Action

S.W.A.T.: Under Siege (2017)

21314665_1758976557466471_7352600163929162941_n

นับย้อนไป ภาคแรกสุดของหนังชุดนี้ก็ 14 ปีล่วงมาแล้วนะครับ จริงๆ หนังก็ทำออกมาได้พอเพลิน ดูเอามันส์ก็นับว่าได้อยู่ ส่วนรายได้ทั่วโลกก็แตะ $200 ล้าน แม้จะไม่กำไรมากมาย แต่ก็ไม่ขาดทุนครับ

ดังนั้นการทำภาคต่อก็เลยพอเข้าใจได้ ภาคที่แล้วทำลงแผ่นเลย ก็ถือว่าโอเคในระดับหนึ่ง แม้จะเทียบกับฉบับโรงไม่ได้เลยก็ตาม แล้วบัดนี้หนังชุดนี้ก็มาถึงภาค 3 ครับ โดยออกแนวเอาชื่อมาใช้ครับ แต่เนื้อเรื่องไม่ได้ต่ออะไรกัน

ภาคนี้ทีม S.W.A.T. ได้ตัวสกอร์เปี้ยน (Michael Jai White) ซึ่งเป็นหนึ่งในพวกผู้ก่อการร้ายระดับโลกมาไว้ในการควบคุม แต่ก็นั่นล่ะครับ เมื่อมีคนที่ต้องการชิงตัวสกอร์เปี้ยนไป ก็ย่อมทำให้ทีมสวาทต้องเจอกับศึกหนัก

จริงๆ หนังไม่ต้องทุนสูงก็ได้ครับ แค่ทำจังหวะฉากบู๊ให้ออกมามันส์ก็พอ แล้วก็ใส่ความตื่นเต้นชวนติดตามลงไป เหยาะปมลงไปเล็กๆ น้อยๆ แค่นี้หนังก็จะดูเพลินแก้เบื่อสำหรับคอหนังแอ็กชันแบบผมได้แล้วล่ะ

แต่กับเรื่องนี้… เริ่มจากฉากบู๊ครับ ฉากแอ็กชันยังไม่เจ๋งเท่าไร ออกแนวเรื่อยๆ ยิงกันแบบไม่ลุ้นเท่าไร สถานการณ์ที่นำไปสู่ฉากแอ็กชันก็ยังไม่กดดันแบบเต็มที่ เมื่อเทียบกับภาคก่อนที่ผมว่าธรรมดาแล้ว มาภาคนี้ก็กลายเป็นธรรมดากว่าครับ

ส่วนปมของเรื่องจริงๆ เข้าท่า แม้จะลงสูตรเดิมๆ ประมาณว่าคนร้ายก็อาจไม่ใช่ตัวร้ายจริงๆ และคนดีบางคนก็อาจไว้ใจไม่ได้ แต่ก็เอามาใช้ได้โอเคนะ ทว่าการเล่นกับปมพวกนี้รวมถึงการหักมุมต่างๆ มันถูกเล่าแบบเรื่อยๆ น่ะครับ ไม่ได้เล่าให้ลุ้นหรือตื่นเต้นอะไรมาก

สำหรับผม หนังจะดูน่าสนใจขึ้นทุกครั้งที่ Michael Jai White โผล่บนจอครับ ผมว่าเขาเป็นเครื่องหมายการค้าเชิงคุณภาพอย่างหนึ่งของหนังแอ็กชันเกรดบีนะ คือถ้าเขาโผล่เรื่องไหน บางเรื่องจะดูดีขึ้นมาเลย หรือไม่แม้มันจะไม่ได้ดีมาก แต่อย่างน้อยฉากที่เขาแสดง มันจะดูมีพลังขึ้นมาอย่างประหลาด

ใจจริงอยากให้ Jai White เล่นนำเป้นหน่วยสวาทให้รู้แล้วรู้รอดครับ เพราะผมว่าพี่แกจะเป็นหัวหน้าที่เท่ห์นะ และน่าจะได้มีโอกาสบู๊มากกว่าที่เป็น แต่ในมุมหนึ่งผมก็เข้าใจน่ะ บทสกอร์เปี้ยนจริงๆ ก็มีจุดน่าสนใจเหมือนกัน

ตอนนี้แอบคิดให้มีใครเอาเรื่องของสกอร์เปี้ยนไปทำเป็นภาคแยกครับ ให้พี่แกลุยนำเดี่ยว ตะลุยฟัดกับชาวบ้าน ผมว่ามันต้องออกมาเท่ห์และน่าสนใจแน่ๆ เพราะคาแรคเตอร์สกอร์เปี้ยนมันดูมีความลึกลับอยู่พอสมควร

ดาราในเรื่องที่หน้าคุ้นอีกคนก็คือ Adrianne Palicki ที่ระยะหลังเล่นหนังทีวีและหนังแผ่นบ่อยๆ เธอคนนี้ถือว่ามีเสน่ห์อยู่ไม่น้อยครับ ในเรื่องนี้แม้บทเธอจะไม่เชิงว่าเด่นมากมายก็ตาม แต่พอขึ้นจอก็สามารถดึงความสนใจคนดูไปได้เสมอ

หนังกำกับโดย Tony Giglio ที่เคยเป็นผู้กำกับกองสองให้กับ Resident Evil: Afterlife มาก่อน มาเรื่องนี้ถ้ามองในเชิงมุมกล้องก็ถือว่าโอเคครับ แต่การเล่าเรื่องยังไม่น่าจดจำ และคิวบู๊ก็ยังไม่โดดเด่น จริงๆ ถ้าเรื่องนี้คิวบู๊ดูดีสักหน่อย อะไรๆ คงสนุกขึ้นเยอะ

เอาเป็นว่าสู้ภาคแรกไม่ได้ครับ แน่นอนว่าเพราะทุนด้วย แต่ตอนนี้ได้ข่าวว่าจะมีซีรี่ส์ S.W.A.T. ออกมาช่วงปลายปี จะออกมาเป็นอย่างไรก็คงต้องลองติดตามกันครับ… ขอให้ออกมามันส์แล้วกัน ยังไงก็พร้อมดูอยู่แล้วครับ ^_^

ดาวกว่าๆ ครับ

Star11

(4.5/10)

 

โฆษณา