ภาคแรกดังครับ ได้เงินไปร้อยกว่าล้าน ได้ออสการ์อีกต่างหาก ถ้าไม่ทำภาคต่อเนี่ย จะนับว่าผิดกาลเทศะอย่างรุนแรงทีเดียว
ภาคแรกดังครับ ได้เงินไปร้อยกว่าล้าน ได้ออสการ์อีกต่างหาก ถ้าไม่ทำภาคต่อเนี่ย จะนับว่าผิดกาลเทศะอย่างรุนแรงทีเดียว
มันก็จริงนะครับที่หลังๆ มานี่ผลงานของพี่ Sylvester Stallone จะไม่ค่อยประสบความสำเร็จและไม่ค่อยเข้าท่าเท่าไหร่ แต่ผมก็เป็นคนหนึ่งครับที่ยังบ้าดูผลงานของพี่แกอยู่เรื่อยๆ แม้ว่าคนจะด่ายังไงก็เหอะ ซึ่งคนละเหตุผลกับที่ผมบ้าดูหนังของพี่ Steven Seagal นะครับ ขานั้นน่ะผมดูเอาฮามากกว่า แต่การที่ผมยังดูหนังของพี่สไลอยู่อย่างต่อเนื่อง ก็เพราะหนังเรื่องนี้นี่แหละ
ผมพบว่าระหว่างนั่งดู Still Alice ผมไม่สามารถละสายตาจากหนังได้เลยแม้แต่วินาทีเดียว
“เราไม่ควรโทษสิ่งอื่นรอบตัวว่าสิ่งนั้นทำให้เราเป็นแบบนี้หรือสิ่งนี้ทำให้เราเป็นแบบนั้น แต่เราควรหันมารับผิดชอบตนเอง และเลือกที่จะกำหนดชีวิตให้เป็นไปตามที่เราต้องการ” นี่คือหนึ่งในวาทกรรมที่มีพูดกันแพร่หลายในช่วงหลายสิบปีที่ผ่านมา
นี่คือแอนิเมชั่นที่ผมดูอย่างมีความสุขครับ แม้เนื้อหามันจะระคนผสมกันระหว่างสุขกับเศร้า เคล้าความวุ่นวายของโลกแห่งสิ่งมีชีวิตที่เรียกว่าคน… แต่กระนั้นมันก็ยังสวยงาม
ปีไหนไม่ได้ดูหนังของลุง Woody Allen มันคงเหมือนขาดอะไรไปอย่างน่ะครับ เพราะผมเองก็ตามดูหนังของลุงเขามากว่า 20 ปี จนแม้จะไม่รู้จักและไม่เคยเจอก็เถอะ แต่ก็รู้สึกประหนึ่งเหมือนเป็นญาติผู้ใหญ่ในชีวิตไปแล้วล่ะ
บันทึกไว้ในความทรงจำเลยว่านี่เป็นหนังที่ทำให้ผมตะโกนในใจว่า “อ้ากกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกก” ในตอนที่หนังเกือบจะจบ (ใจจริงอยากตะโกนออกเสียงมันเดี๋ยวนั้น แต่เกรงใจคนที่ดูด้วย)
เหตุผลง่ายๆ ที่รัก Once ก็เพราะมันเป็นหนังชีวิตที่มีครบทั้งรอยยิ้ม คราบน้ำตา เวลางดงาม ห้วงยามอาลัย และบทเพลงไพเราะเนื้อหากินใจ
ปิดท้ายด้วยหนังโรแมนติก เครียดๆ เรื่องความรักของหนุ่มสาวคู่หนึ่งนะครับ (Takeshi Kaneshiro กับ Gigi Leung) ที่เริ่มรักกันตอนเรียน แต่แล้วก็มีเหตุให้ห่างกันไป จากนั้นหลายปีต่อมา พวกเขาก็โตเป็นผู้ใหญ่และได้กลับมาพบกันอีกครั้ง แล้วความรักมันจะสานต่อไปหรือไม่น้อ
ดูหนังเรื่องนี้แล้วรู้สึกว่ามัน Beautiful และ Fantastic สมชื่อจริงๆ ครับ ทำให้ผมมีความสุขและสนุกสนานในการรับชมมากๆ เพราะครบทั้งความเป็นหนัง Feel Good หนังชวนคิด และดารายังเล่นกันได้ดีด้วย