Action

Cybertech P.D. (1995)

51BlC7HMCYL

มานึกถึงตอนนี้ผมก็ขำนะ ผมมักบ่นๆ บ่อยๆ ว่าดูหนังเห่ยๆ แบบย้อมแมวมาเยอะ ประเภทที่หนังมันสำหรับลง VDO แต่พอมาบ้านเราดันมีบริษัทหัวเสโฆษณาซะเข้าใจว่านี่ต้องเป็นหนังใหญ่แน่ และพอดูปุ๊บก็นิ่งทุกรอบ บางทีก็เสียดายตังค์ แต่ที่ฮาคือแม้จะเจอแบบนั้นตลอด แต่ผมก็ยังอุตส่าห์ไม่จำ ดูหนังจำพวกนี้อยู่ได้

กับเรื่องนี้ (ที่มีอีกชื่อหนึ่งว่า Terminal Justice) ก็เป็นหนึ่งในหนังเกรดบีนับพันๆ เรื่องที่ผมดูแหละครับ เมื่อก่อนมองแยกแยะไม่ออก แต่มาหลังๆ หากมีชื่อพี่ Lorenzo Lamas โผล่มาล่ะก็ขอให้วางใจได้ครับ แมร่งเกรดบีชัวร์ ส่วนมากหนังก็จะมีองค์ประกอบคือพี่แกต้องเป็นพระเอกครับ เป็นตำรวจบ้าง อดีตตำรวจบ้าง หรือไม่บางทีก็เป็นคนธรรมดาแต่ต้องเก่งครับ มีฝีมือและต้องมารับมือกับผู้ร้าย

สำหรับเรื่องนี้ Lamas เป็นจ่าบ็อบบี้ เชส ตำรวจที่ตามสืบคดีฆาตกรรมแห่งโลกอนาคต คือพื้นหลังในเรื่องมันจะเป็นอนาคตที่มีการโคลนนิ่งหญิงมาทำธุรกิจขายบริการน่ะนึกออกมั้ยครับ (ช่างคิดเรื่องจริงๆ ให้ตายเถอะ) และเกิดมีหญิงบริการนางหนึ่งถูกสังหาร พี่บ็อบบี้เลยต้องตามหาฆาตกร แล้วก็ได้ไปเจอกับ พาเมล่า เทรวิส (Kari Wuhrer) หญิงต้นแบบของโคลนนิ่งที่โดนฆ่านั้น แล้วพวกเขาก็ต้องพบกับความลับของเหล่าร้ายที่มีแผนการชั่วๆ ตามสูตรน่ะแหละครับ

โคลนนิ่งหญิงมาใช้ขายบริการ เออ ช่างคิดกันจริงๆ ผมว่าบางทีการดูหนังเกรดบีแม้จะไม่ได้ความสนุกเร้าใจเท่าใดก็ตาม แต่เราได้อะไรไปคิดนะ อย่างเรื่องที่ว่านี่ก็มองได้เหมือนกันครับว่าโลกเราเรื่องเพศหรือเรื่องอะไรมันเป็นเรื่องหนึ่งจริงๆ ที่อยู่ในสังคมเรา แม้จะพยายามปกปิดหรืออะไร แต่เอาเข้าจริงๆ มันก็แฝงแทรกแซงอยู่ทั่วทุกหัวระแหง

เมื่อมันเป็นอย่างนี้แล้วมันก็น่าคิดล่ะครับ ว่าการพยายามปิดหูปิดตาไม่ให้เด็กรู้เนี่ยมันถูกทางหรือเปล่า

อะไรจะดีกว่ากันระหว่างปิดหูปิดตาเด็ก กับสอนให้เด็กมีอาวุธทางความคิดติดตัว เพื่อใช้ป้องกันไม่ให้ลุ่มหลงกับเรื่องเพศพวกนี้

โอ้ มาเป็นวิชาการเว้ยเฮ้ยอันนี้

แต่ก็น่าคิดจริงๆ ครับ บ้านเรายิ่งปิดแต่ก็กลายเป็นว่าปัญหายิ่งเพิ่มเติมมากขึ้นเรื่อยๆ แสดงว่าการปิดเนี่ยมันออกจะเป็นการแก้ที่ปลายเหตุเกินไปหน่อยหรือเปล่า มันจะดีหรือไม่หากเราจะพยายามหาทางแก้ปญหานี้ให้จริงจังและได้ผลมากขึ้น

… นี่ดูท่าผมจะติดลมการปฏิวัติมาล่ะมั้งเนี่ย 5555 ก็ไม่ต้องเครียดนะครับ แค่คิดได้พอดีน่ะ เพราะประเด็นในหนังมันเกี่ยวนะ เรื่องเพศเรื่องการขายบริการเนี่ย

อีกจุดที่ผมอยากจะบอกคือ หนังมันมีหนุกไม่หนุก แต่ไม่มีเรื่องไหนนะครับ ไม่มีเลยที่จะไร้สาระ ไม่เว้นแม้แต่หนังติดเรตหรือหนังทำนองนั้นก็ตาม แม้หนังจะไม่ได้สื่อเราก็สามารถคิดจากมันได้ เหมือนบางคนมองหญ้าที่พริ้วตามลมอย่างเงี้ย หญ้ามันไม่ได้ตั้งใจจะสื่อกับเรา แต่เราหากลองคิดใคร่ครวญกับภาพนั้นก็อาจจะได้แนวคิดว่า หญ้ามันยังรู้จักลู่ตามลมเลยเน้อะ จะแข็งเกินไปทำไมล่ะ

อย่างที่เคยบอกครับ สาระที่จะได้ นอกจากตัวหนังเองแล้ว มันอยู่ที่ตัวเราด้วย ไม่ได้ก็ไม่เป็นไรครับ ท่านไม่ได้เสียหายอะไร แต่หากได้ท่านก็กำไร

มาหากำไรทางสมองกันดีกว่านะครับ

… มันเกี่ยวกับหนังตรงไหนหว่า มาเรื่องหนังนะครับ ถ้าพูดถึงตัวหนังล่ะ ไม่มีอะไรมันส์ครับ อืดชืด เรื่องราวเดาได้ แอ๊คชั่นไม่มันส์อะไร และท่านที่คาดหวังฉากทำนองนั้นล่ะผิดหวังได้เลยครับไม่มีหรอก

นักแสดงก็เรื่อยๆ อันนี้ก็แปลกดีนะ แม้หนังจะเห่ย แต่ถ้าเป็นหนังจาก Hollywood ล่ะก็ ดารามักไหลนะ ไม่แข็ง อย่าง Lamas ก็ดูลื่นไหล มีความเป็นพระเอกและอารมณ์ขันพอเหมาะ(คือถ้าเทียบกับพี่แอนดี้บ้านเราล่ะ บ้านเขาชนะขาดลิ่วเลยล่ะครับ) ส่วน Wuhrer ก็สวยเซ็กซี่มาเป็นปีเป็นชาติแล้ว นอกจากนี้ยังมีดาราเก๋าที่หายห่วงเรื่องฝีมืออย่าง Chris Sarandon กับ Peter Coyote เล่นดีไม่มีปัญหา แต่บทหนังมันอืดเอื่อยน่ะครับ ซึ่งก็เป็นสามัญอยุ่แล้ว เกรดบีนี่หน่า

สรุปว่าเป็นอีกเรื่องที่ไม่ได้สนุกครับ ไม่จำเป็นต้องดูก็ได้

แต่อย่าลืมหาสาระจากชีวิตทางบ้างเป็นครั้งคราวนะครับผม

ดาวนึงเถอะ

Star11

(4/10)

Advertisements