รีวิวหนัง/ภาพยนตร์

Without a Clue (1988) เชอร์ล็อค โฮล์มส์ ภาคหมอวัตสันยอดนักสืบ

without-a-clue-movie-poster-1988-1020205180

มาพบกับอีกหนึ่งโฮล์มส์เวอร์ชั่นนอกตำรับนะครับ

ที่ว่านอกตำรับก็เพราะงานนี้พระเอกผู้ไขคดีไม่ใช่เชอร์ล็อค โฮล์มส์ แต่เป็น ดร. จอห์น วัตสันต่างหาก!

มือเขียนบท Gary Murphy และ Larry Strawther พยายามสร้างความแปลกใหม่ครับ โดยจับเอาเรื่องของโฮล์มส์มายำเสียใหม่ ปรากฏว่าในเรื่องนี้ หมอวัตสัน (Ben Kingsley) เป็นพระเอกครับ เป็นนักสืบตัวจริงที่ไขคดีต่างๆ ส่วนเชอร์ล็อค โฮล์มส์นั้นเป็นเพียงตัวละครในนิยายที่เขาอุปโลกน์ขึ้นมา

แต่ทีนี้เขียนไปเขียนมา เชอร์ล็อค โฮล์มส์ดันดังครับ และชาวบ้านก็เชื่อว่าโฮล์มส์มีตัวตนจริงๆ จนหมอวัตสันต้องยอมตามน้ำเพื่อทำให้นิยายตัวเองมีชื่อเสียงยิ่งขึ้น เลยไปจ้างชายหน้าตาดีแต่ขี้เมามาเป็นเชอร์ล็อค โฮล์มส์ (Michael Caine) ออกหน้าเวลาที่ใครๆ ตามเขาไปสืบคดีแทน

แล้วก็มีคดีใหญ่เกิดขึ้น เมื่อมีคนขโมยแท่นพิมพ์ธนบัตร 5 ปอนด์ของอังกฤษไป จึงเป็นหน้าที่ของโฮล์มส์ (ปลอมๆ) กับหมอวัตสัน (นักสืบตัวจริง) ต้องร่วมกันไขคดี และเผด็จศึกศัตรูตัวฉกาจอย่าง ศาสตราจารย์เจมส์ มอริอาตี้ (Paul Freeman) ให้จงได้

ดูจากแนวเรื่องแล้ว จริงๆ มันน่าจะสนุกนะครับ แต่พอดูแล้วก็รู้สึกว่า… อืมม์… อยู่ในระดับเรื่อยๆ เท่านั้นเอง

ถ้าถามว่าสนุกไหมก็ต้องขอบอกเลยว่าพลังดาราช่วยหนังไว้ได้เยอะมาก เพราะด้วยบทก็ไม่ได้มีอะไรซับซ้อนหรือดึงดูด มุขตลกก็ไม่มาก ตัวหนังนี่ถือว่าไม่ได้มีอะไรพิเศษเลยครับ แต่ดารานี่แหละครับที่ยอมแสดงบทฮาๆ เพี้ยนๆ กันแบบคุ้มค่าตัว ทั้ง Caine และ Kingsley มาร่วมด้วยช่วยกันสร้างสีสันให้หนังเต็มที่เลยล่ะครับ

จึงออกจะเป็นอะไรที่ผิดคาดนิดๆ ที่หนังออกมาธรรมดาเกินคาด ยิ่งผมเอามาดูหลังจากดู The Private Life of Sherlock Holmes ไปแล้วด้วย ยิ่งอดเปรียบเทียบไม่ได้เลยครับ เพราะเรื่องนั้นทั้งดารา เนื้อหา และบทสนทนามันฮาเนียนไปได้เรื่อยๆ แต่กับเรื่องนี้นี่ ถ้าไม่ได้ดาราลายครามมาสร้างความสนุก สงสัยหนังคงจะรสชาติธรรมดากว่านี้เยอะเลยทีเดียว

… จะว่าไปตอนนี้ผมก็ไม่รู้จะพูดอะไรเกี่ยวกับหนังอีกเหมือนกันแฮะ…

… มันค่อนข้างเรื่อยๆ ครับ มันดูได้ พอเพลินน่ะแหละครับ แต่ก็ไม่ได้เด็ดขาดอะไรนัก จุดดีที่ยกให้เลยคือดารานำที่แสดงได้ถึงทั้งบทตลกและดราม่า โดยเฉพาะลีลาขี้เมาของ Caine กับลีลารำคาญนายโฮล์มส์ตัวปลอมของ Kingsley ก็ทำให้หนังมีสีสันขึ้นเยอะแล้วล่ะครับ

จุดดีถัดมาก็คือบรรยากาศงดงามในชนบทของอังกฤษที่หนังถ่ายมาให้ได้ดูกัน แล้วก็มีดนตรีเพราะๆ ของ Henry Mancini มาช่วยเพิ่มอารมณ์สุนทรีย์ให้หนังอีกหน่อย…

… ประมาณนี้แหละครับที่ประคองหนังให้พอจะโอเคขึ้นบ้าง แล้วก็ตอนท้ายช่วงที่โฮล์มส์ต้องลุยพวกมอริอาตี้ ตรงนี้ค่อยสนุกขึ้นมาหน่อย

เอาเป็นว่าถ้าชอบลุง Caine กับ Kingsley ก็ดูได้ครับ แต่ถ้าหวังอะไรมากกว่านั้น อาจต้องเผื่อใจไว้สักกะนิด

สองดาวกว่าๆ ครับ

Star21

(6.5/10)

Advertisements