รีวิวหนัง/ภาพยนตร์

What Lies Beneath (2000) ว็อท ไลส์ บีนีธ ซ่อนอะไรใต้ความหลอน

What

ผมทึ่งพอสมควรตอนรู้ว่านี่คืองานกำกับคั่นเวลาของ Robert Zemeckis

ตอนนั้น Zemeckis กำลังอยู่ในช่วงพักกองถ่าย Cast Away รอให้ Tom Hanks นักแสดงนำในเรื่องนั้นลดน้ำหนักตัวเองแล้วก็ไว้หนวดเคราเพื่อให้เข้ากับบทบาทคนติดเกาะ พอพักปุ๊บเดินกล้องถ่ายทำ What Lies Beneath ต่อทันที การเตรียมงานก็เป็นไปอย่างรวดเร็วครับ เพราะนักแสดงนำใน WLB นั้น Zemeckis วางตัวไว้แล้วว่าต้องให้ Harrison Ford และ Michelle Pfeiffer มารับบทคู่สามีภรรยา นอร์แมนกับแคลร์ สเปนเซอร์ ก็พอดีครับว่าสองคนตอบตกลง

ส่วนตัวหนังเองก็ออกมาในแนวลึกลับซ่อนเงื่อนสไตล์ Alfred Hitchcock ราชาหนังเขย่าขวัญ เนื้อเรื่องมันก็จะประมาณว่าตัวเอกเข้าไปพัวพันหรือรู้เรื่องลึกลับบางอย่าง แล้วหนังก็จะค่อยๆ เปิดเผยปม ระหว่างนั้นก็เสิร์ฟความระทึกลงไปเป็นพักๆ ทำให้คนดูไม่แน่ใจว่าเกิดอะไรขึ้น และยังสร้างอารมณ์หวาดระแวงให้คนดูอีกต่างหาก

แม้แต่พระเอกหรือนางเอก ลองว่าเป็นหนังของ Hitchcock ล่ะก็ อย่าเพิ่งวางใจว่าพวกเขาจะเป็นอย่างที่คุณคิด!

ด้วยลีลาแบบนี้แหละครับทำให้หนังของ Hitchcock ระทึกและสร้างความตื่นเต้นได้ตลอด เป็นเอกลักษณ์ที่นักสร้างหนังเดินตามรอยมาจนปัจจุบัน ซึ่ง Zemeckis เองก็เจตนาทำออกมาเคารพ Hitchcock นั่นเอง

ครึ่งแรกนั้น หนังจะมีกลิ่นอาย Rear Window เมื่อแคลร์ (Pfeiffer) ภรรยาของ นอร์แมน (Ford) ต้องเฝ้าบ้านอยู่ลำพังเนื่องจากลูกของเธอก็ไปเรียนต่างเมือง ส่วนสามีก็ต้องทำงานอยู่ที่แล็ป

อยู่มาวันหนึ่งระหว่างการทำงานและพักผ่อนอยู่ในบ้าน เธอก็ได้ยินสามีภรรยาข้างบ้านทะเลาะกันอย่างรุนแรง ตัวคนเป็นภรรยานั้นก็ออกอาการกลัวอย่างลนลาน ราวกับสามีทำร้ายทุบตีเธอ เหตุการณ์นั้นทำให้แคลร์สงสัยและติดตามความเป็นไปของคนข้างบ้านทุกวันๆ

แล้วไม่กี่วันจากนั้น… ภรรยาเหมือนจะหายตัวไปอย่างไร้ร่องรอย แคลร์จึงสงสัยว่าสามี (James Remar) ลงมือฆ่าภรรยาไปแล้วหรือเปล่า… ยังไม่พอครับ เพราะในบ้านของเธอเองก็เริ่มเกิดเรื่องประหลาด เหมือนมีวิญญาณพยายามสื่อสารบางสิ่งกับเธอ

แน่นอนครับ เธอบอกสามีเขาก็ไม่เชื่อ บอกใครก็หาว่าเธอผิดปกติ อยู่บ้านคนเดียวจนเพ้อ… แล้วเธอเพ้อจริงหรือไม่… นี่แหละครับปมที่ชวนติดตาม

ตัวหนังนั้นถือว่าระทึกใช้ได้ครับ ต้องยอมรับว่าบางจังหวะอาจจะอืดบ้าง แต่ถ้าดูโดยรวมๆ หนังก็ขยันเสิร์ฟความตื่นเต้นมาให้ผู้ชมตลอด บรรยากาศลึกลับชวนผวาก็มีมาเรื่อยๆ ผมก็ชอบล่ะครับ แม้บางฉากบางตอนจะดูจงใจและประดิษฐ์อยู่ แต่เป็นการประดิษฐ์ที่ออกรสใช้ได้ หลายฉากเล่นเอาเหวอไปเลยครับ อย่างฉากตรงอ่างน้ำนั่นหรือตอนที่แคลร์ไปแอบฟังคู่สามีภรรยาข้างบ้านตีกัน มีดีกรีความกดดันในปริมาณที่พอเหมาะทีเดียว ไหนจะฉากตรงทะเลสาบหลังบ้านแล้วก็ฉากใต้น้ำอีก ทำได้สวยแบบแฝงความลึกลับจริงๆ ครับ

What002

อันนี้ก็ขอชม Zemeckis เลยล่ะครับ เห็นแกทำแต่หนังแนวแฟนตาซี (Back to the Future และ Who Fremed Roger Rabbit) หรือไม่ก็หนังชีวิตเด็ดๆ อย่าง Forrest Gump แล้วก็ Cast Away พอลองมาจับแนวระทึก แม้จะไม่ได้เด็ดสุดยอดแต่ก็นับว่าสอบผ่าน น่าพอใจ ไม่ผิดหวัง

การตามปมก็น่าติดตาม หนังมีการหลอกล่อคนให้สงสัยว่า เอ ผัวเมียข้างบ้านนั้นมีเรื่องกันจริงหรือไม่ และในบ้านของแคลร์มีผีจริงๆ หรือเปล่า พลิกไปพลิกมา ตอนเฉลยแม้จะไม่เกินคาด แต่ก็ยังคุมระดับความระทึกได้อย่างดี

และที่ต้องปรบมือคือนักแสดงครับ Ford และ Pfeiffer มืออาชีพทั้งคู่ แสดงได้ลื่นมาก รายแรกช่วงต้นๆ ก็เรื่อยไม่มีบทบาทนัก พอมาตอนท้ายนี่แหละครับ เล่นได้เหลือร้ายมาก ส่วนรายหลังก็ดีเสมอต้นเสมอปลาย เด่นตลอด และแม้เวลาจะผ่านไปแค่ไหนเธอก็ยังเซ็กซี่ไม่เสื่อมคลาย สองคนนี้เป็นตัวเลือกที่เหมาะจริงๆ

สำหรับความอืดในช่วงต้นนั้นก็ต้องทำใจเล็กน้อยครับ ที่มันต้องมีจังหวะเอื่อยๆ ก็เพื่อถ่ายทอดความรู้สึกของแคลร์ที่อยู่บ้านไปวันๆ จนอดไม่ได้ที่จะเบื่อแล้วก็อยากสอดรู้สอดเห็นคนข้างบ้าน นอกจากนี้ความเบื่อและการอยู่เพียงลำพังเป็นเวลานานๆ ก็อาจส่งผลต่อสภาพจิตใจของแคลร์ได้ครับ

ดูแล้วก็ชวนให้เข้าใจชีวิตแม่บ้านนะครับ บางทีเราก็มีคำถามว่าพวกคุณเธอนั่งดูหนังน้ำเน่าประเภทตำนานรักดอกเหมยหรือละครช่อง 7 ที่เอามาฉายซ้ำได้ยังไง หนังก็เนื้อหาเดิมๆ ชิงรักหักสวาท นางร้ายเสียงแจ๋นๆ หลายคนไม่ชอบ บ้างก็รับไม่ได้ แต่พวกเธอดูมันก็เพราะไม่มีอะไรทำนี่ครับ อยู่เรื่อยๆ ไปวันๆ มีหนังดูก็ยังดีกว่าไม่มีอะไรเลย แก้เบื่อได้ หรือแม่บ้านบางคนก็จับกลุ่มเม้าท์กับเพื่อนบ้าน ก็เกิดจากการไม่มีอะไรทำนี่แหละครับ

นี่ยังคิดอยู่เลย ถ้าแคลร์มาอยู่ในไทย เธออาจนั่งจับกลุ่มเม้าท์หรือไม่ก็เล่นไพ่ก็ได้

อีกเรื่องหนึ่งที่ผมมาทราบเอาตอนหลังคือ หนังเขียนบทโดย Sarah Kernochan และ Clark Gregg ครับ ชื่อคนหลังนี่คุ้นๆ ไหมครับ? เขาคือคนที่แสดงเป็นเจ้าหน้าที่ฟิล โคลสันแห่งหน่วย S.H.I.E.L.D. ในจักรวาล Marvel นั่นเองครับ ซึ่งเรื่องนี้เขาคิดเรื่องและช่วยเกลาบทอีกด้วยครับ

เอาล่ะครับ ผมชอบน่ะนะครับ หนังน่าติดตามกำลังดี ยิ่งนี่เป็นงานคั่นเวลาของ Zemeckis ก็ให้รู้สึกทึ่งเหมือนกัน เพราะหนังออกมาโอเค สอบผ่านทีเดียวสำหรับแนวระทึก หลอนพอประมาณ แล้วยังได้ดนตรีประกอบเยี่ยมๆ จาก Alan Silvestri คู่บุญของ Zemeckis มาอีก จังหวะหลอนกึ่งๆ แนว Psycho เลยครับ ช่วยเพิ่มความน่ากลัวได้เยอะเลยล่ะ

สองดาวครึ่งครับ

Star22

(7/10)

Advertisements