รีวิวหนัง/ภาพยนตร์

Hell or High Water (2016) ปล้นเดือด ล่าดุ

17918035_1602981183066010_6219871885980340988_o

พูดได้เต็มปากว่าเรื่องนี้ทำออกมาได้เข้มข้น ขึงขัง มีพลังโดนใจผมแบบสุดๆ ครับ จริงๆ ตอนแรกก็กะแล้วล่ะว่าคงชอบ แต่ไม่นึกว่าจะชอบมากขนาดนี้ ถึงขั้นดูจบแล้วอารมณ์ไม่จบทีเดียว

พล็อตจริงๆ ไม่มีอะไรมากครับ เรื่องของ 2 พี่น้อง แทนเนอร์ (Ben Foster) และโทบี้ (Chris Pine) ที่ร่วมกันปล้นธนาคาร เพื่อหาเงินมาปลดหนี้ โดยแทนเนอร์น่ะเคยติดคุกมาก่อนครับ การปล้นไม่ใช่ของใหม่สำหรับเขาเลย

ส่วนโทบี้นั้นจริงๆ เป็นคนธรรมดา แต่พอความจำเป็นบังคับเขาเลยเดินเข้าสู่ถนนสายนี้ โดยโทบี้เองก็พยายามวางแผนที่จะปล้นโดยให้ไม่เกิดการบาดเจ็บล้มตาย และพยายามยั้งอารมณ์รุนแรงของแทนเนอร์อยู่บ่อยๆ (เพราะสำหรับแทนเนอร์แล้ว การฆ่าคนก็ไม่ใช่เรื่องยาก)

แต่ลองว่ามีการปล้น ก็ต้องมีตำรวจมาตามจับพวกเขาครับ ซึ่งก็คือเท็กซัสเรนเจอร์รุ่นเก๋าอย่าง มาร์คัส (Jeff Bridges) และผู้ช่วยมือขวาอย่างอัลเบอร์โต้ (Gil Birmingham) มาคอยไล่ล่าตามจับ 2 พี่น้องมารับโทษตามกฎหมายบ้านเมือง

จริงๆ พล็อตมันคือตำรวจรับโจรนั่นแหละครับ โดยจะมีพล็อตรองว่าด้วยเรื่องส่วนตัวของแต่ละคน โดยเฉพาะโทบี้ที่มีลูกเมีย แม้จะแยกทางกันไปแล้ว แต่ในฐานะหัวหน้าครอบครัวก็เลยต้องพยายามสร้างความมั่นคงให้กับลูกเมียให้มากที่สุดเท่าที่จะทำได้

ส่วนแทนเนอร์ก็เป็นโจรตามตำรา สามารถฆ่าคนได้หากจำเป็น แต่ก็เพราะเห็นแก่น้องและตระหนักว่าหากเขาเริ่มฆ่าใครเมื่อไร ก็จะโดนตามล่าหนักขึ้นกว่าเก่าแน่นอน ก็เลยพยายามคุมตนเองไม่ให้ล้ำเส้น ซึ่งความลุ้นส่วนหนึ่งก็เกิดเพราะต้องมาลุ้นว่าแทนเนอร์จะลั่นไกฆ่าใครให้โดยหมายหัวหรือไม่

ทางด้านฟากตำรวจก็มีมิติครับ อย่างมาร์คัสก็เป็นผู้รักษากฎหมายไว้ใกล้ฝั่ง ใกล้จะเกษียณเต็มที ก็เลยทำงานเหมือนจะเรื่อยๆ แต่ที่บอกว่า “เรื่อยๆ” นี่ไม่ได้หมายถึงไม่สนใจทำคดีนะครับ เพียงแต่พี่แกเก๋าเกม เลยมองอะไรหลายอย่างออก เลยไม่ต้องวิ่งไล่ล่าหาหลักฐานให้กระหือกระหอบ

สิ่งที่เขาทำก็คือค่อยๆ รวมหลักฐานและพยานแวดล้อม ก่อนจะค่อยๆ คิดแบบผู้ร้ายว่าก้าวต่อไปของพวกผู้ร้ายคืออะไร ค่อยๆ ทำนายพฤติกรรมของผู้ร้าย แล้วก็หาทางไปที่จุดหมายที่คาดว่าผู้ร้ายน่าจะไป เรียกว่าแม้ท่าทางเขาจะ “เรื่อย” แต่ก็ได้น้ำได้เนื้อ ได้งานได้การครับ (เรื่อยก็คือท่าทาง แต่เขี้ยวเล็บยังมีอยู่)

มันคือหนังดราม่าที่อาจจะเดินเรื่องไม่เร่งเร้านะครับ แต่ของดีคือฝีมือดาราที่น่าจดจำทุกคน ตามด้วยความลุ้นในหลายๆ ประเด็น เช่นว่า สุดท้ายแล้ว 2 พี่น้องจะโดนจับไหม, พวกเขาจะตายกันไหม, จะมีใครตายไหม, ตำรวจจะรวบตัวพวกเขาทันไหม, ฝันของโทบี้ที่จะเหลือเงินไว้ให้ลูกเมียจะสลายไหม?

จริงที่ 2 พี่น้องเป็นโจรนะครับ แต่ก็อดเห็นใจไม่ได้ (โดยเฉพาะโทบี้) ซึ่งผมว่าหนังยั่วล้อต่อมศีลธรรมของเราได้ดีนะ คือเรารู้แหละครับว่าคนทำผิดต้องได้รับโทษ แต่ลึกๆ ผมเชื่อว่าหลายคนก็อยากให้พวกเขารอด แต่อีกใจก็อยากให้มาร์คัสหยุดการกระทำของพวกเขาเสียที มันเป็นอะไรที่ย้อนแย้งขณะดูครับ

แต่อย่างหนึ่งที่รู้สึกได้เลยคือหนังสื่อแบบตรงๆ ว่าพวกนายทุนคือตัวร้ายจริงๆ นะ อย่างตัวละครตัวแทนเจ้าหนี้คนหนึ่งที่ตอนจะตามทวงหนี้นี่แทบจะบี้จะเค้นลูกหนี้แบบไม่เหลือดี แต่พอลูกหนี้จะจ่ายเงินให้ก็ทำเป็นบ่ายเบี่ยง อ้างขั้นตอนเยอะเพื่อถ่วงเวลา ว่าง่ายๆ คือกะจะฮุบหนี้น่ะครับ… ไปๆ มาๆ พวกนี้โกงไม่แพ้โจรเลยจริงๆ (แต่กลายเป็นการโกงแบบถูกกฎหมายซะงั้น?)

สรุปคือหนังทำได้เข้มข้นครับ ใครชอบหนังเข้มๆ เนื้อหาดีๆ ดาราดีๆ ล่ะก็ ผมแนะนำเลยครับ น่าติดตามตลอด และบทสนทนาก็เจ็บแสบได้ใจด้วย อย่างตอนมาร์คัสกับอัลเบอร์โต้ดูรายการทีวีประเภท “นักเทศน์ชวนเชื่อให้คนบริจาค” มาร์คัสก็บอกให้อัลเบอร์โต้เปลี่ยนช่อง อัลเบอร์โต้เลยถามว่า “คุณไม่ใช่คริสต์หรือ?”

มาร์คัสก็ตอบว่า “ผมเป็นคริสต์… แต่ผมไม่โง่” (เป็นประโยคที่ฮาแสบจริงๆ)

แต่ที่ชอบสุดคงเป็นตอนแทนเนอร์คุยกับโทบี้น่ะครับ แทนเนอร์บอกว่าเรื่องนี้ (หมายถึงการปล้นของพวกเขา) คงจบไม่สวยหรอก โทบี้เลยถามว่า “นายรู้ได้ยังไง?”

แทนเนอร์ตอบว่า “เพราะไม่ว่าโจรคนไหนๆ ก็ไม่เคยจบสวยสักคน”

สามดาวครับ

Star31

(8/10)

 

Advertisements