รีวิวหนัง/ภาพยนตร์

12 Feet Deep (2016)

22050140_1782360748461385_5305718053690166976_n

ดูชื่อเรื่องบวกกับพล็อตแล้วทำให้นึกถึง 47 Meters Down ขึ้นมาเลยครับ และจะว่าไปเนื้อเรื่องก็คล้ายกัน คือว่าด้วยพี่น้อง 2 สาวที่ไปติดอยู่ใต้น้ำ เพียงแต่เรื่องนี้เหตุการณ์ที่สระว่ายน้ำครับ

บรี (Nora-Jane Noone) และ จอนนา (Alexandra Park) นัดกันมาว่ายน้ำครับ หลังจากว่ายเสร็จก็เตรียมกลับ ก็พอดีสระว่ายน้ำกำลังจะปิดพอดี แต่แล้วก็เกิดเหตุไม่คาดฝันเมื่อแหวนของบรีดันตกไปติดอยู่ในฝาท่อในสระ

พวกเธอก็เลยรีบกระโจนลงไปเอาแหวนขึ้นมาครับ แต่ผู้ดูแลสระ (Tobin Bell) ไม่รู้ว่าพวกเธออยู่ใต้น้ำ เลยจัดการปิดคลุมสระ แล้วก็หันหลังกลับบ้านไป ส่งผลให้สองสาวต้องติดอยู่ใต้ที่คลุมสระนั่น

เหตุการณ์หลังจากนั้นก็เป็นการบอกเล่าครับว่าพวกเธอต้องเจอกับอะไรบ้าง และจะหาทางหนีออกไปจากที่แห่งนี้ได้อย่างไร ท่ามกลางสภาพร่างกายที่อ่อนล้าลงทุกขณะ (เพราะต้องอยู่ในน้ำตลอด)

ดูแบบไม่คิดมากก็โอเคครับ คือมันอาจจะไม่ได้เจ๋งแจ๋วอะไรมาก แต่ก็ดูได้เรื่อยๆ หากมองกันในแง่ว่านี่เป็นหนังที่สร้างสำหรับฉายทีวี-ฉายอินเตอร์เน็ตแล้ว ก็ถือว่าทำออกมาได้น่าพอใจครับ อาจมีช่วงน่าเบื่อบ้าง แต่ก็พอทำเนา

แน่นอนว่าหนังเรื่องนี้ไม่ใช่หนังที่ห้ามพลาดครับ เหมาะสำหรับคนที่อ่านพล็อตแล้วสนใจ ก็ลองดูได้ แบบไม่ต้องคาดหวังน่ะนะครับ เพราะหากยิ่งคาดหวังมากเท่าไรก็น่าจะสนุกกับหนังน้อยลงเท่านั้น

สำหรับผม หนังดูได้เรื่อยๆ ครับ อาจมีช่วงให้ลุ้นบ้างแต่ก็ไม่เยอะ เพราะว่าตามจริงเหตุมันเกิดในสระ มันเลยไม่ได้มีเงื่อนไขความลุ้นมากเท่ากับในทะเลที่อาจมีฉลามมางาบได้ทุกเมื่อ และบอกก่อนครับว่าหนังเรื่องนี้ไม่มีตัวประหลาดออกมาทั้งสิ้น มันคือเรื่องของคนล้วนๆ

อุปสรรคที่ 2 สาวต้องเผชิญนอกจากการติดอยู่ในสระแล้วก็มีอย่างอื่นด้วยครับ ซึ่งผมคงไม่บอกเพราะอาจเป็นการสปอยล์สำหรับบางท่าน แต่เอาเป็นว่า “อุปสรรค” ที่พวกเธอเจอตอนกลางเรื่องนั้น มันทำให้ผมเกิดอารมณ์ 2 แบบ

แบบแรกคือแอบหงุดหงิดครับ (555) แต่อีกอารมณ์ก็คือ หนังสามารถสอดแทรกประเด็นดราม่าลงไปในหนังได้ เปิดโอกาสให้ตัวละครได้แสดงตัวตน ได้แสดงความในใจอะไรบางอย่างออกมาได้ ทำให้เราสัมผัสน่ะครับว่า “คนมันก็มีทั้งมุมมืดและมุมสว่างนั่นแหละ” และบางครั้งการใช้ชีวิตอยู่ในโลกนานๆ ก็ทำให้เราเกิดมุมมืดในใจมากขึ้นเรื่อยๆ

หนังเรื่องนี้มอบสาระสำคัญอย่างเช่น หากคุณจะลงเล่นน้ำ กรุณาอย่าใส่เครื่องประดับครับ เพราะเรื่องที่เกิดนี่เพราะเครื่องประดับล้วนๆ เลยนะ และสาระต่อมาคือ เวลาจะไปไหนให้บอกใครสักคนไว้เสมอ ว่าเราจะไปที่นี่ที่นั่น เผื่อเกิดเรื่องอะไรจะได้มีคนมาตามหาเราได้

ทีนี้มีอีกประเด็นที่ผมว่าสำคัญไม่แพ้กัน คือหนังประกาศตัวว่าได้แรงบันดาลใจจากเหตุการณ์จริง (Inspire By True Events) แต่ไม่ได้ใช้คำว่า สร้างจากเรื่องจริง (Based on True Story) นั่นก็เพราะมันไม่ได้สร้างจากเรื่องจริงครับ แต่มันสร้างจาก “เหตุการณ์ที่อาจเกิดขึ้นได้จริง”

นึกออกไหมครับ คือคนเรามีโอกาสติดอยู่ในลิฟต์ มีโอกาสโดนขังอยู่ใต้สระน้ำ มีโอกาสท้องเสียตอนอยู่นอกบ้าน ฯลฯ เรื่องพวกนี้มันเกิดขึ้นได้จริง… นั่นแหละครับที่สิ่งที่คนทำหมายถึง คือเขาสร้างขึ้นโดยได้แรงบันดาลใจจาก “เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นจริงได้” แต่ที่เราเห็นในหนังน่ะไม่ได้อิงจากเหตุการณ์จริงครับ

บางทีเรื่องจริงที่อยู่เบื้องหลังหนังก็สนุกไม่แพ้กันนะเนี่ย (555)

เรื่อยๆ แบบไม่ถึงสองดาวครับ

Star12

(5/10)

 

 

Advertisements