4 เพื่อนซี้ เฮนรี่ (Thomas Jane), โจนซี่ (Damian Lewis), บีเวอร์ (Jason Lee) และพีท (Timothy Olyphant) เคยได้รับพลังเหนือธรรมชาติจากเด็กพิเศษคนหนึ่งที่พวกเขาเคยช่วยไว้ในวัยเด็ก และบัดนี้ทั้ง 4 ก็โตเป็นผู้ใหญ่ มีงานทำ มีชีวิตสดใส
พวกเขามักนัดเจอกันที่กระท่อมเล็กๆ กลางป่า และครั้งนี้ก็เช่นกันครับ ปกติพวกเขาก็จะมาใช้เวลาร่วมกันพร้อมด้วยการรำลึกความหลัง แต่ครั้งนี้… ไม่เหมือนเดิม
พวกเขาพบว่าในป่าแห่งนี้มีบางสิ่งซุกซ่อนอยู่ และมันมีเจตนาร้ายอย่างแน่นอน พวกเขาเลยต้องหาทางเอาตัวรอด พร้อมทั้งต้องช่วยกันยับยั้งหายนะครั้งใหญ่ที่สามารถคุกคามโลกได้เลยทีเดียว
หนังสร้างจากนิยายของ Stephen King ครับ ถ้าเข้าใจไม่ผิดนี่คือนิยายเล่มแรกที่เขาเขียนหลังประสบอุบัติเหตุ ซึ่งผมมักจะบอกเสมอครับว่าโดยพื้นฐานนิยายของ King แล้ว ไม่ว่าหนังจะออกมาอย่างไรก็ตาม แต่อย่างน้อยสิ่งที่อยู่ในนิยายของเขาจะมีกลิ่นอายความน่าสนใจ และช่วยให้หนังดูมีอะไรๆ ในระดับหนึ่ง และหนังเรื่องนี้ถ็ถือว่ามีฟอร์มอยู่ครับ เพราะได้ Lawrence Kasdan (The Big Chill, Silverado, Grand Canyon, Wyatt Earp) มากุมบังเหียน อีกทั้งดาราในเรื่องก็ถือว่ามีฝีมือกันไม่น้อย
ผมชอบครึ่งแรกของหนังครับ มันน่าติดตามดี ช่วงต้นหนังปูพื้นตัวละครได้ค่อนข้างดี แล้วก็ต่อด้วยเรื่องสยองที่จู่โจมพวกเขาแบบคาดไม่ถึงซึ่งผมว่ามันกำลังดีนะ การเล่าเรื่องก็โอเค ดาราก็ดี การวางปมให้เราติดตามก็ใช้ได้ ไหนจะความสยองอีก

แต่พอเข้าช่วงครึ่งหลัง หนังกลับกลายเป็นอืดครับ เหมือนกับอะไรๆ ที่ปูไว้ก็โดนชะงักไว้อย่างนั้น จังหวะที่กำลังมาดีๆ ในตอนต้นก็เปลี่ยนเป็นเกียร์ต่ำ แม้ตอนท้ายหนังจะมีอะไรให้รู้สึกลุ้นและตื่นเต้นอยู่บ้าง แต่ก็ยังช่วยหนังไว้ไม่ได้ครับ เรียกว่าความสนุกนี่สู้ช่วงแรกไม่ได้เลยจริงๆ
ต้องบอกก่อนนะครับว่าโทนหนังนั้นจะออกแนวไซไฟเป็นหลัก แล้วก็เจือด้วยความลึกลับสยองขวัญ ดังนั้นถ้าใครหวังความแหวะหรือหนังอย่าง Alien ล่ะก็ เรื่องนี้จะไม่ตอบโจทย์นั้นครับ – แต่ถึงผมจะจับทางจับโทนหนังได้ก็เถอะ แต่ความอร่อยของครึ่งหลังมันลดปริมาณลงจริงๆ ครับ – ราวกับหนังปล่อยของไปหมดแล้วในครึ่งแรก พอถึงครึ่งหลังเลยไม่รู้จะเอาอะไรมาใส่ต่อ มันเลยดูโล่งโถงครับ ซึ่งอันนี้ผมก็แอบคิดนะ ว่าจริงๆ ถ้าหนังเล่าครึ่งแรกแล้วกระชับพื้นที่ของครึ่งหลังให้มันไม่ยาวยืดเยื้ออะไรมาก หนังอาจจะลงตัวกว่านี้ก็ได้ เพราะเวลารวมของหนังคือ 2 ชั่วโมงกับ 14 นาทีครับ – จริงๆ คือเฉือนออกสัก 20 – 30 นาทียังได้เลยในครึ่งหลังน่ะ
แล้วหนังก็ไม่ทำเงินครับ ทั่วโลกทำไป $81 ล้าน จากทุนสร้าง $68 ล้าน ที่เสียฟอร์มสุดคงเป็นเพราะในอเมริกาน่ะทำเงินได้แค่ $33 ล้านเท่านั้นครับ ก็เข้าเนื้อไปไม่น้อยเลยล่ะ
และจากความล้มเหลวครั้งนี้ มันก็กลายมาเป็นตราบาปในความรู้สึกของผู้กำกับ Kasdan จนทำให้เขาหยุดทำหนังไปเกือบ 10 ปีแน่ะ (ปกติเขาจะเว้นช่วงแค่ประมาณ 2-4 ปีครับ)
สำหรับผม หนังไม่ถึงกับแย่ครับ มันก็ดูได้ ช่วงแรกคือสนุกจริงๆ แต่มาเสียดายเอาครึ่งหลังนี่แหละ
สองดาวครับ
(6/10)
หมวดหมู่:Drama, Horror, Monster Horror, Monster Movies, Movie Reviews, Sci-Fi, Thriller












