Chinese/Hong Kong/Taiwan Movies

The Story of My Son (1990)

หลังจากสูญเสียภรรยาไป หลี่ซื่อเหลียง (หลิวสงเหยิน, Damian Lau) ก็ต้องทำงานไปพร้อมกับดูแลลูกชาย 2 คน อันได้แก่เสี่ยวเจี่ย (หวงคุนฉวน, Huang Kun Hsuan) และเสี่ยวคัง (เจิ้งปั๋วหลิน, Cheng Pak Lam) แต่กลายเป็นว่สชีวิตของเขาต้องมาเจอวิบากหนักขึ้นไปอีก เมื่อเขาหลวมตัวไปเล่นการพนัน

สมทบด้วย หลี่ซือฉี (Lee Sze Kei) รับบทเป็นภรรยาที่เสียไปของซื่อเหลียง, อู๋ม่งต๊ะ (Ng Man Tat) เป็นเป่าหลอ เพื่อนของซื่อเหลียงที่ชักพาเขาเข้าสู่โลกการพนัน, ฟังกัง (Fong Kong) เป็นเจ้าพ่อเงินกู้สุดโหด, เจิ้งเจียเชิง (Cheng Ka Sang) เป็นลูกน้องเจ้าพ่อเงินกู้, ฉือจงซิน (Alan Chung San Chui) เป็นตำรวจที่ติดหนี้เงินกู้, หวงเย่อเฟย (Wong Yat Fei) เป็นช่างซ่อมเครื่องใช้ไฟฟ้า, หลิวเส้าหมิง (Lau Siu Ming) เป็นพ่อตาของซื่อเหลียง และหนังกำกับโดย ตู้ฉีฟง (Johnnie To) ครับ

ถือเป็นหนังดราม่าแนวชีวิตรันทดที่แสนจะดราม๊า ดราม่าครับ เพราะชีวิตของซื่อเหลียงกับลูกนั้นต้องเจอเคราะห์ซ้ำกรรมซัดมากมายหลายหน ขีวิตแย่แล้วแย่อีก ซึ่งส่วนหนึ่งมันก็มาจากการตัดสินใจของซื่อเหลียงเองที่หลวมตัวไปเล่นการพนันจนเสียเงินก้อนใหญ่ แล้วก็ส่งผลพวงพ่วงให้ต้องไปกู้เงินนอกระบบ และกระทบถึงงาน ดังนั้นสาระสำคัญที่หนังเน้นย้ำตัวโตๆ กับเราเลยก็คือ อย่าเล่นเลยครับการพนันน่ะ ผมไม่เถียงหรอกว่าถ้าเล่นได้มันก็ได้ แต่ถ้าเสียนี่มันก็คือเสีย

แล้วส่วนใหญ่พอเล่นแล้วได้เราก็อยากได้อีก ครั้นพอเล่นเสียก็อยากเล่นต่อเพื่อให้ได้ทุนคืน ยังไงก็คือเสียครับ เพียงแต่จะเสียมากหรือเสียน้อยเท่านั้นแหละ

แต่ยอมรับนะว่าดูหนังตอนแรกๆ ผมก็ไม่ใคร่จะเห็นใจซื่อเหลียงสักเท่าไหร่ เพราะปัญหาใหญ่ๆ ที่เขาเจอนั้นมันคือการตัดสินใจที่ผิดของเขาเอง แล้วพอเจอเรื่องหนักๆ ก็ยังมาลงกับลูกอีก ซึ่งผมก็พอเข้าใจน่ะ ว่าเจอเรื่องเครียดๆ นอกบ้านมาแล้วยังมีเรื่องในบ้านอีก การใช้อารมณ์มันเลยมีกันบ้าง แต่ก็นั่นแหละครับ แม้จะเข้าใจแต่ก็ไม่รู้สึกคิดจะเข้าข้างซื่อเหลียงเท่าไหร่

หนังทำให้ผมคิดทบทวนอะไรหลายเรื่องอยู่ครับ อย่างแรกเลยก็คือเรื่องการตัดสินใจที่ผมว่าสำคัญนะ การตัดสินใจจะทำหรือไม่ทำอะไรนี่หลายครั้งมันคือตัวกำหนดกราฟชีวิตเลย อย่างซื่อเหลียงก็น่าคิดเหมือนกันว่าถ้าเขาไม่โอนอ่อนเล่นพนันตามที่เพื่อนชวน (ซึ่งมันก็พัวพันกับเรื่องในที่ทำงานด้วย) ชีวิตเขาก็คงไปอีกทาง คืออาจจะมีลำบากบ้างแต่อย่างน้อยงานก็จะไม่เสีย ยังพอมีเงินกินเงินใช้ไม่ต้องย้ายบ้าน – ทั้งหมดมันขึ้นกับการตัดสินใจจริงๆ น่ะครับ