ์ ลูเธอร์” ทำให้คาแรคเตอร์คลั่งๆ ร้ายๆ แบบ “โจ๊กเกอร์” นี้อาจไม่ใช่อะไรแบบที่หลายคนคุ้นเคย และถ้าว่ากันถึงความร้ายแล้ว เล็กซ์ในฉบับนี้ก็ถือว่าร้าย แต่ไม่ถึงกับเด่นหรือเด็ดขนาดนั้น

และในมุมหนึ่ง (หากอยากจะมอง) เล็กซ์ในฉบับนี้เหมือนเป็นตัวแทนของคนที่ต้องการรักษาอำนาจบางอย่างของตนไว้ เป็นคนประเภทที่เกลียดใครก็ตามที่มีอำนาจมากกว่าหรือเก่งกว่าตน เลยจะหาทางใส่ไฟใส่ร้าย ทำลายชื่อเสียงหรืออำนาจของคนที่เก่งกว่านั้นด้วยวิธีที่ไม่ซื่อ

จุดนี้สะท้อนได้อย่างน่าสนใจจากการที่เล็กซ์ตีตราว่า มาร์ธา แม่ของพี่ซุปนั้นเป็น “แม่มด” แล้วก็วางแผนสารพัดจัดฉากทำให้คนเก่งที่พยายามทำสิ่งถูกต้องอย่างพี่ซุป กลายเป็นเหมือนปีศาจร้ายที่ใครๆ ก็กังขาและเลือกที่จะไม่ไว้ใจ

อดคิดไม่ได้ว่าทุกยุคสมัยมีบุคคลที่พยายามทำอะไรสักอย่างเพื่อช่วยให้โลกดีขึ้น หรือเปลี่ยนโลกให้ก้าวหน้าขึ้น แต่ก็จะมีคนบางกลุ่มพยายามหาเรื่องคนเหล่านั้น พยายามใส่ไฟหาว่าเป็นพ่อมด แม่มด ปีศาจ พวกนอกรีต ฯลฯ อยู่ร่ำไป

และที่น่าตกใจคือ มีคนส่วนหนึ่งเชื่อตามนั้นซะด้วย…

ในขณะที่เล็กซ์ทำร้ายพี่ซุปและก่อความเดือดร้อนขนานใหญ่แก่โลก เพื่อตอบสนองตนเอง แต่พี่แบทไม่ได้มีเจตนาจะทำร้ายพี่ซุป เพียงแต่เขาไม่ไว้ใจผู้ชายเสื้อคลุมแดงคนนี้เพราะมีเหตุผลหลายๆ อย่างมาประกอบกัน

ไม่ว่าจะเพราะพื้นความคิดที่เขา “ไม่ไว้ใจพวกที่แต่งชุดตัวตลก” มาแต่เดิม บวกด้วยพนักงานในบริษัทต้องตายไปต่อหน้า อันเนื่องมาจากการมาถึงของพี่ซุป แล้วไหนจะแผนที่เล็กซ์วางไว้อย่างดีเพื่อทำให้พี่แบทมองพี่ซุปผิดอีก

เมื่อพิจารณาจากทั้งหมดนี้แล้ว เลยไม่แปลกใจที่พี่แบทจะหลงคิดว่าพี่ซุปคือตัวอันตรายสำหรับโลกมนุษย์

แต่ก็อย่างที่บอกครับ พี่แบทไม่ได้เกลียดเคียดแค้นพี่ซุปแบบอิจฉา เขาไม่ได้อยากทำลายพี่ซุป เพียงแต่เห็น (และถูกทำให้เห็น) ว่าพี่ซุปเป็นตัวอันตรายเท่านั้น ดังนั้นพอถึงจุดหนึ่ง พอพี่แบทเห็นว่าชายสวมเสื้อคลุมแดงคนนี้ไม่ได้เป็นตัวอันตรายอย่างที่คิด (บวกด้วยการพยายามพร่ำเตือนสติของอัลเฟรดอยู่เนืองๆ) เลยทำให้พี่แบทพร้อมจะเปลี่ยนความคิดที่ตัวเองมีต่อพี่ซุป เมื่อทุกอย่างกระจ่างชัดว่าพี่ซุปเป็นเพียง “เหยื่อ” เท่านั้น

============================

หากมองในแง่ของการคลายปมที่หนังใช้ (ปมคลายได้เพราะชื่อแม่ตรงกัน 555) อาจเป็นทางออกที่ง่ายไปบ้าง แต่หากมองในแง่ที่ว่า ก็พี่แบทไม่ได้หมายจะฆ่าพี่ซุปด้วยความเกลียดจากก้นบึ้งอยู่แล้ว ดังนั้นพอจังหวะปมมันคลาย (โลอิสเข้ามาพอดีด้วย) จึงพอรับได้ แต่ก็ไม่ปฏิเสธครับว่าหากสามารถคลายปมด้วยบทที่แน่นกว่านี้ก็คงแจ๋วมากขึ้น

โดยรวมแล้วถือว่าหนังสมบูรณ์ขึ้นครับ ควรค่าแก่การรับชมโดยเฉพาะแฟนๆ หนังซูเปอร์ฮีโร่ เพราะฉากที่เพิ่มมาราวๆ 30 นาทีนั้นทำให้หนังมีรายละเอียดหลายอย่างครบถ้วนขึ้น และสมเหตุผลขึ้น (เช่น ทำไมพี่ซุปถึงมองไม่เห็นระเบิด เป็นต้น)

และอีกอย่างที่ชอบคือพี่แบทอัดผู้ร้ายได้โหดสะใจดีครับ ฉากบู๊ต่อสู้ (อย่างตอนไปช่วยมาร์ธา) ถือว่าสู้ได้มันส์ดี และดูรู้เรื่อง (ต่างจากฉากสู้ในพี่แบทของ Nolan ที่มักจะเน้นไว้ แต่ไม่เน้นมันส์)

แล้วพี่แบทยังอัดหนักจัด แบบถ้าไม่ตายก็คางเหลืองแน่นอน เรียกว่าพี่แบทดูเป็นสายแข็งชัดมาก (เข้ากับอัลเฟรดสายโหดจริงๆ 555) และน่าจะเป็นสิ่งที่บอกทิศทางของพี่แบทคนนี้ได้ไม่น้อย (พี่แบทสายโหด ไม่ประนีประนอม เน้นตัดรากถอนโคน)

ส่วนที่หลายๆ คนอยากรู้ว่า Jena Malone แสดงเป็นใคร เราก็จะได้รู้กันครับ เธอรับบทเป็น เจเน็ท ไคล์เบิร์น เจ้าหน้าที่นิติวิทยาศาสตร์ของสตาร์แล็ปส์ (S.T.A.R. Labs) ซึ่งในเรื่องเธอโผล่แค่ไม่กี่นาทีครับ (ดีไม่ดีอาจไม่ถึงนาทีด้วย 555) แต่ก็ถือเป็นตัวละครที่คลายปมสำคัญอีกอย่างในหนังด้วย

สรุปนะครับ ผมมีความสุขกับการดูฉบับเต็มมากๆ เลย โดยส่วนตัวผมว่าสมการรอคอยนะ ส่วนหนึ่งอาจเพราะตอนดูฉบับโรงแล้วมันไม่อิ่ม แล้วขณะเดียวกันมันก็เป็นตัวลดความคาดหวังบางอย่างที่มีไปในตัว ทีนี้พอมาดูฉบับเต็มนี่ (ด้วยความคาดหวังที่ลดลง) มันเลยรู้สึกดีกับสิ่งที่ได้พบได้เห็น ตลอด 3 ชั่วโมงนิดๆ นี่

ย้ำอีกครั้งครับว่าฉบับนี้น่าดูจริงอะไรจริง และมันยังช่วยให้เราอยากดูหนังเรื่องต่อๆ ไปในจักรวาล DC มากขึ้นอีกเยอะครับ

สามดาวครับ

Star31

(8/10)

 

Advertisements

ใส่ความเห็น

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s