เรื่องนี้เป็นอะไรที่เสียดายมาก เพราะจริงๆ มันน่าสนใจนะครับ พล็อตมันอาจไม่ได้ใหม่แต่รายละเอียดและองค์ประกอบบางอย่างมันน่าสนใจดี จนผมต้องลงเอยด้วยประโยคเดิมๆ อย่าง “ถ้าทำออกมาดีๆ และเล่าด้วยจังหวะที่เหมาะล่ะก็ มันจะเจ๋งมาก”
เรื่องนี้เป็นอะไรที่เสียดายมาก เพราะจริงๆ มันน่าสนใจนะครับ พล็อตมันอาจไม่ได้ใหม่แต่รายละเอียดและองค์ประกอบบางอย่างมันน่าสนใจดี จนผมต้องลงเอยด้วยประโยคเดิมๆ อย่าง “ถ้าทำออกมาดีๆ และเล่าด้วยจังหวะที่เหมาะล่ะก็ มันจะเจ๋งมาก”
เมื่อพูดถึงหนังแนว Found Footage หลายคนก็อาจจะอยากส่ายหน้าน่ะนะครับ บางคนส่ายเพราะไม่ชอบแนวนี้เลย ดูทีไรเวียนหัวทุกที หรือบางคนก็อาจส่ายเพราะเริ่มจะเอียนกับหนังแนวนี้แล้ว (เพราะมันออกมาเยอะมากจริงๆ)
โดยพื้นฐานแล้ว พล็อตก็คือสูตรสำเร็จว่าด้วยสาวสวยอ่อนต่อโลก อนาสตาเซีย สตีล (Dakota Johnson) มาพบเจอกับมหาเศรษฐีหนุ่มสุดหล่อ (ผู้มีปมในใจ) อย่างคริสเตียน เกรย์ (Jamie Dornan)
Wild Card ไม่ใช่หนังแอ็กชันแบบที่หลายๆ คนคิดครับ คือฉากแอ็กชันต่อยตีมันก็มีครับ แต่หนังไม่เน้นในจุดนั้นสักเท่าไร ส่วนมากจะเล่าไปในทางดราม่ามากกว่า
ว่าตามจริงแล้ว Jupiter Ascending มีองค์ประกอบเข้าท่าๆ บรรจุอยู่หลายอย่าง
ถ้าถามถึงหนังเรื่องโปรด Top Ten ของผมแล้ว Back to the Future คือหนึ่งในนั้นแน่นอนครับ เพราะเป็นหนังที่เอามาเปิดดูซ้ำบ่อยมากจนตอนนี้น่าจะใกล้ๆ 100 ครั้งแล้วล่ะครับ มันชอบแบบสุดชีวิตจริงๆ
เมื่อพูดถึงหนังวันคริสต์มาสแล้ว ก็มีทั้งที่ผมชอบมากๆ หรือไม่ก็เฉยๆ และก็มีอีกไม่น้อยเหมือนกันที่เกือบจะชอบอยู่แล้วเชียว ถ้าได้นั่นอีกนิดนี่อีกหน่อยก็คงดี หนังก็คงกลมกล่อมอร่อยลิ้นมากขึ้นเยอะ ซึ่ง Christmas Eve เรื่องนี้ก็เป็นหนังที่อยู่ในข่ายนั้นครับ
ตามปกติลุง Woody Allen จะทำหนังออกมาให้เราได้ชมกันปีละครั้งครับ ส่วนเรื่องนี้ทำออกมาตั้งแต่ปี 2015 แต่เพิ่งมีการออกแผ่นมาให้ได้ยลกัน (ไปๆ มาๆ ได้ดูหลัง Café Society ที่ฉายปี 2016 อีกนะนั่น)
อีกหนึ่งรักโรแมนติกผสมเบาสมองที่ทำออกมาโดยมีวันคริสต์มาสเป็นฉากหลัง แต่สัดส่วนของหนังจะเน้นไปที่เรื่องรักๆ มากกว่าครับ ไม่ได้เน้นเรื่องสาระคุณค่าแห่งวันคริสต์มาส แม้จะมีประเด็นเรื่องครอบครัวผสมอยู่ก็ตาม
ฉากที่ผมอยากดูที่สุดใน Fast and Furious 7 คือฉากสรุปส่งท้ายบทของ Paul Walker ครับ