รีวิวหนัง/ภาพยนตร์

Catch Me If You Can (1989)

MV5BNzEzNzViZGYtYzZmZi00NTczLThmY2EtMGI5MGYyNzM1M2Y3XkEyXkFqcGdeQXVyNzMzMjU5NDY@._V1_

คนละเรื่องกับที่ Steven Spielberg ทำนะครับ แต่นี่เป็นหนังตลกวัยรุ่นที่เขียนบทและกำกับโดย Stephen Sommers ที่่ต่อมาก็สร้างชื่อไปจาก The Mummy ทั้ง 2 ภาคนั่นเอง

หนังเล่าถึงโรงเรียนแห่งหนึ่งที่อนาคตกำลังแขวนอยู่บนเส้นด้ายครับ เพราะหากไม่สามารถหาเงินมาจ่ายเพื่อรักษาโรงเรียนไว้ได้ล่ะก็ เทอมปัจจุบัน (ในหนัง) ก็จะเป็นเทอมสุดท้ายไปโดยปริยาย แม้ประธานนักเรียนอย่างเมลิสซ่า (Loryn Locklin) จะพยายามสุดพิกัดแล้วก็ตาม แต่เหมือนจะไม่มีความหวัง คนในโรงเรียนก็ไม่ค่อยจะช่วยกันสักเท่าไรด้วย

จนกระทั่งนักเรียนนอกแถวอย่างดีแลน (Matt Lattanzi) เสนอทางหาเงินด้วยการพนันแข่งรถซิ่งครับ แล้วนั่นก็นำมาสู่เรื่องวุ่นๆ ตามสูตรของหนังวัยรุ่น

หนังเข้าท่ามากกว่าที่ผมคิดแฮะ ตอนแรกก็คิดว่าเป็นหนังธรรมดามีมุขตลกประปราย มีเรื่องรักๆ สไตล์วัยรุ่น แต่ตัวเนื้อหาจะโฟกัสไปที่เมลิสซ่า ประธานนักเรียนที่พยายามสู้เพื่อรักษาโรงเรียนน่ะครับ ยอมรับว่า Locklin แสดงได้ดีจริงๆ ท่าทางเวลามุ่งมั่นเด็ดเดี่ยวหรือตอนเสียใจเมื่อทำพลาดก็ถึงอารมณ์ ไม่แปลกใจที่จะทำให้นักเรียนนอกแถว (แต่เป็นพระเอก) อย่างดีแลนจะยอมช่วยเธอแบบเต็มพิกัด

แล้วยังได้ดาราสมทบอย่าง Geoffrey Lewis ในบท มิสเตอร์จอห์นสัน ครูใหญ่ และ M. Emmet Walsh ในบท จอห์นนี่ ฟัตมัน เจ้าพ่อประจำเมือง และ Grant Heslov ดาราประกอบหน้าคุ้นมาเป็นเนวิลล์ คนที่คอยช่วยนางเอก

หนังสอนอะไรหลายอย่างครับ โดยเฉพาะเรื่องการร่วมแรงร่วมใจกัน เพราะในเรื่องนี่เมลิสซ่าวิ่งสู้ฟัดเพื่อช่วยโรงเรียนตลอด ในขณะที่นักเรียนคนอื่นก็มัวแต่สนุก เฮ้ว เล่นไปวันๆ และพากันคิดว่า “มันไม่ใช่เรื่องของฉันสักหน่อย ปล่อยให้ประธานนักเรียนทำไปก็แล้วกัน” แล้วมิหนำซ้ำบางคนยังรุมด่าว่าเมลิสซ่าอีกตอนเธอทำพลาด หนังเลยนำมาซึ่งฉากดีๆ ตอนกลางเรื่องเมื่อนักเรียนทุกคนหันมาให้กำลังใจเธอ และเริ่มสนใจที่จะช่วยเหลือโรงเรียน

ผมชอบประโยคที่เพื่อนนักเรียนพูดกับเมลิสซ่าในตอนนั้นมากครับ เขาบอกว่า “พวกเรารู้ในทุกสิ่งที่เธอทำนะ และขณะเดียวกันก็รู้ในสิ่งที่พวกเราทำ… นั่นคือ พวกเราไม่ได้ทำอะไรเพื่อช่วยเธอเลยยังไงล่ะ” เรียกว่าสำนึกกันในนาทีเกือบจะสุดท้าย แต่เป็นการสำนึกที่มีความหมายเอามากๆ ครับ

แล้วตอนท้ายก็ทำได้ลุ้นพอตัวครับ เมื่อแผนกู้โรงเรียนต้องดำเนินไป 3 แผนพร้อมๆ กัน แม้โดยรวมๆ อาจยังสามารถทำให้ลุ้นได้อีก แต่เท่าที่เป็นอยู่ก็พอไหวน่ะครับ

ผมว่าพล็อตนี้น่าเอาไปรีเมคอีกสักรอบนะครับ หาพระเอกที่แบดบอยหน่อยๆ (แต่มีแววตาอบอุ่นซ่อนอยู่ภายใน) กับนางเอกที่ดูเนิร์ดๆ ใสๆ เป็นผู้นำ แต่เวลาแต่งสวยแล้วขึ้นน่ะ แล้วหาดาราสมทบแบบขโมยซีนมาร่วมกันเยอะๆ จากนั้นก็เกลาบทให้เหมาะ ผมเชื่อว่าหนังดังและหนังดีได้เลยล่ะครับเพราะทำให้มีทั้งสาระ ตลก และโรแมนติกได้แบบครบ

หนังออกมาโอเคครับ แม้จะไม่สุดยอดแต่ผมชอบในแนวคิดและองค์ประกอบต่างๆ เพียงแค่คนทำยังเขย่าออกมาได้ไม่กลมกล่อมเต็มร้อยเท่านั้นเอง

สองดาวกว่าๆ ใกล้ครึ่งครับ

Star21

(6.5/10)

Advertisements