หนึ่งในงานที่จะเรียกว่าเป็นตำนานก็คงได้ครับ เพียงแต่มันไม่ใช่ตำนานที่น่าภูมิใจสักเท่าไหร่
ตอนแรกผมจะเล่าเรื่องย่อ แต่อย่าเล่าเลยครับ เล่าไปเดี๋ยวงงเปล่าๆ สู้บอกเลยดีกว่าว่าหนังเรื่องนี้มันมีที่มาที่ไปยังไง จะได้เห็นภาพรวมครบๆ
คือแรกเริ่มเดิมทีหนังเรื่องนี้มีชื่อว่า Twisted Souls เนื้อเรื่องก็จะลงสูตรว่าด้วยคนกลุ่มหนึ่งหลงเข้าไปยังคฤหาสน์กลางที่รกร้าง แล้วก็เจอปีศาจมาไล่ฆ่า ซึ่งเรื่องนี้ผู้กำกับก็คือ Thomas Doran และ Brendan Faulkner ที่ทำการถ่ายทำหนังไปแล้วส่วนหนึ่ง กล่าวคือยังทำไม่จบน่ะครับ
ทีนี้ระหว่างทาง Michael Lee นายทุนที่ออกเงินให้ ซึ่งเขาคนนี้ก็มีอิทธิพลไม่น้อยเพราะเป็นเจ้าของบริษัทจัดจำหน่ายวิดีโอชื่อดังของอังกฤษที่ชื่อ Vipco ประมาณว่า Lee ไม่ชอบทิศทางของหนังเลยแม้แต่น้อย เพราะมันออกแนวสยองขวัญ แต่เขาน่ะอยากให้หนังมันออกมาแบบสยองปนตลก รวมถึงอยากให้มีสัตว์ประหลาดแปลกๆ เยอะๆ หน่อย
แล้วทีมงานกับ Lee ก็ทะเลาะกันอย่างรุนแรง จนในที่สุด Lee ก็จัดการยึดสิทธิ์ในการทำหนังมาไว้ในมือ แล้วก็ไล่ทีมงานชุดเดิมออกทั้งหมด จากนั้นก็จ้าง Genie Joseph มาถ่ายทำหนังต่อ โดยพล็อตเปลี่ยนไปเป็นคนละทาง กลายเป็นเรื่องของพ่อมดนามว่าครีออน (Felix Ward) ต้องการชุมชีวิตหญิงคนรัก เลยมีการปลุกปีศาจขึ้นมาฆ่าคน รวมถึงซอมบี้อีกฝูงใหญ่ๆ บวกด้วยการเพิ่มตัวละครเป็นเด็กชายชื่อบิลลี่ (Alec Nemser) ใส่ลงไปอีกคน รายนี้เพิ่งหนีออกจากบ้านมา แล้วก็ต้องมาเจอกับความสยองแทน

จากนั้นทีมงานก็ได้รับคำสั่งให้ทำการเอาฟิล์มจาก Twisted Souls มาตัดแปะใส่ลงในหนังพล็อตใหม่เพื่อให้ครบเวลา แล้วผลที่ออกมาคือหนังที่อุดมด้วยความมั่วและดูไปก็จะตระหนักถึงความไม่ต่อเนื่อง ไม่เข้ากันของเรื่องราว ดังนั้นอย่าแปลกใจหากท่านดูหนังเรื่องนี้แล้วจะเกิดความรู้สึกว่า “อิหยังวะ”
แน่นอนครับว่าพอหนังเสร็จและได้รับการฉาย (แบบจำกัดมากๆ) หนังถูกสับเละและขาดทุนย่อยยับ แต่ Lee ก็แก้เกมด้วยการที่พอหนังออกเป็นวีดีโอ เขาก็จัดแจงใส่ตะกร้าล้างน้ำ ทำภาพบนกล่องวีดีโอให้ดูน่าสนใจ แล้วผลก็คือดันมีคนเช่าไปดูเยอะอยู่ครับ และความมั่วของมันกลายเป็นกระแสปากต่อปากที่ทำให้หนังแม้จะได้รับการขนานนามว่า “ห่วย” แต่กลับมีคนสนใจตามไปดู และกระแสความสนใจก็ยังมีต่อเนื่องมาจนถึงปัจจุบัน ถึงขั้นมีการทำแผ่น 4K ออกมาขายเลยนะนั่น
ถ้าให้พูดแบบตรงๆ จากใจ หนังมันมั่วจริงครับ แม้จะพยายามทำใจเชื่อเรื่องยังไงก็เถอะ แต่มันไม่ได้ มันเหมือนการเอาฉากจากหนัง 2 กองมาตัดแปะกันจริงๆ และเรื่องเหตุผลนี่ไม่ต้องสนใจล่ะครับ มันไม่มีหรอก – แต่ก็ไม่แน่นะครับ เพราะได้ข่าวว่ามีคนถูกใจกับความมั่วของหนังจนรู้สึกชอบหนังไปโดยปริยาย แบบนี้ก็มีเหมือนกัน
แต่มีอย่างหนึ่งที่ผมต้องยอมรับนะ นั่นคืองานเมคอัพเอฟเฟ็กต์ต่างๆ รวมถึงงานสร้างปีซาจและสัตว์ประหลาดนี่ถือว่าทำออกมาได้ดี บางตัวนี่แอบมีความสร้างสรรค์อยู่ในที ซึ่งคนที่ชอบงานทำมืออย่างผมก็รู้สึกโอเคอยู่ไม่น้อย ชนิดที่ต้องบอกว่างานดีกว่าหนังสยองฟอร์มใหญ่กว่าบางเรื่องอีกนะ
เอาจริงๆ นี่ไม่ใช่หนังที่ท่านต้องดูหรอกครับ ถ้าอยากดูแนวนี้ที่เข้าท่า ผมว่า Night of the Demons ยังโอเคกว่านะ
ดาวครึ่งครับ
(5/10)
Categories: Movie Reviews, Comedy, Horror, Supernatural Horror












