เจ้าหน้าที่เอฟบีไอ โธมัส แม็คเคลเวย์ (Aaron Eckhart) ต้องตามรอยฆาตกรต่อเนื่องสุดลึกลับที่ดูเหมือนจะมีพฤติกรรมที่ต่างจากฆาตกรต่อเนื่องรายอื่น ๆและที่สำคัญกว่านั้นคือ ฆาตกรรายนี้ดูเหมือนจะรู้จักโธมัสด้วยครับ
เจ้าหน้าที่เอฟบีไอ โธมัส แม็คเคลเวย์ (Aaron Eckhart) ต้องตามรอยฆาตกรต่อเนื่องสุดลึกลับที่ดูเหมือนจะมีพฤติกรรมที่ต่างจากฆาตกรต่อเนื่องรายอื่น ๆและที่สำคัญกว่านั้นคือ ฆาตกรรายนี้ดูเหมือนจะรู้จักโธมัสด้วยครับ
2 ตำรวจศาล เท็ดดี้ แดเนียลส์ (Leonardo DiCaprio) และชัค (Mark Ruffalo) ถูกส่งไปยังโรงพยาบาลจิตเวชแอชคลีฟบนเกาะชัตเตอร์ เพื่อตามหาผู้ป่วยหญิงที่หายไปอย่างลึกลับ แต่กลายเป็นว่าที่นั่นยังมีความลับอื่นๆ รอให้เท็ดดี้ไล่ล่าหาคำตอบด้วย
อาจารย์พิตฆะ (Mike Myers) กูรูนักนำทางชีวิตต้องมาเจอกับภารกิจสำคัญ นั่นคือการทำให้นักฮ็อคกี้ตัวเต็งกับคนรักได้กลับมาคืนดีกัน ไม่เช่นนั้นผู้จัดการทีมอย่างเจน (Jessica Alba) ต้องตกที่นั่งลำบากแน่นอน
ตอนดูหนังเรื่องนี้จบอารมณ์มันเหมือนเดจาวูครับ มันเหมือนผมเคยรู้สึกแบบนี้มาก่อนแฮะ…
ผมดูหนังเรื่องนี้ตอนบ่ายวันอาทิตย์ครับ ประมาณว่าหลังกินข้าวกลางวันเสร็จแล้วมันอยากดูหนังที่เบาๆ เรื่อยๆ ไม่ต้องเร่งเร้าหรือตื่นเต้นอะไร ก็เลยเลือกเรื่องนี้มาดู แล้วก็สมประสงค์กันไปครับ
เรื่องนี้กะดูเอามันส์ แล้วก็ตามนั้นครับ ถือว่าพอได้อยู่
Night at the Museum: Secret of the Tomb ทำให้นึกถึงเกมลุยด่านของเครื่อง Famicom สมัยก่อนน่ะครับ
ดูรอบแรกชอบยังไง ดูรอบใหม่ก็ยังคงชอบยังงั้น กับหนังเรื่องนี้ครับ Lucky Number Slevin
Dragonheart 3: The Sorcerer’s Curse ภาคต่อแบบส่งตรงลงแผ่นของหนังในความทรงจำอีกเรื่องของผม
Exodus: Gods and Kings มาพร้อมงานฉากที่อลังการ แม้หลายส่วนจะดูออกว่าเป็น CG แต่ก็ยังดูยิ่งใหญ่ครับ พวกฉากภูเขาหรือทุ่งโล่งก็ถ่ายออกมาคมชัดจับตายิ่ง