
The Cold Light of Day เป็นหนังช่วงที่ป๋า Bruce Willis เริ่มเข้าสู่โซนรับงานแบบ “ไม่เลือกงานไม่ยากจน” ครับ และเป็นช่วงก่อนที่ Henry Cavill จะทะยานขึ้นฟ้าไปเป็นซูเปอร์แมนในปีถัดมา
เรื่องนี้ Cavill รับบทวิลล์ นักธุรกิจหนุ่มที่มาพักผ่อนล่องเรือกับครอบครัว แต่แล้วก็มีเหตุให้เขาต้องเข้าฝั่งแบบกะทันหัน โดยปล่อยให้ครอบครัวล่องเรือกันไป ไว้เดี๋ยวเขาค่อยกลับมาสมทบอีกที แต่กลายเป็นว่าครอบครัวเขาโดนจับตัวไปครับ เขาเลยต้องหาคำตอบว่ามันเกิดอะไรขึ้นกันแน่
หนังมาในแนวแอ็คชั่นระทึกขวัญที่ปนสืบสวนเข้าไปหน่อยๆ ครับ เหมือนเอา Frantic มาเจอ The Fugitive โปะด้วย Ronin ซึ่งแน่นอนว่าหนัง 3 เรื่องที่ผมกล่าวไปนั้นล้วนสนุกกว่าเรื่องนี้ครับ 555 ว่ากันแบบตรงๆ เลยคือหนังไม่ได้เด็ดอะไรมาก เป็นหนังที่พอดูได้แต่ถ้าจะไม่ดู จะข้ามไป ก็ไม่มีปัญหาอะไรเหมือนกัน
เรื่องนี้ป๋า Bruce เหมือนมารับเชิญครับ มาเป็นมาร์ติน (พ่อของวิลล์) มีบทแค่ตอนต้นๆ เท่านั้น แล้วก็ยังได้ Sigourney Weaver มาเป็นจีน คาแร็คที่ดูเหมือนเธอจะเป็นเพื่อนกับมาร์ตินและพยายามมาตีสนิทกับวิลล์ แต่ไปๆ มาๆ ก็เหมือนจะไม่เป็นแบบนั้น อีกคนที่พอคุ้นหน้าก็คือ Caroline Goodall (Hook และ Schindler’s List) มาเป็นลอรี่ (แม่ของวิลล์) และ Colm Meaney (ซีรี่ส์ Star Trek: Deep Space Nine และ Con Air) มาโผล่ตอนท้ายหน่อยๆ ครับ

ตัวหนังก็เดินเรื่องแบบเดินหน้าไปเรื่อยๆ เหนื่อยก็หยุดพัก ตัวเอกของเราก็วิ่งพล่านเมืองเพื่อหาคำตอบว่าตกลงมันเกิดเรื่องอะไรขึ้นกับครอบครัวของเขา พร้อมทั้งหนีการไล่ล่าจากสารพัดฝ่าย จริงๆ มันควรจะระทึกนะครับ แต่ฉากไล่ล่าฉากแอ็คชั่นต่างๆ ที่มีให้เห็นค่อนข้างจะธรรมดา ช่วงที่เข้าท่าหน่อยก็คงเป็นตอนท้ายช่วงไคลแม็กซ์น่ะครับ จะมีการขับรถไล่ล่ากันช่วงที่ว่านี่ทำได้ไม่เลว และส่วนหนึ่งที่ช่วยเสริมความเร้าใจในฉากที่ว่า (รวมถึงอีกหลายๆ ฉาก) ก็คือดนตรีฝีมือ Lucas Vidal ที่ฝากฝีมือไว้ใน Fast & Furious 6 จนบอกได้ว่าถ้าขาดดนตรีมันส์ๆ ของเขาไปล่ะก็ หนังจะจืดกว่านี้ครับ
เกร็ดเล็กๆ ก็คือ Cavill มาเล่นหนังเรื่องนี้หลังจากเสร็จงานเรื่อง Immortal ครับ ซึ่งตอนนั้นร่างกายของเขากำลังกำยำกล้ามเป็นมัดๆ แต่สำหรับบทในเรื่องนี้แล้วเขาต้องเป็นนักธุรกิจที่ไม่มีประสบการณ์ด้านการต่อสู้ เป็นเหมือนคนธรรมดาที่ต้องรับมือกับเรื่องไม่คาดฝัน ผู้กำกับ Mabrouk El Mechri เลยขอให้ Cavill ไปลดหุ่นซะ ว่าง่ายๆ คือไปเอากล้ามออก ซึ่ง Cavill ก็จัดให้ครับ
โดยรวมหนังก็ถือว่าไม่มีอะไรมากครับ หลายอย่างมันซ้ำทางกับหนังหลายเรื่องอย่างที่บอกไป ซึ่งจริงๆ ไม่ใช่ปัญหาครับ จะซ้ำทางก็ได้ จะซ้ำสูตรก็ดี ขอให้ทำออกมาอร่อยก็พอ แต่พอดีว่าเรื่องนี้ยังไม่อร่อยนัก และบางอย่างก็ย่ำสูตรจากหนังเรื่องอื่นๆ อย่างยิ่ง โดยเฉพาะมุกที่ว่า “อะไรอยู่ในกระเป๋าที่ใครๆ ก็ตามล่ากัน” ซึ่งแน่นอนว่าหนังก็อุบไว้ไม่เฉลย ถือว่ามามุกเดียวกับ Ronin และ Mission: Impossible III เลยครับ
ดาวครึ่งครับ

(5/10)
หมวดหมู่:Action, Movie Reviews, Thriller










