ไม่ได้ดูหนังแนวจิตวิทยาผสมระทึกขวัญที่เข้าท่าแบบนี้มานานพอสมควรครับ จริงๆ หนังแนวนี้มีออกมาเยอะ (โดยเฉพาะหนังทีวีหรือหนังแผ่น) เพียงแต่ความสนุกหรือความน่าสนใจอาจจะไม่มากเท่าไรน่ะครับ จนมาเจอเรื่องนี้ที่ถือว่าน่าพอใจเลยล่ะ
ไม่ได้ดูหนังแนวจิตวิทยาผสมระทึกขวัญที่เข้าท่าแบบนี้มานานพอสมควรครับ จริงๆ หนังแนวนี้มีออกมาเยอะ (โดยเฉพาะหนังทีวีหรือหนังแผ่น) เพียงแต่ความสนุกหรือความน่าสนใจอาจจะไม่มากเท่าไรน่ะครับ จนมาเจอเรื่องนี้ที่ถือว่าน่าพอใจเลยล่ะ
ทุกวันนี้ผมยังคิดถึง Anton Yelchin เป็นพักๆ ครับ เขาถือเป็นนักแสดงรุ่นใหม่ที่มีฝีมือมากๆ คนหนึ่ง และอาจจะเพราะหนังที่เขาแสดงส่วนใหญ่นั้นจะออกมาดี (อย่างน้อยก็ถูกใจผม) เลยทำให้ยังคิดถึงมากขึ้นไปอีก
สรุปว่า 4 = 1 > 5 > 3 > 2 ครับ
ไม่ได้ใบ้หวย แต่นั่นคือลำดับความชอบของหนังชุด Mission: Impossible เรียงจากมากสุดลงไปครับ
เรื่องนี้ถือว่ามาทางเดียวกับ Knight of Cups ครับ ว่าด้วยชายผู้สับสนและหลงทาง หลังเกิดวิกฤติบางอย่างในชีวิตและจิตใจ ตัวหนังก็จะออกแนวสับสนและรอการค้นหาอยู่หน่อยๆ
ในเบื้องต้น ผมมองว่าผมคงคาดหวังกับ Spectre มากเกินไปครับ ซึ่งความคาดหวังที่ว่าก็เกิดจากหลายเหตุผล ไม่ว่าจะเพราะได้ทีมงานเดิม, เพราะ 3 ภาคก่อนถือว่าดูได้มีมาตรฐาน (และ 2 ใน 3 ภาคถือว่าเข้าขั้นคลาสสิก) และเพราะการกลับมาขององค์กรสเปคเตอร์
ในฐานะหนังคอหนังสยองแนวไล่เชือด อยากบอกว่า The Final Girls นี่มันถูกใจมากมายจริงๆ ครับ
คำถามก่อนดูหนังเรื่องนี้คือ เรื่องราวว่าด้วยหญิงสาวกลับบ้านเกิดมาแก้แค้นคนที่เคยทำกับเธอไว้ ผ่านความรู้ทางแฟชั่นมันจะออกมาสนุกได้ไหม
ลองอ่านแนวหนังคร่าวๆ ก็พบว่าเข้าทางผมล่ะครับ เพราะชอบอยู่แล้วสำหรับหนังสไตล์ Love Actually ที่ว่าด้วยเรื่องราวชีวิตและความรักของคนหลายๆ คู่ที่ถูกบอกเล่าไปพร้อมกัน
ช่วงนั้นกระแสของ Gone Girl กำลังมาครับ เลยทำให้ชื่อของ Gillian Flynn เจ้าของนิยายต้นฉบับที่ดังอยู่แล้วในวงการนิยายสืบสวน เป็นที่รู้จักมากขึ้นสำหรับคอหนัง
ออกตัวก่อนเลยครับว่าผมชอบหนังสไตล์ The Twilight Zone ที่ว่าด้วยเรื่องแปลกๆ เหนือโลก, ปริศนาชวนฉงน และการเดินเรื่องแบบคาดเดาได้ยาก และขณะเดียวกันผมก็ชอบหนังไซไฟขาวดำหลายๆ เรื่อง เพราะมันดูมีเสน่ห์เฉพาะตัวดีครับ