รีวิวหนัง/ภาพยนตร์

The Firm (1993) องค์กรซ่อนเงื่อน

1361214258

มิตช์ แม็คเดียร์ (Tom Cruise) คือนักศึกษากฎหมายฮาร์วาร์ดที่ทำคะแนนได้อย่างโดดเด่น จนเขาได้รับการทาบทามจากบริษัทกฎหมายชื่อดังอย่าง เบนดินี่ แลมเบิร์ต แอนด์ ล็อก (Bendini, Lambert & Locke) ด้วยข้อเสนอที่ยากจะปฏิเสธ เรียกว่าเพียงเขาเซ็นต์สัญญาเข้าทำงานแค่กริ๊กเดียว ทั้งเงินทอง บ้าน รถ และลาภยศสารพัดจะประดังมาสู่ชีวิตเขาทันที

และมิตช์ก็เซ็นต์สัญญา พร้อมพาภรรยา (Jeanne Tripplehorn) ย้ายมาอยู่เมืองเมมฟิส (ที่ซึ่งบริษัทตั้งอยู่) แล้วการทำงานก็เริ่มต้นครับ เขาได้รับการดูแลจากเอเวอรี่ โทลาร์ (Gene Hackman) พี่เลี้ยงมือโปรที่สอนกลเม็ดในการเป็นทนายให้กับเขา เรียกว่าทุกอย่างดูไปได้สวยมากๆ จนทำนายได้เลยว่าอนาคตของเขาจะต้องไปได้ไกลแน่ๆ

แต่แล้วก็มีเจ้าหน้าที่ของบริษัทประสบอุบัติเหตุเสียชีวิตกลางทะเลอย่างเป็นปริศนา และในนาทีที่มิตช์ได้ทราบข่าวนั้นเอง เขาพบว่าเพื่อนร่วมงานของมีท่าทีแปลกไป เหมือนหวาดผวาอะไรสักอย่าง แล้วยังมีเจ้าหน้าที่หน่วยสืบของทางการมาติดต่อเขาเพื่อให้เป็นสายในองค์กรนี้ อีกทั้งยังบอกเขาว่า บริษัทที่เขาอยู่มีความลับอยู่มากมาย และการตายที่เกิดนั้นไม่ใช่ครั้งแรก

เมื่อเงื่อนงำมีมากขนาดนี้ มิตช์จึงตัดสินใจลองสืบหาความจริง ว่าบริษัทที่เขาทำอยู่นี้มีเบื้องหลังอะไรซ่อนอยู่กันแน่

ถือเป็นหนังระทึกขวัญว่าด้วยโลกแห่งกฎหมายที่แจ้งเกิด John Grisham ให้เป็นที่จดจำบนโลกภาพยนตร์ครับ เพราะก่อนหน้านี้ Grisham คือนักเขียนนิยายแนวลึกลับผสมกับเรื่องของกฎหมาย ซึ่งเขาก็ได้รับความนิยมมากอยู่แล้ว ยิ่งพอหนังเรื่องนี้โด่งดังทั้งในแง่คำชมและรายได้ (ทำเงืนสูงเป็นอันดับ 4 ของปี 1993) ชื่อของเขาเลยกลายเป็นของร้อนไปทันที

ต้องยอมรับว่าเรื่องราวที่ Grisham ประพันธ์นั้นมีดีครับ มีประเด็นเงื่อนไขในการสร้างความระทึกได้อย่างพอเหมาะ สำหรับฉบับหนังนี่ก็ถือว่าน่าติดตามไม่เลวครับ ส่วนสำคัญที่ทำให้หนังออกมาดีต้องยกให้การแสดงของเหล่าดารา อย่าง Cruise นี่ถือว่าไม่เลวครับ ลื่นไปกับบทมิตช์ได้ดี แต่กระนั้นหากว่ากันตามจริงแล้ว หนังคงจืดไปหลายกิโลหากไม่มีดาราสมทบเยี่ยมๆ ไล่มาตั้งแต่ Hackman, Tripplehorn ต่อด้วยดาราคุณภาพอย่าง Hal Holbrook ในบทโอลิเวอร์ แลมเบิร์ต หนึ่งในผู้บริหารบริษัท, Wilford Brimley แสดงเป็น วิลเลี่ยม เดวอชเชอร์ หัวหน้า รปภ. ของบริษัท, Ed Harris เป็นเจ้าหน้าที่เทอร์เรนซ์ คนที่มาติดต่อ (แกมขู่) ให้มิตช์เป็นสายให้ทางการ, David Strathairn เป็น เรย์ พี่ชายของมิตช์, Gary Busey เป็น เอ็ดดี้ โลแม็กซ์ ทนายจอมกะล่อนที่ช่วยมิตช์อย่างลับๆ และ Holly Hunter ในบท แทมมี่ เลขาหน้าสวยของเอ็ดดี้

ดาราแน่นมากครับ และพวกเขานี่แหละที่ทำให้รสชาติหนังออกมาเข้มข้น มีความลุ้น มีจังหวะตื่นเต้นและน่าติดตาม แค่ดูนักแสดงเทพๆ มาเฉือนฝีมือกันก็โอเคในระดับหนึ่งแล้วล่ะครับ

kinopoisk.ru

ด้านเนื้อหาก็ไม่ได้มีอะไรซับซ้อนหรอกนะครับ ตามจริงแล้วครึ่งแรกออกจะเรื่อยๆ ไปสักนิด หนักไปทางเล่าเรื่องชีวิตของมิตช์เป็นหลัก ระหว่างนั้นก็มีการทิ้งปมให้คนดูสงสัยบ้างเล็กๆ น้อยๆ ก่อนครึ่งหลังหนังจะเข้าสู่ช่วงลงมือตามล่าหาความจริงเกี่ยวกับบริษัทของมิตช์ อันทำให้มิตช์ต้องเสี่ยงภัยสารพัด และนั่นล่ะครับ ความสนุกตื่นเต้นมันอยู่ตรงครึ่งหลังนี่แหละ ซึ่งก็ต้องขอชื่นชม Sydney Pollack ด้วยครับ รายนี้ทำหนังแนวระทึกตื่นเต้นได้น่าติดตามเสมอ และยังเป็นความระทึกที่เป็นไปได้ ไม่โม้สะบัดจนเกินไป ไม่เชื่อลองหาผลงานของเขาอย่าง Three Days of the Condor หรือ The Interpreter มาดูครับ รับรองถูกใจสำหรับคอหนังแนวนี้แน่นอน

อีกส่วนที่เติมพลังความน่าติดตามให้หนังได้อย่างเจ๋งเกินคาด ก็คือดนตรีประกอบของ Dave Grusin ที่มาพร้อมทำนองเปียโนที่ไม่เหมือนใคร ให้อารมณ์ครึกครื้นยามบรรยากาศสบาย และให้อารมณ์ชวนคิ้วขมวด เมื่อเกิดเหตุการณ์ไม่ชอบมาพากล ซึ่งผมเองก็รู้สึกว่าทำนองดนตรีแบบในหนังเรื่องนี้เป็นเอกลักษณ์จริงๆ ครับ

หนังมีดีตรงดาราสมทบ ดนตรีเยี่ยม และความลุ้นเป็นระยะ ในขณะที่สาระเด็ดๆ นั้นอาจมีไม่มาก เพราะหนังเน้นความระทึกชวนติดตามเป็นหลักครับ ตัวเอกของเรื่องก็เป็นคนดีแท้ บริษัทแห่งนี้ก็มีลับลมคมในเหลือแหล่ หลายๆ อย่างในเรื่องเลยดำเนินไปตามน้ำ คนดีก็สู้ไป คนไม่ดีก็หาทางปกปิดไป เลยทำให้ไม่ได้มีปมขัดแย้งให้เราเกิดคำถามหรือจุดประเด็นความคิดอะไรนัก อันนี้ออกจะต่างจากหนังที่สร้างจากนิยายของ Grisham หลายๆ เรื่องที่มักมีประเด็นชวนให้เราคิดและไตร่ตรองเกี่ยวกับแง่มุมแห่งกฎหมายค่อนข้างมาก

หากจะมีอะไรสะกิดให้คิด ก็คงเป็นการพิจารณากระบวนการทางกฎหมายให้ดีครับ อย่างในเรื่องนั้นกฎหมายกลายเป็นเครื่องมือทำเงิน เป็นอาวุธทำลายกัน หรือการทำคดีให้กับลูกค้านั้นก็อาจมีการล่อหลอกให้ลูกค้าต้องเสียเงินมากกว่าปกติ หรือไม่ก็ถือโอกาสแบล็คเมล์ลูกค้า ฯลฯ

ต้องยอมรับว่ากฎหมายที่มนุษย์สร้างขึ้นมานั้น มีคุณและมีโทษพอๆ กัน แต่น่ากลัวตรงที่ระยะหลังเราชักจะเห็นคนใช้กฎหมาย (หรือใช้ช่องโหว่ทางกฎหมาย) ในทางที่สร้างเงินให้ตน แต่สร้างทุกข์ทนให้สังคม… คนทำแบบนี้อยากให้มีน้อยๆ เหลือเกิน ไม่มีเลยยิ่งดี เพราะแค่นี้โลกก็วุ่นวายพอแล้ว

เป็นหนังเก่าอีกเรื่องที่ดูได้ตื่นเต้นกำลังดี

สองดาวครึ่งครับ

Star22

(7/10)

Advertisements