รีวิวหนัง/ภาพยนตร์

The Thing from Another World (1951) ต้นตำนานไอ้ตัวเขมือบโลก

b9199e0662e241633b6fe55f3588f994

หนังไซไฟคลาสสิกอีกเรื่องแห่งยุค 50 ครับ แน่นอนว่านี่คือต้นฉบับของ The Thing ที่ John Carpenter กำกับ โดยหนังก็ดัดแปลงจากนิยายขนาดสั้นเรื่อง Who Goes There? ของ John W. Campbell อีกที

เรื่องราวว่าด้วยเจ้าหน้าที่วิทยาศาสตร์และทหารกลุ่มหนึ่งไปทำการวิจัยค้นคว้าที่แถบอาร์คติกครับ แล้วพวกเขาก็พบกับสิ่งลึกลับในน้ำแข็ง จากนั้นก็นำมันกลับมาเพื่อตรวจสอบว่าคืออะไร ทีนี้กว่าจะรู้ว่าแท้จริงมันคือสิ่งมีชีวิตแสนสะพรึงจากต่างดาวนั่นก็สายไปแล้วครับ เพราะมันฟื้นขึ้นมาอาละวาดเรียบร้อย

ครับ แม้หนังจะเก่าแต่ถือว่าทำได้น่าติดตามทีเดียวครับ เทคนิคพิเศษถือว่าเยี่ยมทีเดียวสำหรับยุคนั้น แต่จุดที่ผมชอบคือหนังทำให้เรารู้สึกกลัวเจ้า “สิ่งนั้น” ได้สำเร็จครับ หนังค่อยๆ สร้างบรรยากาศให้เรารู้สึกสะพรึงเกี่ยวกับอะไรก็ตามที่อยู่ในน้ำแข็งนั่นทีละน้อยๆ และพอมันออกมาอาละวาดฤทธิ์ของมันก็เยอะไม่ใช่เล่น กว่าจะจัดการได้นี่ก็เล่นเอาลุ้นไปไม่ใช่น้อยเหมือนกันครับ

มุมที่น่าสนใจของหนังคือการสะท้อนเหตุการณ์ประวัติศาสตร์ในยุคนั้นน่ะครับ กล่าวกันว่าหลังเกิดสงครามโลกครั้งที่ 2 และการทิ้งระเบิดนิวเคลียร์ที่ฮิโรชิม่ากับนางาซากิแล้ว ชาวอเมริกันจำนวนไม่น้อยก็รู้สึกไม่ดีต่อสิ่งที่เกิดขึ้น ทำให้หนังจำนวนหนึ่งที่เกี่ยวกับวิทยาศาสตร์ที่สร้างออกมาหลังยุค 40 มีแนวโน้มที่จะมองวิทยาศาสตร์ในเชิงลบ เราจะได้เห็นตัวประหลาดที่เกิดจากการทดลองผิดพลาดมากมาย หรือไม่ก็หายนะที่เกิดจากความอยากรู้อยากเห็นของนักวิทยาศาสตร์

อย่างในเรื่องนี้ก็เหมือนกันครับ การสำรวจค้นคว้าคือจุดเริ่มต้นที่ทำให้เจ้า “สิ่งนั้น” ฟื้นขึ้นมาอาละวาด เรียกว่าบทหนังเป็นภาพสะท้อนต่อความคิดในเชิงนั้น และในอีกมุมหนึ่งเราอาจแทนการรุกรานจากต่างดาวเป็นการรุกรานของลัทธิคอมมิวนิสต์ก็ได้เช่นกัน (เพราะในที่สุดเหล่าอเมริกันชนคนกล้าก็สามารถมีชัยเหนือภัยรุกราน) อันนี้ต้องแล้วแต่มุมมองครับ แต่หนังไซไฟยุคนั้นจะแทรกอะไรเหล่านี้ไว้ค่อนข้างมาก

สำหรับท่านที่เคยดู The Thing ฉบับ 1982 คงจำได้ครับว่าเจ้าสิ่งนั้นน่ะมันมาในรูปที่ “ไร้รูป” แต่มันจะเข้าครองร่างอะไรก็ตามที่มันสัมผัสซึ่งตรงตามที่นิยายได้บอกไว้ แต่สำหรับฉบับนี้เจ้า “สิ่งนั้น” จะมาเป็นตัวเป็นตน (ซึ่งสวมบทโดย James Arness) ส่วนหนึ่งเพราะเทคนิคยุคนั้นยังไปได้ไม่ถึงครับ แต่กระนั้นหนังก็ถ่ายทอดออกมาได้ไม่เลว

เรื่องหนึ่งที่ถือว่าเป็นตำนานของหนังเรื่องนี้คือ คนกำกับครับ กล่าวกันว่าผู้กำกับตัวจริงของหนังคือ Christian Nyby แต่บางกระแสก็บอกว่า Howard Hawks นักสร้างหนังชื่อดังสมัยนั้นต่างหากจึงจะเป็นคนทำ ขนาดดาราที่แสดงในเรื่องยังออกมาให้สัมภาษณ์ไม่ตรงกันเลยครับ แต่ในเวลาต่อมา Nyby ถึงออกมาให้สัมภาษณ์ว่าเขาเป็นคนกำกับ โดยที่ Hawks ให้คำแนะนำอยู่ ซึ่ง Nyby นับถือ Hawks เป็นอาจารย์ครับ เขาศึกษางานของ Hawks และเดินตามรอย จึงไม่ใช่เรื่องแปลกหากผลงานที่ได้ออกมาจะมีสไตล์คล้ายงานของ Hawks เอามากๆ อีกอย่างคือ Hawks เป็นคนสร้างหนังเรื่องนี้อยู่แล้ว จึงไม่แปลกครับที่เขาจะมีบทบาทช่วยทำเรื่องนี้ในบางส่วน

ถือเป็นหนังไซไฟยุค 50 ที่ควรค่าแก่การดูอีกเรื่องครับ มันอาจไม่ได้สนุกตื่นเต้นหรือหวือหวาเท่าหนังสมัยใหม่ แต่มุมมองทางการเมืองและสังคมที่เจืออยู่ในหนังและลีลาการเล่าเรื่องแบบสร้างความระทึกอย่างช้าๆ ถือว่าน่าพอใจครับ เพราะมันเป็นเครื่องพิสูจน์ว่าแม้เทคนิคจะไม่ถึงขั้น แต่ความตื่นเต้นและลุ้นนั้น สร้างกันได้หากเขียนบทและสร้างสถานการณ์ได้พอเหมาะ

สองดาวครึ่งครับ

Star22

(7/10)

Advertisements