ผมเคยดูมาแล้วรอบนึงนะครับ เมื่อต้นปี 45 ช่วงนั้นเป็นยุคสุดท้ายที่ VDO ยังเรืองอำนาจอยู่ ตอนนั้นมันเหมือนมีเซ็นส์อะไรซักอย่าง รู้สึกตะหงิดๆ ว่า VDO ใกล้สูญพันธุ์ ผมเลยเช่าแหลก
ผมเคยดูมาแล้วรอบนึงนะครับ เมื่อต้นปี 45 ช่วงนั้นเป็นยุคสุดท้ายที่ VDO ยังเรืองอำนาจอยู่ ตอนนั้นมันเหมือนมีเซ็นส์อะไรซักอย่าง รู้สึกตะหงิดๆ ว่า VDO ใกล้สูญพันธุ์ ผมเลยเช่าแหลก
ผมก็ระดมแนะนำหนังแนวสยองหลายๆ เรื่องสั้นในหนึ่งเดียวไปหลายเรื่องแล้วนะครับ แต่ยังไม่หมดครับ กะจะเอามากระหน่ำให้ครบๆ ชุดหนังสั้นสยองของค่าย Amicus ไปเลย
ชี้แจงก่อนนะครับ อย่าแปลกใจที่ผมเอาชื่อไทยขึ้นหน้า แล้วเอาชื่อฝรั่งตามหลัง เป็นธรรมเนียมส่วนตัวของผมเองครับว่าถ้าเขียนหนังฝรั่ง ก็จะเอาชื่อฝรั่งนำ แต่ถ้าเขียนหนังเอเซียหรือหนังไทยก็จะเอาชื่อไทยมาใส่นำหน้า เพราะคนเราจะจำชื่อไทยได้แม่นกว่าชื่อฝรั่งครับ
จัดว่าเป็น Free Willy ฉบับแมวน้ำนำแสดงครับ แต่เรื่องนี้เห็นว่าสร้างจากเรื่องจริงว่าด้วยความสัมพันธ์ระหว่างโทนี่ วิทนี่ย์ (Tina Majorino) กับแมวน้ำน่ารักอย่างอังเดร ที่แสนจะฉลาดเฉียว แน่นอนครับว่าเนื้อหามันพอจะเดากันได้ ว่าต้องมีเหตุการณ์ปั่นป่วนทำให้โทนี่และอังเดรต้องออกไปเสี่ยงภัยกลางทะเล แล้วก็ต้องมีคนไม่ชอบหน้าอังเดรมาคิดไม่ดีอีกด้วย
Mad City คือหนึ่งในหนังล่มของค่าย Warner Bros. (ร่วมรุ่นกับ The Postman ของ Kevin Costner) แต่ผมดูแล้วรู้สึกชอบครับ ชอบประเด็นง่ายๆ ตรงๆ ที่หนังสื่อ
ไม่รู้ว่าแปลกไหมนะครับ แต่ผมโอเคกับ Ju ภาคนี้มากกว่าภาคก่อน อาจเพราะความคาดหวังที่ลดลง
Vertical Limit อีกหนึ่งหนังบู๊เสี่ยงตายที่ดูเอาเพลินได้แม้จะเก่าร่วมๆ 20 กว่าปีแล้วก็ตาม
ลองว่ามี Stephen King’s จั่วหัวข้างหน้าก็มั่นใจได้ว่าหนังสร้างจากปลายปากกาของพี่ King แน่นอน
ภาพยนตร์แนวตื่นเต้นระทึกขวัญที่ผสมไว้หลายแบบเหลือเกินครับ จะเป็นแนวเขย่าขวัญแบบสยองไปเลยก็ได้ เป็นแนวระทึกปน Sci-Fi ก็ได้ หรือจะเป็นหนัง Action Thriller แบบหนังบู๊บนเรือดำน้ำอย่าง Crimson Tide หรือ U-571 ก็ยังได้อีก
ยุทธภพกำลังจะสั่นสะเทือนครับ เมื่อยอดฝีมือระดับเทพกระบี่อย่าง เจ้านครเมฆขาว เอี๊ยบโกวเซี๊ยะ (หลิวเต๋อหัว) ได้ท้าประลองกับจอมกระบี่เป่าโลหิต ไซมึ้งชวยเสาะ (เจิ้งอี้เจี้ยน) โดยนัดกันว่าจะต่อสู้วัดฝีมือกันบนหลังคาวังหลวง