รีวิวหนัง/ภาพยนตร์

Bokeh (2017)

19488698_1681471961883598_8690554106247838209_o

ในเบื้องต้นหนังเรื่องนี้น่าสนใจสำหรับผมครับ เรื่องของหนุ่มสาวคู่หนึ่งไปเที่ยวพักผ่อนกันที่ไอซ์แลนด์ แต่วันหนึ่งพวกเขาตื่นขึ้นมาแล้วพบว่าไม่เหลือใครในโลกอีกต่อไป ทุกแห่งหนกลายเป็นสถานที่ร้างไร้ผู้คน

แล้วจากนั้นหนังก็ถ่ายทอดให้เราเห็นชีวิตของพวกเขาในโลกร้างนั้นครับ ก็มีทั้งยามที่พวกเขาสนุกเพลิดเพลินกับมัน และยามที่พวกเขาเกิดคำถามว่ามันเกิดอะไรขึ้น และพวกเขาจะทำอย่างไรต่อไปกันดี

จริงๆ มันเข้าทางผมนะ หนังได้อารมณ์ไซไฟซึ่งตอนแรกก็อยากรู้ล่ะครับว่าหนังจะมีแง่มุมอะไรใหม่ๆ หรือน่าสนใจมานำเสนอไหม ครั้นพอได้ดูแล้วก็พบว่าหนังไม่ได้มีอะไรใหม่หรอกครับ และในหลายวาระยังเกิดคำถามด้วยว่าหนังจะพาเราไปทางไหนกันหนอ

ที่เกิดคำถามนี่ไม่ใช่เพราะหนังวางปมแล้วชวนให้เราสงสัย ไม่ใช่เพราะมันทำให้อยากติดตามว่ามันจะพาเราไปไหนหรอกนะครับ แต่เพราะหนังดูจะไม่ได้พาเราไปไหนเลย เหมือนเป็นเพียงการตามติดชีวิตชายหญิงที่อยู่กันเพียงสองคนในโลกใบนี้เท่านั้นเอง

หนังชวนให้นึกถึง I Am Legend และ Z for Zachariah แต่ 2 เรื่องนั้นมันยังมีปมอะไรให้เราตามต่อ แต่กับเรื่องนี้มันออกแนวเรื่อยๆ ครับ เดินเรื่องไปเรื่อยๆ เหนื่อยก็หยุดพัก หายเหนื่อยแล้วก็เดินเรื่องต่อ

ตัวแสดงหลักในเรื่องก็คือ Maika Monroe (It Follows และ Independence Day: Resurgence) กับ Matt O’Leary (Time Lapse) ซึ่งในแง่การแสดงพวกเขาก็ทำหน้าที่ได้ดีเท่าที่บทจะเปิดโอกาสครับ แต่เนื่องจากตัวหนังมันไม่มีอะไร ก็เลยทำให้พวกเขาไม่ได้ทำอะไรกันมากนัก

ข้อดีอย่างยิ่งของหนังเรื่องนี้คือภาพสวยครับ อันนี้สวยจริงงามจริงชนิดที่หากท่านเป็นคอหนังภาพธรรมชาติสวยๆ ล่ะก็ ไม่อยากให้พลาดเลยครับ โดยหนังไปถ่ายทำกันที่ไอซ์แลนด์ครับ มีธรรมชาติสวยๆ ภูเขางามๆ รวมถึงตึกรามบ้านช่องที่เหมาะแก่การเดินเที่ยวเป็นอย่างยิ่ง

อันนี้ก็ต้องขอบคุณเทคโนโลยีการถ่ายภาพสมัยใหม่ที่ถ่ายออกมาได้คมชัดยิ่ง กับฝีมือตากล้อง Joe Lindsay ที่จับภาพออกมาได้จับใจคนรักหนังภาพธรรมชาติสวยๆ (อย่างผม) ได้อย่างพอดิบพอดี

สำหรับผมแล้วน่ะนะครับ พอดูไปพักหนึ่งเริ่มปรับใจไม่คาดหวังแล้วว่าเรื่องมันจะไปทางไหนต่อ แต่หันมาเพลิดเพลินกับบรรยากาศดีๆ ที่ปรากฏในแต่ละช่วง ว่าง่ายๆ คือตอนต้นดูหนังไซไฟ แต่ซักกลางๆ ชักเหมือนดูสารคดีนำเที่ยว เสพภาพสวยงามอย่างเดียว ไม่สนเนื้อเรื่องเลย (555)

พอดูไปถึงตอนท้ายก็เกิดคำถามเหมือนกันน่ะนะครับ ว่าถ้าเป็นเราบ้างน่ะมันจะเป็นยังไง ถ้าเราต้องเป็นคนกลุ่มสุดท้ายที่อยู่ในโลกใบนี้ แม้ว่ามันจะสวยงามแค่ไหน แต่เราจะยังอภิรมย์กับมันได้สักกี่มากน้อย เราจะทำใจได้ไหม เราจะสติแตกขึ้นมาไหม

จริงๆ ถ้ามนุษย์เกิดมาเพียงลำพัง อยู่เพียงคนเดียวแต่ต้น มันก็อาจไม่ยากที่จะดำเนินชีวิตต่อด้วยตัวคนเดียว แต่พอเราโตมากับสังคม อยู่กับคนอื่นๆ มานานแล้ว เราจะปรับตัวอย่างไรยามที่โลกไร้ผู้คน… โดยธรรมชาติเราคงอยู่ได้ แต่ความรู้สึกนี่แหละที่จะทำให้เราอยู่อย่างโดดเดี่ยวบนโลกไม่ได้ง่ายๆ

โดยรวมหน้าหนังมันน่าสนใจครับ แต่การนำเสนอยังไม่มีโฟกัสที่ชัดสักเท่าไร แต่ก็อย่างที่บอกครับว่าถ้าอยากดูหนังภาพธรรมชาติสวยๆ ล่ะก็ เรื่องนี้ผมว่าได้เลยล่ะครับ เอามาเสพภาพงามๆ ของประเทศไอซ์แลนด์กันได้ตามสะดวกครับ

ดาวครึ่งครับ

Star12

(5/10)

 

Advertisements