
มีข่าวว่าตอนนี้ทางสายลับรัสเซียมียากล่อมประสาทที่จะทำให้เป้าหมายคายความลับทุกอย่างออกมา และทางการอังกฤษก็อยากได้ยาตัวนี้มาในครอบครองบ้าง เลยมีการวางแผนที่จะส่งสายลับสักคนไปเป็นเหยื่อล่อเพื่อให้สายลับรัสเซียวางยา แล้วก็จะได้ชิงยาที่ว่านั้นมา
แต่เพื่อป้องกันไม่ให้ความลับรั่วไหล ทางการอังกฤษจึงตั้งใจส่งสายลับบ้องตื้นที่ไม่มีความลับใดๆ ให้คาย และสายลับคนนั้นก็คือ แอปเปิลตัน พอร์เตอร์ (Donald Sutherland)
โดยหลักแล้วมันควรจะเป็นหนังตลกครับ ออกแนวล้อเลียนสายลับอะไรแบบนั้น แต่ผลลัพธ์ที่ได้คือมันไม่ฮาเลย คือโดยสถานการณ์น่ะมันคือหนังตลกนั่นแหละครับ มีตัวละครบ๊องๆ เดินเรื่องแบบทีเล่นทีจริง แต่ประเด็นคือมันไม่ฮาเท่าไหร่ สารภาพว่าดูไปสักพักก็เริ่มเบื่อแล้ว แม้ผมจะชอบ Sutherland มากแค่ไหนแต่หนังมันไม่สนุกจริงๆ ครับ คือถ้ามันตลกน่ะก็คงยังพอไหว แต่นี่พอไม่ตลกด้วย แล้วเรื่องราวก็ดูไม่มีอะไรด้วย หนังเลยทำให้ผมอยากจะกรอเดินหน้าให้มันจบเร็วๆ จะได้หมดเรื่องซะที
จริงๆ ต้นฉบับของหนังเรื่องนี้ถือว่าไม่เลวนะครับ คือหนังเนี่ยสร้างจากนิยายแนวล้อเลียนสายลับชื่อ Apple Spy in the Sky ของ Marc Lovell ที่มีตัวเอกคือสายลับจอมเปิ่นแอปเปิลตัน พอร์เตอร์ ว่ากันว่าตัวละครนี้ได้แรงบันดาลใจมาจากสารวัตรคลูโซแห่งหนังชุด The Pink Panther แล้วก็บวกลีลาเปิ่นๆ ของแม็กซ์เวลล์ สมาร์ตแห่ง Get Smart เข้าไปอีกหน่อย
แม้ตัวนิยายจะไม่ถึงกับโด่งดังมากนัก แต่สิ่งที่แฟนๆ ชอบก็คือตัวแอปเปิลตัน พอร์เตอร์นั้นมีความน่ารักครับ เขาเป็นสายลับจอมเปิ่นและแสนซุ่มซ่าม ซ้ำยังขี้อายแบบสุดๆ ประมาณว่าเอะอะก็หน้าแดง คนอ่านส่วนใหญ่เลยรู้สึกเอ็นดูตัวละครนี้ และส่งผลให้นิยายมีตอนต่อออกมารวมทั้งชุดคือ 14 เล่ม
แต่ปัญหาคือฉบับหนังนี่กลับไม่สามารถดึงเอาจุดเด่นของนิยายมาได้เลย อย่างตัวแอปเปิลตันในเรื่องคือพี่เขาจะดูเปิ่นก็ไม่เชิง ซุ่มซ่ามก็ไม่ใช่ เหมือนคนทำก็ไม่แน่ใจว่าจะให้ตัวละครนี้มีลีลาแบบไหนกันแน่ หนังมันเลยครึ่งๆ กลางๆ จะตลกก็ไม่ใช่ จะจริงจังยิ่งไม่ใช่ ผลที่ได้เลยกลายเป็นหายนะครับ
จริงๆ เค้าลางความแย่ของหนังมันมีตั้งแต่ตอนถ่ายทำเสร็จแล้วครับ หนังน่ะปิดกล้องปี 1984 แต่พอคนในสตูดิโอดูแล้วต่างก็ส่ายหน้า มองว่าหนังไปไม่รอดแน่ เลยดองหนังไว้ 3 ปี จนปี 1987 ถึงได้ฉายโรง แล้วหนังก็ทำเงินไปแค่หลักหมื่น ในขณะที่ทุนสร้างน่ะ $6 ล้านครับ ก่อนที่หนังจะถูกส่งลงวีดีโออย่างรวดเร็วในเวลาต่อมา
เกร็ดเล็กๆ ที่ขอเล่าก็คือ ตอนแรกทีมงานได้ทาบทามให้ Michael Caine มารับบทนำ โดยให้ค่าตัวถึง $1 ล้าน แต่เขาก็บอกปัดไปครับ
สรุปเลยนะครับ ว่าหนังไม่สนุก ไม่น่าจดจำ แต่ที่ดูจนจบนี่ก็เพราะเห็นแก่ Sutherland และจริงๆ ดาราในเรื่องผมว่าก็ไม่ได้เล่นแย่นะ แต่มันเหมือนกับบทมันไม่พาให้หนังมันตลก ตัวละครบางตัวก็ล้นแบบแปลกๆ บางตัวก็ไม่ล้นแต่เหมือนเล่นหนังธรรมดาทั่วไป หนังมันเลยประดักประเดิดพิกล
ดาวกว่าๆ ครับ
(4.5/10)
Categories: Movie Reviews, Adventure, Comedy, Mystery











