และนี่คือการกลับมารอบใหม่ของ จอห์นนี่ อิงลิช (Rowan Atkinson) พยัคฆ์ร้ายจอมซุ่มซ่ามกับภารกิจตามสืบไขปมปริศนาขององค์กรนักฆ่าลึกลับ ซึ่งลองว่าเป็นจอห์นนี่ อิงลิชแล้วล่ะก็ ไม่มีทางสืบแบบธรรมดาหรอกครับ มันต้องสืบไปป่วนไปถึงจะเป็นอิงลิชของแท้
และนี่คือการกลับมารอบใหม่ของ จอห์นนี่ อิงลิช (Rowan Atkinson) พยัคฆ์ร้ายจอมซุ่มซ่ามกับภารกิจตามสืบไขปมปริศนาขององค์กรนักฆ่าลึกลับ ซึ่งลองว่าเป็นจอห์นนี่ อิงลิชแล้วล่ะก็ ไม่มีทางสืบแบบธรรมดาหรอกครับ มันต้องสืบไปป่วนไปถึงจะเป็นอิงลิชของแท้
สัมผัสได้ตั้งแต่ก่อนดูครับว่าตัวหนังยังไงก็คงออกมาสนุกนั่นแหละ แต่จะสนุกมากระดับขึ้นหิ้งหรือสนุกน้อยก็ว่ากันไปอีกเรื่องหนึ่ง
ชีวิตคนเราถือว่าเป็นอะไรที่น่าสนใจเสมอครับ ไม่ว่าจะเรื่องปรัชญา, วิถีชีวิต, การเปลี่ยนย้ายถิ่นฐาน-สังคม-สิ่งแวดล้อม, การเลือก-ไม่เลือกอะไรบางอย่าง ทั้งหมดทั้งปวง ล้วนมีผลต่อชีวิตเราทั้งสิ้น จะมากหรือน้อยก็เท่านั้นเอง
ว่าตามจริงแล้วนี่คือหนังพล็อตน้ำเน่าแบบเทพนิยายน่ะครับ เรื่องของหญิงสามัญได้พบรักกับเจ้าชายรูปงาม มันคือสูตรสำเร็จเดิมๆ ที่เราเดาทางได้ไม่ยากว่ามันต้องจบลงแบบมีความสุขแน่นอน
จำได้ว่าหนังเรื่องนี้นักวิจารณ์และคนดูส่วนใหญ่ไม่ปลื้มจนหนังไม่ได้เข้าโรงในไทยแล้วก็โดนจับลงแผ่นเลย แต่กระผมดันรู้สึกสนุกครับ ซึ่งก็เป็นไปได้ว่าเพราะได้ยินกระแสเสียงในแง่ลบมากๆ เลยพานไม่คาดหวังกับหนังไปโดยปริยาย และส่วนใหญ่ถ้าไม่คาดหวังเราก็จะรู้สึกว่าหนังอร่อยได้เหมือนกัน
ลูเธอร์ วิทนี่ย์ (Clint Eastwood) คือตีนแมวลายครามที่ขโมยของที่หมายตาได้ทุกครั้ง และการขโมยครั้งล่าสุดก็น่าจะไม่มีปัญหาอะไรครับ แค่เล็งสถานที่ไว้ ดูจังหวะให้เหมาะ แล้วก็ดอดเข้าไปฉวยของออกมาจากคฤหาสน์ของมหาเศรษฐีรายหนึ่ง
มาหนังเบาๆ อีกเรื่องนะครับ ช่วงนี้มีอะไรหนักหัวนิดๆ เลยขอรีวิวหนังเบาแบบไม่ต้องคิดอะไรมากสักหน่อย กับงานขายเสน่ห์หนุ่มหล่ออย่าง Tom Cruise สมัยนั้นยังเฟี้ยวอยู่เลยครับ ดูหน้าปกก็น่าจะทราบ แหม คนอะไรหล่อได้ขนาดนั้น (อิจฉาในใจ ฮึ่มๆๆ)
ไคลี่ แพรตต์ (Jodie Foster) กับลูกสาวได้เดินทางกลับบ้านด้วยเครื่องบินนะครับ จากเบอร์ลินไปอเมริกา ระหว่างทางไคลี่ก็พลอยหลับไป ตื่นขึ้นมาอีกที ลูกสาวเธอกลับหายตัวไปไหนก็ไม่รู้ ถามใครๆ ก็บอกไม่มีใครเห็น พอตรวจดูบันทึกผู้โดยสารกลับไม่ปรากฎว่าเธอพาลูกขึ้นมาด้วย
ภาพยนตร์ก็เหมือนกับอาหารนะครับ ใช้บริโภคได้ทั้งความอร่อยและคุณค่า
เป็นการจับเอา Die Hard มาเจอกับ Air Force One แล้วปรุงรสด้วย “การถล่มทำเนียบขาวเล่น” ตามสไตล์ของผู้กำกับ Roland Emmerich ที่หาพล็อตมาถล่มโลกได้บ่อยมากๆ คนหนึ่ง