เหตุผลในการดูคืออยากเห็นเจ้าป้า Sally Field มาแสดงในบทปล่อยแก่แบบน่ารักๆ ครับ และผมก็ไม่ผิดหวังนะ เธอเล่นได้ดีและน่ารักกำลังเหมาะทีเดียว
เหตุผลในการดูคืออยากเห็นเจ้าป้า Sally Field มาแสดงในบทปล่อยแก่แบบน่ารักๆ ครับ และผมก็ไม่ผิดหวังนะ เธอเล่นได้ดีและน่ารักกำลังเหมาะทีเดียว
หนังดราม่าผสมตลกที่ตอนแรกผมนึกว่าจะเป็นสไตล์ “แม่ๆ ลูก” แต่เอาเข้าจริงแล้วหนังมาเน้นที่ตัวคุณแม่ครับ ส่วนคุณลูกออกแนวบทสมทบเสริมเรื่องราวมากกว่า
ผมชอบคำโปรยบนโปสเตอร์ของหนังเรื่องนี้มากๆ ครับ “Life can be a Real Mother” ถือเป็นคำที่สรุปสาระสำคัญของหนังได้อย่างครบถ้วนทีเดียวครับ “ชีวิต อาจเป็นแม่จริงๆ ของเราก็ได้” ^_^
ดูไปดูมาหนังเรื่องนี้ทำเอาผมน้ำตาไหลครับ ไม่นึกเหมือนกันว่ามันจะทำให้เราน้ำตาหยดได้ คือไม่ถึงกับไหลพรากๆ น่ะนะครับ แต่มันเหมือนเราอินอยู่ลึกๆ แล้วพอถึงนาทีตอนท้ายๆ ที่ตัวละครเริ่มน้ำตาไหล เราก็ไหลไปกับพวกเขาด้วย
หนังเรื่องนี้ผมเทใจให้การแสดงของ Natalie Portman แบบเต็มๆ ครับ คือเธอเอาทั้งเรื่องอยู่จริงๆ พลังมาเต็มตั้งแต่ต้นจนจบ (อาจจะมีช่วงที่ผ่อนบ้างอะไรบ้าง แต่ก็ไม่มากครับ) เรียกได้ว่าโดยรวมแล้วความดีงามของหนังคือ Portman จริงๆ ครับ เธอได้ใจผมไปเลย
หนังไม่ดัง คำวิจารณ์ไม่เด่น และรายได้ก็ทำไปแค่ 8,265 เหรียญเท่านั้น (นี่รายได้จริงๆ นะครับ ไม่ได้ล้อเล่น) แต่มันก็ไม่ใช่สิ่งที่จะบอกได้ว่าหนังเรื่องนี้จะโดนใจเราหรือไม่
ถ้าใครโปรดปรานหนังขำคิดสไตล์ Woody Allen ล่ะก็ ขอแนะนำเรื่องนี้เลยครับ เพราะหนังทำออกมาได้สนุกไม่เลวเลย (แต่ก็อาจไม่ใช่ทุกคนที่จะชอบน่ะนะครับ)
หนังอินดี้ที่ได้รับการพูดถึงไม่น้อยครับ แต่บอกก่อนว่าสไตล์มันอาจไม่เหมาะกับทุกคนนะ คือหนังทำออกมาแบบ Real และแรงในบางฉาก เรียกว่าถ้าจะดูเอาสนุกแบบหนัง Hollywood ล่ะก็ หนังอาจไม่ตอบโจทย์เท่าไร
หนังตลกร้ายแสบๆ คันๆ ที่ดัดแปลงจากนิยายภาพของ Daniel Clowes ที่เขามาลงมือดัดแปลงเป็นบทภาพยนตร์ด้วยตนเองครับ เนื้อหาออกแนวตลกผสมเสียดสีชีวิต สังคม และอะไรอีกหลายๆ อย่างที่สะท้อนความซับซ้อนของมนุษย์
เหตุผลง่ายๆ ที่ผมดูหนังเรื่องนี้ก็คือ เนื้อเรื่องว่าด้วยชายหนุ่มและหญิงสาวที่กำลังรอเครื่องบินดีเลย์ แล้วระหว่างนั้นพวกเขาก็เลยสนทนาสานสัมพันธ์ต่อกัน