Adventure

Adventures in Christmasing (2021)

Untitled06861

Adventures in Christmasing ก็เป็นอีกหนึ่งหนังรอมคอมวันคริสต์มาสที่สเกลบางจุดดูจะใหญ่กว่าหนังลงสตรีมเรื่องอื่นๆ แต่โดยรวมแล้วความน่าพอใจก็ถือว่าพอๆ กันครับ

ปาร์คเกอร์ บอลด์วิน (Kim Fields) พิธีกรรายการวาไรตี้โชว์ที่ชอบทำอะไรๆ โดยวางแผนไว้ล่วงหน้าแบบรัดกุม แต่แล้วเธอก็โดนเชิญให้ไปร่วมรายการเรียลลิตี้ผจญภัยของฟินน์ โฮลท์ (Adrian Holmes) ซึ่งก็แน่นอนว่าเธอจำต้องออกจากคอมฟอร์ดโซนของตัวเอง ไปผจญภัยโดยไร้แบบแผนที่ในป่า

ตอนแรกเธอก็ลำบากอยู่ครับ แต่เมื่อเวลาผ่านไปเธอเริ่มปรับตัวได้ และแน่นอนอีกเช่นกันว่าเมื่อเธอได้ใช้เวลากับฟินน์มากเท่าไร จังหวะหัวใจเธอก็เริ่มเต้นไปพร้อมกับฟินน์มากเท่านั้น

สิ่งหนึ่งที่รู้สึกคือรสชาติหนังคริสต์มาสของแต่ละค่ายก็จะมีสไตล์ในแบบของตัวเองครับ อย่างโซน Hallmark ก็แบบหนึ่ง โซนของ Lifetime ก็จะอีกสไตล์ ส่วนเรื่องนี้สร้างโดยบริษัท Johnson Production Group ที่มักจะร่วมงานกับทาง Lifetime ครับ – ส่วนเรื่องนี้ไปอยู่ในร่มเงาของ MTV – แต่สไตล์ก็จะประมาณเดียวกันครับ คือไม่ได้เน้นความหอมหวานแบบ Hallmark และจะไม่ค่อยฟุ้งฝัน แต่มันจะดูมีความ Real นิดๆ ห้วงอารมณ์ก็จะเน้นไปในเชิงดราม่ามากกว่าตั้งหน้าตั้งตาโรแมนติก

ให้เปรียบง่ายๆ Hallmark ก็ประมาณกาแฟมอคค่า/ลาเต้ ส่วนของ Johnson/Lifetime จะออกแนวเอสเพรสโซ่/คาปูชิโน่น่ะครับ

Untitled06862

กับเรื่องนี้ก็ถือว่าโอเคอยู่ครับ หนังเดินเรื่องได้น่าติดตามพอตัว แล้วก็อย่างที่บอกว่าสเกลมันดูใหญ่นิดๆ เพราะมีการไปผจญภัยกันนอกสถานที่ เข้าไปในป่าอันกว้างใหญ่ มีถ้ำมีแม่น้ำก็ถือว่าน่าสนใจในระดับหนึ่ง หรือตัวละครพระนางก็ถือว่าเคมีไปกันได้ โทนความโรแมนซ์ของพวกเขาจะไม่ได้ไปในเชิงน่ารักน่าลุ้น แต่จะออกแนวคนสองคนที่ผ่านชีวิตมาพอประมาณ แล้วก็รอคอยคนที่ใช่ คนที่จะมาเติมเต็มชีวิตของพวกเขา คนที่จะร่วมเดินไปด้วยกัน

ใครชอบหนังรักที่ตัวละครแบ่งปันความคิด ความรู้สึก และประสบการณ์ต่อกัน จนชีวิตของพวกเขาค่อยๆ จูนเข้าหากัน ก็น่าจะเหมาะกับสไตล์ของหนังเรื่องนี้ครับ – แต่ก็ต้องบอกก่อนครับว่าหนังเล่าเรื่องได้โอเคในระดับหนึ่ง แต่ยังไม่ถึงขั้นยอดเยี่ยมแบบเต็มๆ ครับ

ผมเพลินกับหนังพอตัวครับ ดาราแสดงกันได้ดี การเล่าเรื่องเดินเรื่องก็ใช้ได้ แม้มันจะไม่ได้ลงตัวไปหมดทุกภาคส่วนแต่ก็อยู่ในขั้นโอเค และผมค่อนข้างชอบที่หนังใส่ซีนของดาราสมทบลงมาแบบถูกจังหวะ เช่น ตอนก่อนที่ปาร์คเกอร์จะต้องไปผจญภัยในป่า เธอเองก็ยังไม่พร้อมเท่าไรนัก หนังก็เลยให้พ่อของเธอ (Bobby Stewart) มาคุย มาบอกว่าหากเธอยังอยู่ในกรอบเดิมๆ เธอก็อาจจะพลาดโอกาสพบเจอสิ่งใหม่ที่บางครั้งอาจเปลี่ยนชีวิตเธอไปเลยก็ได้ หรือฉากที่ปาร์คเกอร์กับฟินน์ต่างก็อ่านข่าวของอีกฝ่าย ฉากเหล่านี้ถือว่ามีความหมายดีครับ

และผมดีใจที่ได้เจอดาราหน้าคุ้นที่ผมชอบอย่าง Oliver Rice ที่เคยเล่นเป็นไซม่อนในซีรี่ส์ Chesapeake Shores มาเรื่องนี้รับบทสมทบเป็นผู้กำกับประจำตัวของฟินน์ แม้บทจะไม่เยอะแต่เขาก็แสดงได้น่าพอใจครับ สำเนียงก็ยังเป็นเอกลักษณ์เช่นเคย

อีกอย่างที่ชอบคือเพลงครับ เลือกเพลงมาใส่ลงในหนังได้ดี ที่ชอบมากหน่อยคือเพลง One More Wish ของ Kenny Lattimore ที่ช่วยเพิ่มความกลมกล่อมให้กับหนังได้อีกพอตัว

สรุปว่าดูได้เพลินๆ ดีครับ

สองดาวกว่าๆ ครับ

Star21

(6.5/10)