Addams Family Values เป็นภาคต่อที่เน้นฮามากขึ้นครับ โดยโทนแล้วถือว่าใกล้เคียงกับสมัยการ์ตูนและสมัยซีรี่ส์ยุค 60 มากกว่าภาคแรก หลายอย่างเลยออกแนวเว่อร์ๆ ฮาๆ ต๊องๆ แต่โดยรวมก็ถือว่าเพี้ยนได้ใจเช่นเคย
Addams Family Values เป็นภาคต่อที่เน้นฮามากขึ้นครับ โดยโทนแล้วถือว่าใกล้เคียงกับสมัยการ์ตูนและสมัยซีรี่ส์ยุค 60 มากกว่าภาคแรก หลายอย่างเลยออกแนวเว่อร์ๆ ฮาๆ ต๊องๆ แต่โดยรวมก็ถือว่าเพี้ยนได้ใจเช่นเคย
ดู The Addams Family รอบแรกเมื่อ 20 กว่าปีก่อน แต่จนถึงวันนี้ก็ยังไม่มีหนังสไตล์นี้ออกมาตอบสนองต่อมเพี้ยนของผมได้เท่านั้นอีกเลยครับ
เป็นหนังที่ผมสนใจใคร่ดูมากๆ ครับในตอนแรก… ลองว่าขึ้นต้นแล้วมีคำว่า “ในตอนแรก” ก็คงพอเดาได้นะครับว่าในตอนหลังนั้นผมจะรู้สึกอย่างไร 555
อีกหนึ่งผลงานโดยผู้กำกับคนโปรดของผม Tim Burton ที่ผมติดใจรสมือพี่ท่านมานานตั้งแต่เด็กๆ
แรกเริ่มเดิมที หนังเรื่องนี้จะเป็นเรื่องของ Doctor Strange ซูเปอร์ฮีโร่จ้าวแห่งเวทย์มนต์จากค่าย Marvel Comics ครับ ประมาณว่าทีมงานบริษัท Full Moon Entertainment หมายมั่นมากว่าจะแจ้งเกิดแรงๆ ด้วยการสร้างหนังซูเปอร์ฮีโร่เรื่องนี้ เลยไปขอสิทธิ์โดยตรงมาจาก Marvel
ดร. สเตรนจ์ คือ ซูเปอร์ฮีโร่อีกคนหนึ่งในโลกของ Marvel ครับ สร้างสรรค์โดย Stan Lee และ Steve Ditko ซึ่งฮีโร่คนนี้ไม่เหมือนใครครับ เพราะเป็นฮีโร่ที่มีหน้าที่ต่อกรกับปีศาจชั่ว พ่อมดแม่มดร้าย หรืออำนาจเวทย์มนต์เหนือโลก
การดูหนัง Percy Jackson มาแล้ว 2 ภาคทำให้ผมตระหนักถึงความสำคัญของสิ่งที่เรียกว่า “บทหนัง” มากขึ้นครับ เพราะถ้าบทสามารถเขียนโดยถอดเอาเสน่ห์จากนิยายมาใส่ได้แบบลงตัว แล้วก็สร้างเรื่องราวให้มีสมดุลทั้งด้านจินตนาการ ความสนุก และความลื่นไหล เท่านั้นเราก็จะได้หนังสนุกๆ มาประดับวงการอีกเรื่อง
ยอมรับว่าหวังไว้พอสมควรครับ ตั้งแต่รู้ว่าได้ Mark Neveldine และ Brian Taylor มานั่งแท่นกำกับให้ ก็พวกพี่แกทำ Crank ออกมาได้มันส์น่ะครับ เลยคาดว่ามันคงมีอะไรมันส์ๆ สดๆ ใส่ลงไปในพี่กะโหลกไฟภาคนี้ด้วย… แต่พอดูแล้ว นิ่งเนิ่บทางอารมณ์เกินคาด
ตอนดู Ghost Rider ก็ให้ความรู้สึกเหมือนตอนดู Daredevil น่ะครับ มันเหมือนกันหลายอย่าง อาทิเช่น
Pineapple Express เป็นหนังที่สนุกผิดคาดสำหรับผมเลยครับ เพราะจริงๆ แล้วการเดินเรื่องมันอึนๆ บางช่วงดูเยอะบางช่วงก็ดูโล่ง แต่พอดูสรุปออกมารู้สึกว่ามันสนุกและลงตัวแบบแปลกๆ ดี