ผมทึ่งพอสมควรตอนรู้ว่านี่คืองานกำกับคั่นเวลาของ Robert Zemeckis
ผมทึ่งพอสมควรตอนรู้ว่านี่คืองานกำกับคั่นเวลาของ Robert Zemeckis
รีเมกจากซีรี่ส์เก่าอีกแล้วครับ เรื่องจะออกแนว Mission: Impossible เวอร์ชันพระเอกซุ่มซ่ามสุดขีด ซึ่งก็ไม่ใช่ของใหม่ซะทีเดียว เราเองก็คุ้นๆ แนวนี้มาจาก Johnny English แล้วก็ The Pink Panther
ผลงานกำกับของ John Landis นะครับ รายนี้เป็นอีกหนึ่งนักสร้างหนังแนวขำที่ดังพอตัวช่วงยุค 80 (แต่ยุคนี้แทบไม่ต้องพูดถึงนะครับ ชื่อแกหายไปจากวงการหนังใหญ่แล้ว ตอนนี้ไปหาทางคืนชีพอยู่ในซีรี่ส์ Masters of Horror)
นี่ก็เป็นหนังที่ตอนเข้าโรงนี่ผมอยากดูมากเลยครับ เพราะหน้าหนังมันออกแนวมนุษย์ต่างดาวบุกโลกผสมกับแนววัยรุ่น ซึ่งถ้าทำออกมาดีๆ นี่สนุกสนานแน่นอน อย่างน้อยก็ดูเพลินล่ะครับ แล้วยังได้ Robert Rodriguez แห่ง El Mariachi, Desperado และ From Dusk Till Dawn มากำกับด้วย ก็น่าสนใจล่ะครับว่าหนังจะออกมาอีท่าไหน
คอหนังแอ็กชันที่เป็นแฟนผลงานของ Bruce Willis ย่อมจำได้ดีว่า Tears of the Sun แท้จริงแล้วคือชื่อตอนสำหรับต่อสร้อยห้อยท้ายหนัง Die Hard ภาค 4 นั่นเอง
มิตช์ แม็คเดียร์ (Tom Cruise) คือนักศึกษากฎหมายฮาร์วาร์ดที่ทำคะแนนได้อย่างโดดเด่น จนเขาได้รับการทาบทามจากบริษัทกฎหมายชื่อดังอย่าง เบนดินี่ แลมเบิร์ต แอนด์ ล็อก (Bendini, Lambert & Locke) ด้วยข้อเสนอที่ยากจะปฏิเสธ เรียกว่าเพียงเขาเซ็นต์สัญญาเข้าทำงานแค่กริ๊กเดียว ทั้งเงินทอง บ้าน รถ และลาภยศสารพัดจะประดังมาสู่ชีวิตเขาทันที
พูดแบบไม่อ้อมค้อมครับว่าใครไม่ชอบหนังที่เดินเรื่องช้าแบบกินบรรยากาศไปเรื่อยๆ และไม่มีจุดเร่งเร้าที่ชัดเจนแล้วล่ะก็ หนังเรื่องนี้อาจเข้าข่ายน่าเบื่อสำหรับท่านได้ครับ
รู้สึกจะเป็นหนังที่มีคนดูแล้วเสียงแตกแบบชัดเจนครับ ที่ชอบก็มีบ้าง ที่ไม่ชอบเลยก็มากอยู่ ส่วนผมอยู่โซนกลางๆ แบบกระเดียดไปทางชอบครับ
คนทำหนังเรื่องนี้ก็ช่างคิดเหลือหลายครับ พล็อตเรื่องมันน่าสนใจมาก การเดินเรื่องเอาเข้าจริงๆ มันไม่ได้หวือหวา แต่มันมีอะไรชวนให้ติดตามตลอดตั้งแต่ต้นจนจบ
ผลงานการกำกับและเขียนบทเรื่องแรกของ Guillermo del Toro แห่ง Hellboy ทั้งสองภาคนะครับ นี่คืองานชิ้นแจ้งเกิดของพี่แก