เรื่องต่อจากภาคที่แล้วครับ เมื่อกรุงปักกิ่งแตกหลังจากการบุกยึดของชาวตะวันตก ทำให้หวงเฟยหง (เจ้าเหวินจั๋ว) และ หวงฉีอิงบิดาของอาจารย์หวงต้องเดินทางลี้ภัยออกมา แล้วมุ่งหน้ากลับเป่าจือหลิน
เรื่องต่อจากภาคที่แล้วครับ เมื่อกรุงปักกิ่งแตกหลังจากการบุกยึดของชาวตะวันตก ทำให้หวงเฟยหง (เจ้าเหวินจั๋ว) และ หวงฉีอิงบิดาของอาจารย์หวงต้องเดินทางลี้ภัยออกมา แล้วมุ่งหน้ากลับเป่าจือหลิน
ข้อดีอย่างหนึ่งของหนังแนวโรแมนติกคอเมดี้ของ Hallmark ก็คือ สาระแก่นสารของหนังจะเป็นเรื่องของใครสักคนที่พยายามทำตามฝัน ทำเพื่อความถูกต้อง หรือพยายามทำสิ่งดีๆ ให้สำเร็จ แม้ว่าจะต้องเจออุปสรรคแค่ไหนก็ตาม
ผมว่าพล็อตและใจความที่หนังเรื่องนี้เสนอมันน่าสนใจดีครับ
หนังตลกการเมืองที่ถือว่าทำได้ฮาและมีสาระไปในเวลาเดียวกันนะครับ ตัวเอกมีนามว่าโทมัส เจฟเฟอร์สัน จอห์นสัน (Eddie Murphy) นักต้มตุ๋นมือเซียนแห่งฟลอริด้าที่จับพลัดจับผลูได้ลงสมัครเป็นวุฒิสมาชิก และด้วยลีลากะล่อนร้อยเล่มเกวียนของเขาก็ทำให้ได้รับเลือกอีกต่างหาก
แม้ตัวหนังจะไม่ได้ฮิตอะไรมากมาย แต่ผมก็ชอบนะครับ มันดูสนุก เพลินๆ แบบชวนให้ Feel Good ดีเหมือนกัน
การรีวิว Scream ภาคนี้คงต้องมีการแยกพูดถึง ระหว่างคุณภาพของหนัง กับเรื่องความชอบส่วนตัวครับ
สำหรับหนังสยองหลายๆ เรื่องแล้ว ภาคต่อจะก่อกำเนิดเมื่อภาคแรกทำเงินเยอะพอ แต่กับ Scream แล้ว ไอเดียภาคต่อได้เกิดขึ้นตั้งแต่บทภาพยนตร์ภาคแรกเพิ่งเขียนเสร็จหมาดๆ
ชื่ออาจจะดูล่อแหลมนะครับ โยนแม่ลงจากรถไฟ แต่มันเป็นหนังตลกน่ะครับอย่าคิดมาก
ถือเป็นหนังผีในความทรงจำอีกเรื่อง เพราะมันผสมยำความสยอง โหด แหวะ และความฮาเข้าไว้ด้วยกันในระดับที่ไม่เลว
ถือเป็นหนังสไตล์ Austin Powers ฉบับสายลับผิวดำน่ะนะครับ เมื่อวายร้ายฉายา เดอะ แมน มีแผนร้ายต่ออเมริกา ตั้งแต่ปล่อยสารเสพติดที่จะทำให้คนไร้สติไม่ต่างจากซอมบี้ ไปจนถึงแผนร้ายต่อพี่น้องผิวสีร่วมชาติ ทำให้ยอดสายลับตัวกลั่น (Eddie Griffin) ถูกตามตัวมารับภารกิจในการขัดขวางแผนร้ายนี้