Action

King Arthur and the Knights of the Round Table (2017)

18622218_1642149072482554_9158752690682559944_n

และนี่คือภาคต่อของ King Arthur นะครับ ไม่น่าเชื่อจริงๆ ว่าจะมีการทำภาคต่อออกมาเร็วขนาดนี้ 555 ที่พูดไปทั้งหมดนั้นพูดเล่นล้วนๆ ครับ นี่ไม่ได้เป็นภาคต่งภาคต่ออะไรหรอก ไม่ได้เกี่ยวกับ King Arthur ของ Guy Ritchie ทั้งสิ้น

นี่คืออีกหนึ่งผลงานจากค่าย Asylum ครับ (หลายคนร้องอ๋อเลย) ค่ายหนังเกรดบีที่มักจะทำหนังที่มีชื่อหรือเนื้อหาคล้ายๆ กับหนังใหญ่กระแสหลักที่กำลังเข้าโรง ซึ่งเราเรียกหนังประเภทนี้ว่า Mockbuster ครับ (แซวคำว่า Blockbuster นั่นเอง เพราะคำว่า Mock มีความหมายว่า เลียนแบบ หรือ เยาะเย้ยล้อเลียน)

ตัวอย่างผลงานของเขาก็อย่างเช่น Avengers Grimm (ชื่อก็บอกแล้วครับว่าตามกระแส The Avengers) หรือ Transmophers (อันนี้ผมว่าเดาไม่ยาก) อะไรแบบนั้นเป็นต้น ซึ่งเขาก็คงจะมีผลงานทำออกมาให้เราดูกันอีกเรื่อยๆ ตราบใดที่โลกนี้ยังมีหนังฉายอยู่น่ะนะครับ

แล้วเรื่องนี้มันเป็นเรื่องเกี่ยวกับอะไร? หากเล่าโดยสรุปก็เป็นการเอาตำนานคิงอาร์เธอร์มาจินตนาการต่อยอดครับ เรื่องเล่าย้อนไปในยุคของกษัตริย์อาร์เธอร์ (Byron Gibson) กับเมอร์ลิน (Harold Diamond) ซึ่งพวกเขาต้องสู้กับแม่มดมอร์กาน่าผู้เรืองฤทธิ์ (ซาร่า มาลากุล เลน) และบุตรของนาง (Russell Geoffrey Banks)

แต่ในศึกครั้งนั้นมอร์กาน่ากับลูกชายพ่ายแพ้ต่ออาร์เธอร์ เธอเลยสาบานด้วยความแค้นว่าจะกลับมาดำเนินแผนทำลายโลกอีกครั้งในภายหน้า

แล้วเรื่องก็มาเล่าถึงยุคปัจจุบันครับ เล่าถึงรุ่นทายาทของอาร์เธอร์ที่ต้องมารับมือกับแผนร้ายยุคมิลเลนเนียมของมอร์กาน่า เพราะงานนี้เธอไม่ได้มีแค่เวทย์มนต์ แต่ยังมีเทคโนโลยีต่างดาวมาช่วยด้วย

หนังประเภทนี้หลายคนจะถามว่า “ดูแล้วสนุกตรงไหน?” ซึ่งสำหรับผมแล้ว มันสนุกตั้งแต่เห็นชื่อเรื่องแล้วครับ (555) แน่นอนว่าผมดูนี่ไม่หวังว่ามันจะมันส์หรือมันจะเจ๋งอะไรอยู่แล้ว แต่เราก็แค่นั่งดูน่ะครับว่าพวกพี่เขาจะพาเราไปถึงไหน จะเล่นใหญ่หรือเล่นเล็ก จะออกทะเลหรือไปนอกโลกหรือไปมิติอื่นโดยสิ้นเชิง

เรื่องนี้มาถ่ายทำในไทยด้วยครับ เหตุเกิดในกรุงเทพเลย และยังมีฉากสู้ใหญ่ๆ ในตอนไคลแม็กซ์ด้วยนะ คือถ้าดูจากจินตนาการแล้ว ผมว่าคนคิดเรื่องก็คิดได้เข้าท่าไม่เลวน่ะครับ อันนี้ถ้าดูที่โครงหลักๆ เลยนะ มันคือการสู้ระหว่างทายาทของอาร์เธอร์และอัศวินโต๊ะกลมยุคใหม่ กับแม่มดมอร์กาน่าที่มีอำนาจมหาศาล แล้วก็สู้กันแบบสะเทือนเมือง

แต่คงพอเดาได้ใช่ไหมครับ ว่าพอหนังทุนไม่สูง ภาพที่ออกมามันเลยดูไม่ค่อยจืดเท่าไร อีกทั้งการเล่าเรื่องที่ไม่ได้ก่อให้เกิดความน่าติดตามเลย ผลที่ได้มันเลยเรื่อยๆ นิ่งๆ ไม่มีความน่าสนใจอะไร ยิ่งฉากในหนังมีเพียงไม่กี่ฉากด้วย มันก็เลยวนๆ น่ะครับ ดาราก็ไม่เด่น ฉากก็ไม่เยอะ แอ็กชันก็ไม่เท่าไร

ระหว่างดูก็คิดถึง Sharknado นะ เรื่องนั้นจริงๆ ก็ไม่ได้ดีเด่อะไรหรอกครับ แต่มันโม้สะบัดจนกลายเป็นความสนุกแบบบ้าๆ ขึ้นมา ทว่ากับเรื่องนี้มันคือหนังเกรดบีแบบเดิมๆ ที่หน้าหนังดูเหมือนจะเป็นแอ็กชัน แต่ไปๆ มาๆ ด้วยความที่ทุนไม่หนา เลยถ่ายทำแบบจำกัดทุน เน้นไปที่ฉากตัวละครคุยกัน จนอารมณ์หนังกลายเป็นความนิ่งที่ไร้ความน่าสนใจไป (อดคิดไม่ได้ว่าถ้ากล้าทำให้มันสุดขั้ว อัดแอ็กชันเข้าไป แม้ Effect จะเห่ย แต่มันก็อาจจะยังพอทำเนามากกว่านี้ก็ได้)

แต่มีสิ่งหนึ่งที่ทำให้ผมดูหนังเรื่องนี้ต่อจนจบ นั่นคือ ซาร่า มาลากุล เลน ครับ ผมว่าเธอดูเด่นไม่น้อยในบทมอร์กาน่า และแม้เรื่องนี้เธอจะไม่ได้มีฉากติดเรตแบบหนังเรื่องอื่น แต่เธอก็ดูมีเสน่ห์สไตล์แม่มดตัวร้ายนะ แววตาท่าทางของเธอมันทำให้ผมรู้สึกว่าเธอน่ะตั้งใจในการแสดงจริงๆ แม้นี่จะเป็นแค่หนังเกรดบีค่อนไปทางซีที่หลายคนพร้อมจะดูถูกก็เถอะ แต่เธอก็ยังตั้งใจเล่นอยู่

ใจยังคงแอบเชียร์เธออยู่น่ะนะครับ อยากให้เธอได้แสดงในหนังเกรดเอหรือหนังที่เปิดโอกาสให้เธอได้แสดงฝีมือแบบเต็มตัว ^_^

เอาเป็นว่าหนังมันก็ไม่ได้สนุกหรอกครับ ไม่ใช่หนังที่ต้องชมแต่อย่างใด แต่เผอิญผมมันถนัดดูหนังเกรดบีอยู่แล้ว เลยดูสนองความบ้ากันไป กระนั้นก็บอกได้เลยครับว่ามันไม่ได้เจ๋ง แล้วก็แอบฮานิดๆ นะตอนฉากไคลแม็กซ์ที่มีฉากสู้ถล่มสถานที่ในกรุงเทพ (นึกถึงสัตว์ตัวยักษ์แบบ Pacific Rim น่ะครับ มันมีฉากที่ตัวละครต้องปราบตัวร้ายขนาดยักษ์ แล้วก็มีฉากประชาชนกับตำรวจยืนดูกันอะไรประมาณนั้น – จริงๆ ผมชอบในแง่จินตนาการนะ แต่ภาพที่ออกมามันชวนให้หุยฮามากกว่าครับ)

ยกเว้นใครติดตามซาร่าล่ะก็ เรื่องนี้ก็ถือว่าเธอเป็นหนึ่งในจุดเด่นครับ

ครึ่งดาวครับ

star110

(3/10)

 

Advertisements