Action

พายุดาบดวลสะท้านฟ้า (2000) The Duel

The-Duel-2000

ยุทธภพกำลังจะสั่นสะเทือนครับ เมื่อยอดฝีมือระดับเทพกระบี่อย่าง เจ้านครเมฆขาว เอี๊ยบโกวเซี๊ยะ (หลิวเต๋อหัว) ได้ท้าประลองกับจอมกระบี่เป่าโลหิต ไซมึ้งชวยเสาะ (เจิ้งอี้เจี้ยน) โดยนัดกันว่าจะต่อสู้วัดฝีมือกันบนหลังคาวังหลวง

ขณะเดียวกันองครักษ์เสื้อทองรหัส 009 (จางเจียฮุย) ก็สืบพบว่ามีคนถูกสังหารอย่างเป็นปริศนา ราวกับว่ามีใครบางคนกำลังพยายามปกปิดร่องรอยของแผนการบางอย่าง หรือว่าภายใต้การประลองสะท้านแผ่นดินครั้งนี้ กำลังมีแผนร้ายดำเนินซ่อนอยู่เบื้องหลัง

หนังเรื่องนี้ก็ดัดแปลงจากนิยาย เล็กเซียวหงส์ ตอนที่ 3 ที่ โก้วเล้ง ประพันธ์ไว้นะครับ ชื่อตอนก็คือ สองนักสู้ผู้ยิ่งใหญ่ ซึ่งตัวนิยายก็อ่านสนุกน่าติดตามกำลังดีครับ โดยโครงเรื่องแล้วหนังก็ยกนิยายมาทั้งดุ้น มีการเปลี่ยนแปลงสักหน่อยก็คือการแปลงชื่อ เฮียเล็กเซียวหงส์ ให้กลายเป็นสายลับ 009 ก็เดาว่าคงเพราะอยากให้ความเด่นไปอยู่กับ 2 จอมกระบี่มากกว่าจะเป็นนักสืบสี่คิ้วน่ะนะครับ

ตัวหนังจริงๆ ก็ดูเพลินดีครับ ทีมพากย์พันธมิตรของเราก็ใส่มุขกระหน่ำฮาลงไปเช่นเคย เรียกว่าด้านความขำนี่ตัวหนังก็มีอะไรให้ฮาประมาณหนึ่งอยู่แล้ว ยิ่งเจอทีมนี้พากย์ลงไปอีกก็ฮากระจายกันไป แต่จุดที่ผมชื่นชมอย่างหนึ่งคือพันธมิตรพากย์เรื่องนี้ในระดับพอดีครับ ตัวละครไหนฮาก็ใส่มุขลงไปเพียบ แต่กับตัวละครที่จริงจัง เคร่งขรึมอย่างเอี๊ยบโกวเซี๊ยะและไซมิึงชวยเสาะนี่ระดับเสียงระดับความเข้มถือว่าพอเหมาะ ไม่มีการหลุดเล่นมุขให้คนดูขำแต่อย่างใด (แต่ถ้าดูจาก TrueID ก็จะเป็นอีกทีมพากย์หนึ่งครับ ซึ่งก็ต้องยอมรับว่าไม่ฮาเท่าสมัยพันธมิตรพากย์ครับ แต่อย่างน้อยก็ได้ดูเป็นฉบับเต็ม 106 นาที ในขณะที่ฉบับพันธมิตรพากย์จะเป็นฉบับ 95 นาทีครับ)

บทหนังถือว่าโอเคครับ การตามคดี การเฉลยปมนับว่ายังรักษาจุดเด่นของฉบับนิยายเอาไว้ได้ ซึ่งก็ต้องย้อนไปชมโก้วเล้งนั่นล่ะครับ วางเรื่องได้ดี และจะว่าไปนิยายเล่มนี้ก็ถือเป็นตอนที่เหมาะจะเอามาทำเป็นหนังที่สุดแล้วครับ มันรู้สึกครบเครื่องสูตรสำเร็จหนังกำลังภายในแนวสืบสวนผสมอารมณ์ขันตั้งแต่สมัยผมอ่านรอบแรกแล้วน่ะครับ

ดาราในเรื่องที่ผมโปรดที่สุดคือ เจิ้งอี้เจี้ยน ครับ พี่แกเหมาะมากกับบทไซมึ้ง ดูนิ่งๆ องอาจ ดูเหมือนจะไร้อารมณ์แต่จริงๆ ก็ไม่ไร้ซึ่งความรู้สึก ดูเป็นเทพกระบี่เดินดิน ยอมรับเลยครับว่าระยะหลังตอนอ่านนิยายเฮียเล็กอีกรอบเนี่ย พอถึงบทไซมึ้งทีไรหน้าพี่เจิ้งแกโผล่ขึ้นมาทันที

ส่วน จางเจียฮุย นี่ก็ดูเหมาะกับบทเฮียเล็กในฉบับนี้นะครับ แกดูฮาดูบ้าไปเรื่อยๆ แต่ยังไงบทนี้คนที่เล่นได้พอดีก็ขอยกให้ หลิวสงเหยิน น่ะครับ ตลกบ้าฮาแต่ก็ดูฉลาดหัวไวกำลังดี แต่ในใจลึกๆ ก็อยากให้จางเจียฮุย แกมีหนังเล็กเซี่ยวหงส์ตามออกมาอีก เพราะจริงๆ หนังสไตล์นี้มีไม่ค่อยบ่อย (ทั้งที่มันน่าจะขายได้)

หลิวเต๋อหัว ก็ดูองอาจ เท่ห์ สุขุม มีอำนาจ แต่ก็ยังไม่ค่อยเป็นเอี๊ยบโกวเซี๊ยะเต็มร้อย แต่เขาก็แสดงได้ดีล่ะครับ นอกจากนี้ยังมี จ้าวเหว่ย มารับบทเป็นองค์หญิงน้อย, หยางกงหยู ในบทคนรักของไซมึ้ง และ ถันเย่าหวิน ในบทฮ่องเต้

ก็เป็นหนังฟันดาบอาบความขำที่ดูเพลินดีครับ สนุก ฮา ตัวละครก็ถือว่าพอเหมาะ การตามสืบคดีแม้จะไม่ถึงระดับน่าติดตามสุดยอดแต่มันก็กระตุ้นความสงสัยให้คนดูได้ไม่เลว

หนังกำกับโดย แอนดรูว์ เลา หรือหลิวเหว่ยเฉียงแห่งหนังชุด กู๋หว่าไจ๋, ฟงอวิ๋น ขี่พายุทะลุฟ้า และ ขี่พายุดาบเทวดา ซึ่งช่วงนั้นพี่ท่านก็กำลังถนัดทำหนังแนวกำลังภายใน Effect น่ะครับ เลยจัดเรื่องนี้ไปอีกเรื่องหนึ่ง ก็ดูได้สนุกๆ พอเพลินครับ

สองดาวกว่าๆ ครับ

Star21

(6.5/10)