Action

Get Smart (2008) เก็ท สมาร์ท พยัคฆ์ฉลาด เก๊กไม่เลิก

get_smart

รีเมกจากซีรี่ส์เก่าอีกแล้วครับ เรื่องจะออกแนว Mission: Impossible เวอร์ชันพระเอกซุ่มซ่ามสุดขีด ซึ่งก็ไม่ใช่ของใหม่ซะทีเดียว เราเองก็คุ้นๆ แนวนี้มาจาก Johnny English แล้วก็ The Pink Panther

แต่ถ้าให้ย้อนประวัติไป Get Smart ก็ถือเป็นซีรี่ส์แนวสายลับจอมเปิ่นคนแรกๆ เหมือนกัน ซึ่งสร้างสรรค์โดย Mel Brooks เจ้าพ่อหนังตลกแนวล้อเลียนรุ่นบุกเบิกและ Buck Henry นักแสดงตลกชื่อดังอีกคน

ส่วนตัวซีรี่ส์เองก็ดังครับ สนุกมากๆ ด้วย สร้างติดต่อกัน 5 ปี แล้วก็มีกลับมาเป็นระยะๆ ซึ่งคนที่รับบทแม็กซ์เจ้าตำรับก็คือ Don Adams แล้วก็ได้ Barbara Feldon รับบทเป็น เอเย่นต์ 99 นางเอกขวัญใจผู่น่ารัก เป็นซีรี่ส์ที่ต๊องได้ใจมากๆ ครับ ตลอดทั้งตอนคุณจะขำไปกับมุกหน้าตายของทุกตัวละคร แล้วก็ตรรกะแปลกๆ ในการวิเคราะห์โน่นนี่ของแม็กซ์ที่ฟังแล้วมันฮาได้ต่อเนื่องแท้ๆ แล้วยังแอบกัดวิธีการทำงานของเหล่าสายลับได้อย่างเมามันส์กันไปเลยล่ะ

เนื้อเรื่องฉบับใหม่ก็มาแนวเดิมครับ แต่ปรับนิดหน่อย โดยที่จะเล่าถึงตอนที่แม็กซ์เวลล์ สมาร์ท (Steve Carrell) ยังไม่ได้เป็นยอดสายลับ แต่ยังเป็นเจ้าหน้าที่นั่งโต๊ะฝ่ายวิเคราะห์ข้อมูลคนเก่งแห่งหน่วย CONTROL ที่มีหน้าที่โดยตรงในการรับมือกับองค์การร้าย KAOS ที่หมายทำลายโลกหรือไม่ก็เอาระเบิดนิวเคลียร์มาขู่เรียกร้องโน่นนี่บ่อยๆ

และวายร้ายระดับสูงอย่างซีกฟรีท (Terence Stamp) ได้ลงมือถล่มฐานของ Control จนยับเยิน เจ้าหน้าที่ตายไปเยอะจนหัวหน้า (Alan Arkin) ต้องเลื่อนตำแหน่งให้แม็กซ์ได้เป็นเจ้าหน้าที่ภาคสนามออกประกบคู่กับเอเย่นต์ 99 (Anne Hathaway) พยัคฆ์ร้ายพระกาฬสุดสวย ในการแกะรอยตามล่าซีกฟรีทและยับยั้งแผนวางระเบิดของมันให้จงได้

สูตรเดิมครับ แต่อร่อยใช้ได้ ถ้าวัดกันตามความมันส์และการเดินเรื่องผมว่าเรื่องนี้น่าพอใจกว่าเรื่องอื่นๆ อยู่พอตัวครับ สนุกดี ฮาเรื่อยๆ แต่ไม่ได้ฮาแตก มันออกแนวเบาสมองดูไปไม่เครียด ไม่ได้ตั้งใจสร้างมาขำ เพราะเอกลักษณ์ดั้งเดิมสมัยซีรี่ส์ไม่ได้เน้นตลกล้วนๆ แต่มันทำออกมาเสียดสีจิกกัดวงการสายลับและซีรี่ส์สายลับเป็นหลัก ประมาณว่าพระเอกเรื่องอื่นๆ จะเก่ง เท่ห์ สาวๆ หลง ส่วนเรื่องนี้พระเอกก็เก่ง แต่หลงตัวเองเยอะหน่อยจนทำโน่นนี่พลาดเสมอ ซึ่งคอนเซปต์นี้คนทำฉบับรีเมกก็หยิบมาดีล่ะครับ ที่ชอบมากหน่อยคือการตามสืบที่ดูเป็นการตามปมจริงๆ เหมือนหนังเจมส์ บอนด์เลยครับ เพียงแต่แทรกอารมณ์ขันเข้ามาให้เป็น Get Smart เท่านั้นเอง

สมัยร่ำๆ ว่าจะสร้างตอนแรกๆ เลย ได้ข่าวว่าจะให้ Tom Hanks มาเป็นแม็กซ์น่ะครับ จากนั้นตัวเลือกก็มา Jim Carrey แต่โปรเจคท์ก็ค้างเติ่งจนพระเอกเหล่านั้นไปเล่นหนังเรื่องอื่นกันหมด แล้วบทมาตกที่ Carrell ซึ่งผมว่าเหมาะนะ หน้าตาท่าทางบ้องแบ้วใช้ได้ แต่พอมาเล่นจริงๆ ก็รู้สึกขาดไปนิด คือ Carrell เล่นได้ดีหมด ยกเว้นความเท่ห์แบบเก๊กๆ อย่างที่ Adams เคยทำไว้ดีมากเมื่อสมัยก่อน มันยังพร่องไปนิด ตัวแม็กซ์สมัย Adams นั้นจะน่ารัก ต๊องนิดๆ แต่เก๊กให้ตัวเองเท่ห์ได้บนความบ๊องนั่นแหละ แต่ Carrell ดันเน้นบ้องแบ้วมากเกิน เสน่ห์เท่ห์ๆ ไม่ค่อยมี เลยออกจะหงิดใจนิดๆ กับบทสรุปตอนท้ายระหว่างเขากับ 99 ที่รู้อยู่แล้วล่ะว่าพระเอกนางเอกต้องสมหวัง แต่ถ้ามีความแน่นเรื่องเท่ห์ๆ ของแม็กซ์เพิ่มอีกนิดน่าจะดีไม่น้อย แต่ในหนังก็พยายามแทรกความมีมิติ ความเป็นคนของแม็กซ์ลงมาแทน ก็ถือว่าดีไปอีกแบบครับ แม็กซ์เลยเป็นสายลับที่มีหัวใจขึ้นมา

get_smart002

ส่วน Hathaway ก็สวยล่ะครับ มาน่ารักด้วยเฉี่ยวด้วย ดูเป็นสายลับพระกาฬจริงๆ พอๆ กับ Arkin ที่มาสวมวิญญาณห้วหน้าที่ศรัทธาในความเก่งของแม็กซ์ ส่วน เดอะ ร็อคก็มาเป็น เอเยนต์ 23 ซึ่งเป็นตัวละครหลักเดียวที่สร้างขึ้นมาใหม่ ระดับความเด่นยังไม่มากเท่าชาวบ้าน และ Stamp ก็มาเป็นซีกฟรีทได้ไม่เลวครับ แต่ก็ไม่เด่นนัก ยิ่งตอนท้ายแกโดนเล่นงานแบบง่ายเกินเหตุ (ง่ายจริงๆ ครับไปดูได้) คาดว่าหนังกะให้ฮาครับ แต่ด้วยความที่หนังมันออกแนวทีเล่นทีจริงมาตลอด เลยทำให้ขัดทางอารมณ์มากกว่าจะขำไปด้วย

อีกสองคนที่ผมว่าน่าจะเด่นกว่านี้คือคู่หูลอยด์ (Nate Torrence) และ บรูซ (Masi Oka) ที่จริงๆ ไม่เลวนะครับ แต่ยังฮาไม่เต็มแม็ก อย่างตอนพวกพี่แกไปโผล่ในหนังของตัวเองนั่นก็ฮาไม่เต็มแม็กเหมือนกัน อันนี้เสียดายหน่อยๆ เพราะปั้นได้ครับ สองคนนี้ปั้นดีๆ ล่ะจะขโมยซีนมืออาชีพได้ไม่แพ้พวกเพนกวินมหาภัยใน Madagascar เลยล่ะ

แต่คนที่ผมชอบสุดกลับเป็นเอเยนต์ 13 ก็คนที่ต้องปลอมเป็นต้นไม้เฝ้าหน้าฐานลับไงครับ นี่คือตัวละครที่ฮามากและคนชอบกันมากสมัยซีรี่ส์ เพราะพี่แกเป็นสายลับสุดซวยที่ต้องปลอมเป็นอะไรสักอย่างประจำมันอยู่ตรงนั้นตั้งแต่ต้นจนจบ เป็นตู้ไปรษณีย์บ้าง ท่อระบายน้ำบ้าง ทำให้เวลาแม็กซ์เดินผ่านมาก็ต้องแวะคุยเพื่อแก้เหงาแล้วก็ทำท่ากระซิกๆ ตอนแม็กซ์จะเดินจากไป (ประมาณว่าอย่าเพิ่งไปสิ คุยกันก่อน มันเหงานะ) นี่ถ้ามีตอนต่ออีกผมว่าพี่แกจะบ้าหนักกว่านี้ครับ (สมัยซีรี่ส์นี่บ้ามากๆ) ด้วยเหตุนี้คนที่มาแสดงเป็น 13 ในเรื่องก็เลยเป็นดารามีชื่อไงครับ (แต่เป็นใครต้องไปดูเองครับ)

โดยรวม Peter Segal (Naked Gun 33 1/3, The Nutty Professor II) กำกับหนังได้โอเคครับ แต่อาจยังผสมสูตรทีเล่นทีจริงได้ไม่เข้ากันนัก ยังมีโดดๆ บ้าง และบทแม็กซ์ของ Carrell ก็ยังไม่เข้าที่ดังคาด แต่ถ้าสรุปรวมๆ ก็เป็นแนวสายลับบ๊องแต่ไม่บ้าที่สนุกสนาน ดูเพลินครับ ซ้ำตัวแม็กซ์ยังไม่เบาโหวงด้วย มีความรู้สึกมีหัวใจ

ผมล่ะชอบเพลงธีมของเรื่องเป็นพิเศษ สนุก รื่นเริง โดยยังแฝงอารมณ์หนังสายลับได้อย่างดี ลุ้นให้หนังฮิตเหมือนกันครับ คาดว่าภาคต่อน่าจะมันส์กว่านี้ เพราะหนังเปิดปมเอาไว้ในตอนท้ายที่ “ไฮมี่” สายลับยนต์ปรากฏตัว รวมไปถึงบทชตาร์กเกอร์ (Ken Davitian) มือขวาซีกฟรีท ในซีรี่ส์นี่พวกพี่แกเรียกความฮาได้เพียบ

ในหนังก็มีอะไรรำลึกถึงต้นฉบับเยอะครับ อย่างรองเท้าโทรศัพท์มือถือนั่น แล้วก็ประโยคติดปากแม็กซ์อย่าง Missed it by that much และช่วงท้ายที่เหตุไปเกิดในการแสดงดนตรี ก็เพื่อระลึกถึงเวอร์ชั่นต้นฉบับที่เปิดตัวฉากแรกของแม็กซ์ในฮอลล์แสดงดนตรีนี่แหละครับ ถ้าจำไม่ผิดรู้สึกจะใช้เพลง Beethoven’s 9th เหมือนกันด้วย

ไม่ผิดหวังครับ แม้จะยังไม่สมหวังเต็มร้อยก็ตาม

สองดาวครึ่ง สบายๆ ครับ

Star22

(7/10)

Advertisements