ผมว่าพล็อตและใจความที่หนังเรื่องนี้เสนอมันน่าสนใจดีครับ
ผมว่าพล็อตและใจความที่หนังเรื่องนี้เสนอมันน่าสนใจดีครับ
หนังตลกการเมืองที่ถือว่าทำได้ฮาและมีสาระไปในเวลาเดียวกันนะครับ ตัวเอกมีนามว่าโทมัส เจฟเฟอร์สัน จอห์นสัน (Eddie Murphy) นักต้มตุ๋นมือเซียนแห่งฟลอริด้าที่จับพลัดจับผลูได้ลงสมัครเป็นวุฒิสมาชิก และด้วยลีลากะล่อนร้อยเล่มเกวียนของเขาก็ทำให้ได้รับเลือกอีกต่างหาก
แม้ตัวหนังจะไม่ได้ฮิตอะไรมากมาย แต่ผมก็ชอบนะครับ มันดูสนุก เพลินๆ แบบชวนให้ Feel Good ดีเหมือนกัน
การรีวิว Scream ภาคนี้คงต้องมีการแยกพูดถึง ระหว่างคุณภาพของหนัง กับเรื่องความชอบส่วนตัวครับ
สำหรับหนังสยองหลายๆ เรื่องแล้ว ภาคต่อจะก่อกำเนิดเมื่อภาคแรกทำเงินเยอะพอ แต่กับ Scream แล้ว ไอเดียภาคต่อได้เกิดขึ้นตั้งแต่บทภาพยนตร์ภาคแรกเพิ่งเขียนเสร็จหมาดๆ
ชื่ออาจจะดูล่อแหลมนะครับ โยนแม่ลงจากรถไฟ แต่มันเป็นหนังตลกน่ะครับอย่าคิดมาก
ถือเป็นหนังผีในความทรงจำอีกเรื่อง เพราะมันผสมยำความสยอง โหด แหวะ และความฮาเข้าไว้ด้วยกันในระดับที่ไม่เลว
ถือเป็นหนังสไตล์ Austin Powers ฉบับสายลับผิวดำน่ะนะครับ เมื่อวายร้ายฉายา เดอะ แมน มีแผนร้ายต่ออเมริกา ตั้งแต่ปล่อยสารเสพติดที่จะทำให้คนไร้สติไม่ต่างจากซอมบี้ ไปจนถึงแผนร้ายต่อพี่น้องผิวสีร่วมชาติ ทำให้ยอดสายลับตัวกลั่น (Eddie Griffin) ถูกตามตัวมารับภารกิจในการขัดขวางแผนร้ายนี้
จอช โคแว็กซ์ (Ben Stiller) ผู้จัดการอพาร์ตเมนต์หรูกลางกรุงนิวยอร์กที่ทำงานอย่างดีเยี่ยมมาตลอด ทั้งยังผูกมิตรกับผู้อยู่อาศัยทุกคนอย่างเป็นกันเอง และหนึ่งในคนที่เขาสนิทที่สุดก็คือ อาร์เธอร์ ชอว์ (Alan Alda) มหาเศรษฐีนักลงทุนที่จอชเองก็เอาเงินมากโขไปฝากให้เขาช่วยลงทุน ทั้งเงินตัวเองและเงินกองทุนของพนักงาน ก็หวังว่ามันจะได้ผลตอบแทนทวีคูณคืนมาให้กับทุกคนด้วยนั่นแหละครับ
ภาคนี้ดูแล้วนึกถึงพวก Step Up น่ะครับ เพราะตัวละครเป็นชุดใหม่ นำโดย ฌอน บอสเวลล์ (Lucas Black) หนุ่มจอมซ่าส์นักซิ่งจากอลาบาม่าที่ต้องระเห็จไปอยู่กับพ่อที่โตเกียวหลังก่อเรื่องใหญ่โต แล้วในโตเกียวนี่เองครับเขาก็หนีไม่พ้นเรื่องซิ่งๆ หลังจากได้พบกับ ฮาน (Sung Kang) เซียนรถแข่งที่เห็นแววในตัวฌอน แต่ก็แน่ล่ะครับว่า จะอยู่ที่ไหนฌอนก็ยังไม่วายโดนเจ้าถิ่นตัวแสบมาราวีอยู่ดี