Action

Andròn: The Black Labyrinth (2015)

17499528_1574878595876269_6976083765890946892_n

เรื่องนี้เป็นอะไรที่เสียดายมาก เพราะจริงๆ มันน่าสนใจนะครับ พล็อตมันอาจไม่ได้ใหม่แต่รายละเอียดและองค์ประกอบบางอย่างมันน่าสนใจดี จนผมต้องลงเอยด้วยประโยคเดิมๆ อย่าง “ถ้าทำออกมาดีๆ และเล่าด้วยจังหวะที่เหมาะล่ะก็ มันจะเจ๋งมาก”

หนังมาในแนวคล้าย Cube หนังไซไฟทุนต่ำคลาสสิกอีกเรื่องที่ว่าด้วยคนกลุ่มหนึ่งจู่ๆ ก็ฟื้นขึ้นในสถานที่แปลกๆ ที่เป็นเหมือนเขาวงกตอันไร้ทางออก แต่พวกเขาก็ต้องปะติดปะต่อเรื่องราวและหาเงื่อนงำเพื่อนำพาตนเองออกมาให้ได้

กับเรื่องนี้ก็คล้ายกันครับ คนกลุ่มหนึ่งไปติดอยู่ในสถานที่ที่ดูธรรมดา แต่ก็แฝงไว้ด้วยความลึกลับ ที่นั่นมีสถานที่หลายแบบ บางที่ก็เป็นเหมือนทางใต้ดิน บางที่ก็เป็นเหมือนลาน ซึ่งพวกเขาก็ต้องหาทางช่วยเหลือกัน และหาคำตอบว่ามันเกิดอะไรขึ้นกับพวกเขากันแน่

จริงๆ มันเป็นแนวที่ผมชอบเลยนะ ให้ตัวละครตื่นมาแบบมึนๆ แล้วก็ค่อยๆ หาคำตอบไปทีละเปลาะเหมือนเวลาเราอ่านนิยายแล้วค่อยๆ เก็บรายละเอียดไปน่ะครับ พล็อตแบบนี้จุดสนุกอยู่ที่การวางปมและเฉลยปม อีกทั้งการไขความลับ ดูแล้วก็นึกถึง Maze Runner ด้วยครับ มาทางเดียวกันเลย

แต่หนังพลาดครับ พลาดอย่างแรงที่สปอยล์จุดสำคัญตั้งแต่ต้นเรื่อง คือประมาณ 2 นาทีแรกก่อนจะเข้าเรื่อง ดันมีการบรรยายครับ บอกเลยว่าเหล่าตัวเอกที่ในเรื่องโดนพาเข้ามาสู่เกมอะไร ซึ่งจริงๆ ปมนี้ก็ไม่ได้ซับซ้อนอะไรอยู่แล้ว แต่พอเฉลยให้เรารู้แต่แรก มันเลยทำให้ความลึกลับหายไปหมด

รู้สึกเสียดายจริงๆ ครับ เพราะหนังแบบนี้ความสนุกมันอยู่ที่ความลึกลับ แต่พอหนังทำให้ความลึกลับหายไป มันก็ไม่เหลืออะไรแล้วครับ ที่เหลือก็เหมือนแค่ตัวเอกที่ดูงุนงงเดินหน้าหาคำตอบ (ที่คนดูรู้เป็นเลาๆ เพราะหนังบอกแต่แรก) ซึ่งนั่นเลยทำให้ความลุ้นหายไปด้วย

แล้วนอกจากการเฉลยตั้งแต่ต้นแล้ว หนังยังเดินเรื่องโดยตัดสลับฉากระหว่างคนที่โดนจับไปปล่อยในวงกตกับฉากของ “คนคุมเกม” ที่รับบทโดย Alec Baldwin ก็ยิ่งทำให้ความขลังหายไปอีกครับ เพราะจริงๆ ถ้าจะให้มันขลังน่ะ ตัวละครอย่าง “คนคุมเกม” มันควรโผล่ตอนท้ายเลย ให้เกิดความเซอร์ไพรส์อะไรก็ว่าไป

ยอมรับว่าไม้เข้าใจเหมือนกันครับว่าทำไมผู้กำกับ Francesco Cinquemani (ซึ่งเป็นคนเขียนบทด้วย) ถึงทำหนังแนวลึกลับออกมาแต่กลับไม่รักษาบรรยากาศแห่งความลึกลับเอาไว้สักเท่าไร ผลที่ได้เลยไม่ใช่อะไรที่น่าจดจำนัก

สำหรับบทของ Baldwin ที่จริงๆ หากเขาโผล่ตอนท้าย มันอาจทำให้หนังขลังน่ะนะครับ แต่พอโผล่ระหว่างเรื่อง มันเลยทำให้รู้สึกเหมือนพี่เขาร่วมแสดงด้วย และการที่พี่เขามาเล่นในหนังเกรดบีแบบนี้เลยทำให้รู้สึกเหมือนเขาโดนโลว์เกรดยังไงก็ไม่รู้ (แต่เขายังได้กลับมาเล่น Mission: Impossible 6 ครับ ก็ไม่ถึงกับโลว์ซะทีเดียว)

ยังมี Danny Glover (Lethal Weapon ต้นฉบับ) มาร่วมจอด้วยครับ บทที่เขาเล่นก็ไม่ได้มีอะไรมากอีกเช่นกัน เป็นการปรากฎตัวแบบที่เขามักจะโผล่ในหนังเกรดบีระยะหลังๆ ระหว่างดูก็แอบเห็นใจไม่ได้ เพราะผมอยากให้ลุงเขาได้มีบทดีๆ ในหนังเด่นๆ บ้างนะนี่ เจอทีไรถ้าไม่ใช่หนังเกรดบีก็เป็นหนังล่มทุกที

เอาเป็นว่าหนังเป็นส่วนผสมของ Cube และ Maze Runner ครับ แต่ผลที่ได้ออกมาไม่เจ๋งเท่าไร ส่วนสำคัญก็เพราะหนังเฉลยปม (แบบง่ายเกิน) ตั้งแต่ตอนต้น จนกลายเป็นหนังที่น่าเสียดายอยู่ไม่น้อยน่ะครับ

แต่ดูแล้วผมอยากกลับไปเอา Cube มาดูอีกรอบนะ เรื่องนั้นมันคลาสสิกจริงๆ ทุนไม่สูง ดาราไม่เยอะ แต่ทำให้เราอยากติดตามและมีเสน่ห์ลึกลับแฝงอยู่ตลอดเรื่อง… รู้สึกอยากดูหนังแบบนี้อีกครับ แต่ขอให้มันออกมาดีน้องๆ Cube ก็แล้วกัน

ดาวหนึ่งครับ

Star11

(4/10)

 

Advertisements