Resident Evil หรือ Bio Hazard ถือเป็นเกมชุดแรกครับที่มีโอกาสทำออกมาเป็นหนังจนครบไตรภาค
Resident Evil หรือ Bio Hazard ถือเป็นเกมชุดแรกครับที่มีโอกาสทำออกมาเป็นหนังจนครบไตรภาค
หนังจับกระแสที่กำลังมาแรงในช่วงนั้นครับ คือการก้าวสู่ปี 2000 แล้วก็ผูกเรื่องเข้ากับตำนาน “ซาตานต้านพระคริสต์” โดยกำหนดบอกเล่าว่าคืนสุดท้ายแห่งปี 1999 นั้นซาตานจะขึ้นมาจากขุมนรกและกระทำการสมสู่กับมนุษย์เพศหญิงที่ถูกเลือกไว้ แล้วหากมันทำสำเร็จก็จะเท่ากับเป็นการเปิดศักราชใหม่แห่งการเรืองอำนาจของซาตาน
การดูหนัง Percy Jackson มาแล้ว 2 ภาคทำให้ผมตระหนักถึงความสำคัญของสิ่งที่เรียกว่า “บทหนัง” มากขึ้นครับ เพราะถ้าบทสามารถเขียนโดยถอดเอาเสน่ห์จากนิยายมาใส่ได้แบบลงตัว แล้วก็สร้างเรื่องราวให้มีสมดุลทั้งด้านจินตนาการ ความสนุก และความลื่นไหล เท่านั้นเราก็จะได้หนังสนุกๆ มาประดับวงการอีกเรื่อง
ยอมรับว่าหวังไว้พอสมควรครับ ตั้งแต่รู้ว่าได้ Mark Neveldine และ Brian Taylor มานั่งแท่นกำกับให้ ก็พวกพี่แกทำ Crank ออกมาได้มันส์น่ะครับ เลยคาดว่ามันคงมีอะไรมันส์ๆ สดๆ ใส่ลงไปในพี่กะโหลกไฟภาคนี้ด้วย… แต่พอดูแล้ว นิ่งเนิ่บทางอารมณ์เกินคาด
ตอนดู Ghost Rider ก็ให้ความรู้สึกเหมือนตอนดู Daredevil น่ะครับ มันเหมือนกันหลายอย่าง อาทิเช่น
ว่าตามจริง The Perfect Storm ไม่ใช่หนังภัยพิบัติที่สดใหม่อะไรมาก แต่ความเด็ดของมันคือ การเอาสูตรดั้งเดิมของหนังแนวนี้มาปรุงได้อย่างพอเหมาะพอดี
ผลข้างเคียงของการดู TRON: Legacy คือคุณจะรู้สึกว่าตัวเองผิวขาววิ้งริงโก้อีโต้บั้มขึ้นมาโดยไม่ต้องใช้ไวท์เทนนิ่งใดๆ (5555)
ผมดู TRON รอบแรกตอนอายุสิบกว่าขวบ เห็นปกวีดีโอมันดูเจ๋งดี ภาพสวยสีโดดเด่น แต่ปรากฏว่าดูไม่จบครับ งงมาก ไม่รู้อะไรเป็นอะไร พระเอกมันโดนอะไร และไอ้โลกสีฟ้าๆ นี่มันคืออะไร งงจริงอะไรจริง
นี่คืองานบู๊เต็มตัวเรื่องแรกที่ Brandon Lee ทายาท Bruce Lee แสดงนำเดี่ยวในฮอลลีวู้ดนะครับ
หนังบู๊ตำรวจคู่หูต่างชาติต่างลีลาครับ รายหนึ่งคือจ่าคริส เคนเนอร์ (Dolph Lundgren) ตำรวจพะบู๊แห่งอเมริกันกับจอห์นนี่ มูราตะ (Brandon Lee) มือปราบสัญชาติเอเซียที่ต้องมาจับมือกันถล่มองค์กรลับยากูซ่าญี่ปุ่นที่แฝงกายเข้ามาก่อการร้ายในแผ่นดินอเมริกา