ดัดแปลงจาก 8 เทพอสูรมังกรฟ้า (Demi-Gods and Semi-Devils) ของ กิมย้ง (Jin Yong, Louis Cha) ครับ โดยจับเอาเนื้อหาตอนชาติกำเนิดเฉียวฟง (เจิ้นจื่อตัน, Donnie Yen) มาบอกเล่า
ดาราในเรื่องก็ยังมี เฉินอวี้ฉี (Chen Yu Qi) เป็นอาจู, อู๋เยว่ (Wu Yue) เป็นมู่หรงฟู่, ตู้ยู่หมิง (Du Yu Ming) เป็นไป๋ซื่อจิ้ง, หวังจุนซิน (Grace Wong) เป็นฮูหยินหม่า, หยวนเซียงเหริน (Yuen Cheung Yan) เป็นท่านหมอเซียะ, จางเจ้าฮุย (Eddie Cheung) เป็นต้วนเจิ้งฉุน, ฮุ่ยอิงหง (Kara Wai) เป็นหย่วนซิงจู๋, หลิวหย่าเซ่อ (Liu Ya Se) เป็นอาจื่อ, จ้าวหัวเหว่ย (Zhao Hua Wei) เป็นต้วนอี้, ฉีเสี่ยวหมิง (Tsui Siu Ming) เป็นจิวหมอจื้อ, หลี่เหลียงเหว่ย (Ray Lui) เป็นมู่หรงป๋อ
ส่วนผู้กำกับหลักก็คือ เจิ้นจื่อตัน เองเลยครับผม โดยมี ค่านเจียเหว่ย (Kam Ka Wai) มาร่วมกำกับด้วย
โดยรวมแล้วผมชอบนะ ดูสนุกดี เรื่องคิวบู๊ถือว่าใช้ได้ สู้กันมันส์ๆ นัวๆ แม้จะแปลกตาบ้างที่เห็นเฉียวฟงจับดาบควงกระบี่ แต่ถ้าดูตามสถานการณ์ก็พอเข้าใจได้ และก็ต้องบอกก่อนว่าหนังบู๊กันด้วยอาวุธเป็นส่วนใหญ่ครับ รองลงมาก็คือบู๊แบบกำลังภายใน – อัดพลังกระแทกกัน – แต่ถ้าใครคาดหมายลีลาบู๊รัวหมัดแบบ Ip Man ก็ต้องเผื่อใจไว้เลยครับ เพราะมันไม่ได้บู๊กันแบบนั้น
ด้านการเล่าเรื่องก็ถือว่าใช้ได้เหมือนกัน มีดีมากเป็นช่วงๆ อย่างตอนดื่มเหล้าตัดเยื่อใยที่หมู่ตึกจุ้ยเสีย (จี้เสียนจวง) นี่ถือว่าทำถึง โดยเฉพาะตอนเฉียวฟงดื่มกับเหล่าผู้เฒ่าในพรรคกระยาจก ซีนนี้บิ้วดีมากจนผมน้ำตาไหลเฉยเลยครับ ส่วนช่วงอื่นๆ ผมว่าก็ได้เรื่อยๆ คือยังไม่ถึงขั้นพีคแบบฉากที่ว่า แต่ก็ดูได้ไม่ติด เพียงแต่แอบคิดน่ะนะครับว่าถ้าหนังเล่าให้มันพีคๆ เล่าให้มันถึงๆ แบบฉากดื่มเหล้านี่หนังคงสุดยอดมากแน่ๆ

แต่ที่ผมคาดไม่ถึงก็คือดนตรีครับ บอกเลยว่าดนตรีคืองานดีมาก เป็นส่วนที่ผมชอบสุดในหนัง ท่วงทำนองถือว่าโดดเด่น บิ้วอารมณ์ได้อย่างสุดยอด เอาจริงๆ ที่มันพีคทางอารมณ์นี่ก็เพราะดนตรีนี่แหละ ซึ่งคนทำดนตรีเรื่องนี้เป็นชาวเกาหลีครับ มีกันหลายท่าน ไม่ว่าจะ Choi Chul Ho, Seo Hyun Ji, Lee So Ri, Oh Hye Joo, LimHyun Ji, Kim Jong Cheon
แทร็คที่กระแทกใจผมอย่างแรกคือ 蝶戀花 – Sad Lover (ตอนเฉียวฟงช่วยอาจูออกมาจากเส้าหลินแล้ว) มันอาจเพราะผมรู้ชะตากรรมระหว่างพวกเขาแล้วน่ะครับว่าจะเป็นอย่างไรต่อไป แล้วพอแทร็กนี้ดังขึ้นปุ๊บ ใจมันหายปั๊บ มันคือท่วงทำนองที่นิยามความรักของเฉียวฟงและอาจูได้ยอดเยี่ยมที่สุดเพลงหนึ่งเท่าที่ผมดู 8 เทพฯ มาเลยก็ว่าได้
อีกแทร็คก็ตอนดื่มเหล้าตัดเยื่อใย (แทร็ค 斷義酒 – A Farewell Drink) นั่นแหละครับ ที่ผมน้ำตาไหลก็เพราะดนตรีพาไปด้วย ดังนั้นถ้าถามผมว่าอะไรที่ทำถึงที่สุดในหนังเรื่องนี้ ผมยกให้ดนตรีแบบหมดใจเลยครับ ท่วงทำนองบรรเลงได้ดีมากๆ – แน่นอนว่านาทีที่ผมกำลังเขียนอยู่นี้ ผมก็ฟังไปด้วยครับ
อีกอันที่ชอบคือช่วงท้ายๆ เราจะได้ยินทำนองธีมหลัก (ธีมที่ 2) จาก 8 เทพฯ ยุค 1982 ด้วยครับ ตอนได้ยินนี่ผมยิ้มเลย มันได้อารมณ์กำลังดีจริงๆ
เท่าที่ค้นดู หนังถือว่าประสบความสำเร็จเอาเรื่อง แต่ต้องบอกก่อนว่าหนังฉายแบบเน้นลงสตรีมครับ เลยทำให้ในแง่รายได้ตามโรงไม่ได้หวือหวาอะไร แต่ถ้าวัดกันที่ยอดสตรีมแล้ว นี่เป็นหนึ่งในหนังที่มียอดชมสูงสุด (ในจีน) แห่งปี 2023 เรียกว่าคนดูนี่พอๆ กับ Avatar: The Way of Water เลยครับ และหนังยังได้รางวัล Best Streaming Film จากงานเทศกาล Golden Swan ด้วย (งานจัดที่มาเก๊าครับ)
อ้อ แล้วถ้าถามว่าผมชอบตัวละครไหนสุด กลายเป็นว่าผมชอบอาจื่อครับ มาน้อย มาแค่ตอนหลังๆ แต่กลายเป็นว่าผมชอบอาจื่อเวอร์ชั่นนี้ คือปกตินี่ผมจะรำคาญอาจื่อนะ เพราะเจ๊จะออกแนวแง้วๆ เอาแต่ใจและขยันทำเรื่องให้มันวุ่นวาย แต่อาจื่อฉบับนี้ จริงๆ ก็ยังเอาแต่ใจและใจร้อนอยู่นั่นแหละ แต่กลายเป็นว่าเจ๊แกทำถูกทำเหมาะหลายอย่าง และเจ๊แกก็ไม่ได้เอาแต่ใจแบบมั่วๆ แต่มันจะมีเหตุผล มีปมในใจ หรือมีความรู้สึกเป็นตัวผลักดัน – ส่วนหนึ่งที่อยากดูภาคต่อก็เพราะอยากรู้ว่าทิศทางอาจื่อในเรื่องบทต่อไปจะไปทางไหน
อีกอย่างที่ต้องบอกคือ ผมนั้นดู 8 เทพฯ มาสารพัดเวอร์ชั่น รู้ขนาดว่าจบฉากนี้แล้วจะไปต่อฉากไหน มันเลยอาจจะทำให้ผมรู้ตื้นลึกหนาบ้างเกี่ยวกับเหตุการณ์หรือตัวละครมาพอสมควร ผมเลยเพลินกับหนังได้มากหน่อย (เพราะถึงหนังไม่เล่าแต่ผมก็รู้แล้ว) ในขณะที่ท่านใดที่ไม่คุ้นเคยกับเรื่องราวนี้ หากมาดูเข้าก็อาจรู้สึกงงในบางจุด หรือรู้สึกว่าหนังดูรวบรัดในบางช่วง อันนี้ก็ต้องบอกไว้ครับว่าถ้าท่านอยากได้อารมณ์และอรรถรสแบบครบๆ แน่นอนว่าไปเอาหนังจีนชุด 8 เทพอสูรมังกรฟ้า มาดูแบบยาวๆ เลยจะถึงใจกว่า
ในฐานะแฟน 8 เทพฯ เท่าที่เรื่องนี้ทำออกมานี่ผมก็พอใจแล้วนะ – มันจะเจ๋งขึ้นถ้าการเล่าเรื่องกลมกล่อมและถึงเครื่องแบบสม่ำเสมอกว่านี้ – ถ้ามีโอกาสก็จะดูซ้ำแน่นอนครับ เอาแค่ฉากบู๊สู้กระหน่ำของเฉียวฟงก็โอเคแล้ว และถ้ามีภาคต่อตามออกมาก็พร้อมดูอีกเช่นกัน ลองว่าทิ้งเชื้อไว้ขนาดนี้
สองดาวใกล้ครึ่งครับ
(6.5/10)
Categories: Movie Reviews, Action, Adventure, Chinese/Hong Kong/Taiwan Movies, Kung Fu, Martial Arts, Romance, Wuxia













