Action

Rambo: First Blood Part II (1985) แรมโบ้ นักรบเดนตาย ภาค 2

maxresdefault

Rambo: First Blood Part II เล่าเรื่องต่อจากคราวก่อน หลังจากจอห์น แรมโบ้ (Sylvester Stallone) ระเบิดเมืองซะย่อยยับ เขาก็โดนจับเข้าเรือนจำ แต่แล้วผู้พันทรอทแมน (Richard Crenna) ก็ได้มาหาเขาถึงเพื่อยื่นข้อเสนอให้ ว่าหากแรมโบ้รับงานภาคสนามในเวียดนาม เขาอาจได้รับการอภัยโทษ

แล้วแรมโบ้ก็รับงานนี้ครับ เขาเดินทางไปยังเวียดนามเพื่อเสาะหาร่องรอยตัวประกันที่ยังตกค้าง ตอนแรกดูเหมือนทุกอย่างจะไปได้ดี แต่ทว่าเขากลับถูกปล่อยเกาะ งานนี้พี่แกเลยต้องงัดกลยุทธบู๊เฉพาะตัวมาเอาตัวรอดอีกครั้ง และงานนี้ไม่ใช่แค่รบกับพวกนายอำเภอไม่กี่คน แต่ศัตรูที่ต้องรับมือคือทหารทั้งกองพัน

แล้วความมันส์ก็บังเกิด

หนังภาคนี้ยิงกันระเบิด ไล่ล่ากันแบบเต็มพิกัด โม้สะบั้นหั่นแหลก ซึ่งก็ไม่น่าแปลกใจเพราะบทได้พี่ James Cameron มาร่วมสังฆกรรมด้วย ซึ่งว่ากันว่าพวกฉากแอ๊คชั่นถึงใจพระเดชพระคุณทั้งหลายนั่นก็มาจากฝีมือของ Cameron นี่แหละ

เป็นตอนต่อที่น่าพอใจเลยล่ะครับ เพราะยังคงความเป็นแรมโบ้จากภาคแรกเอาไว้ได้ นั่นคือการซุ่มโจมตี ย่องฆ่าซ่อนเชือด แต่ส่วนที่เสริมเข้ามาคือฉากการต่อสู้ทั้งแบบประชิดและแบบยิงระเบิดกัน เรียกได้ว่าวายวอดกว่าภาคก่อนเยอะ เพียงแต่หากว่ากันถึงในแง่ความลงตัวแล้ว ภาคก่อนจะถือว่าลงตัวและสดกว่าครับ

พี่สไลแกดูไปได้ดีกับบทแรมโบ้นะครับ ในแง่การแสดงถือว่าเรื่อยๆ แต่ที่น่าจดจำจริงๆ คือการบู๊แบบลุยดะ และการระเบิดอารมณ์ออกมาเป็นอะไรมันส์ๆ ซึ่งเขาก็ทุ่มเทกับบทนี้มากเลยครับ ก่อนถ่ายทำนั้นเขาฟิตตัวเองวันละ 4 ชั่วโมงติดต่อกันเป็นเวลา 8 เดือน พร้อมทั้งเข้าฝึกกับหน่วยสวาท เข้าคอร์สยิงธนู และคอร์สเอาตัวรอดในป่าต่างๆ ด้วย

ส่วน Crenna ก็ดูนิ่งๆ พร้อมบารมีเหมือนเดิม สิ่งที่น่าชื่นชมคือแววตาท่าทางของเขาที่บ่งบอกเสมอว่าเขามั่นใจในแรมโบ้เพียงใด และคนที่ออกจะเป็นสีสันก็คือ Charles Napier กับบท มาร์แชลล์ เมอร์ด็อก ผู้นำปฏิบัติการนี้ พี่แกก็ดูเป็นพวกเจ้าหน้าที่เห็นแก่ตัวได้ดีครับ ถ้าพูดถึงดีกรีความน่าหมั่นไส้นี่เรียกว่าไม่น้อยหน้าทีเซลจากภาคก่อนเลย และตัว Napier ก็ออกมาเล่าในภายหลังครับ ว่าเขามักจะเจอคนเดินเข้ามาแล้วบอกว่า “ผม/ฉันเกลียดคุณมากเลย ตอนดู Rambo น่ะ”

แล้วก็ยังมี Steven Berkoff ตัวร้ายจากหนัง 007 ตอน Octopussy ก็มารับบทคล้ายๆ กันครับ เป็นผู้พันโพดอฟสกี้ นายทหารโซเวียตที่เข้ามาแทรกแซงเวียดนาม แล้วก็มาตีกับแรมโบ้ในตอนท้าย ซึ่งในตอนแรกคนทีได้รับการเซ็นต์สัญญาเพื่อจะมารับบทนี้ก็คือ Dolph Lundgren ครับ แต่พอพี่สไลทราบว่า Lundgren กำลังจะรับบทเป็นคู่ปรับของเขาใน Rocky IV สัญญาก็เลยถูกยกเลิกไป

อีกหนึ่งตัวละครที่จัดว่าน่าจดจำก็คือ โค ที่แสดงโดย Julia Nickson ยอมรับเลยครับว่าเธอสวยและน่ารักมากๆ และผู้กำกับหนังภาคนี้อย่าง George P. Cosmatos ยังออกมาบอกว่าเธอคือหนึ่งในจุดเด่นของหนังภาคนี้ และทำให้ภาคนี้มีอารมณ์อันหลากหลายกว่าภาคอื่นๆ

Rambo First Blood Part II (1985)

จะว่าไปภาคนี้ไม่ใช่แค่มันส์เท่านั้นนะครับ หนังยังแทรกประเด็นการเมืองเอาไว้ด้วย อย่างเนื้เรื่องเกี่ยวกับแรมโบ้โดนส่งเข้าไปในเวียดนาม เพื่อทำภารกิจ แต่แล้วกลับถูกปล่อยเกาะตัดการช่วยเหลือ ตรงนี้ดูไปแล้วเหมือนเหตุการณ์ตอนสงครามเวียดนามไม่มีผิดครับ ที่นายทหารมากมายโดนส่งไปตาย แต่พอถึงตอนที่พวกเขาต้องการความช่วยเหลือ ทางการอเมริกาดันทำเป็นไม่รู้ไม่ชี้ปล่อยให้เขาตายกัน – และกล่าวกันว่า ณ เวลาที่หนังออกฉายนั้น ยังมีทหารอเมริกันกว่า 2,500 นายที่ยังติดอยู่ในเวียดนาม ไม่สามารถกลับมาอเมริกาได้

หนังเรื่องนี้ก็เหมือนเป็นการด่าอเมริกากลายๆ น่ะครับ ซึ่งพี่สไลก็กำหนดให้แรมโบ้ไม่ยอมแพ้และทำการโต้ตอบทั้งต่อฝ่ายเวียดนามและฝ่ายเขาเอง

ตอนจบที่แรมโบ้แบกเอาปืนกลไปกราดยิงห้องทำงานของเมอร์ด็อกนั่นเป็นเหมือนการระบายแค้นครับ เมอร์ด็อกก็เหมือนตัวแทนพวกทหารชั้นสูงหรือพวกนักการเมือง ส่วนแรมโบ้ก็เป็นตัวแทนนายทหารที่ออกรบ ฉากที่ว่านี่ถือว่าสะใจไม่ใช่น้อย

แต่ขณะเดียวกันประเด็นทางการเมืองเหล่านั้นก็ทำให้เกิดการถกเถียงในวงสังคมไม่น้อยครับ เพราะต่างคนก็ต่างมุมคิด จนพอมีการพูดถึงมากๆ เข้า พี่ Cameron แกก็ออกมาพูดเหมือนกันครับ แต่พูดในลักษณะว่าแกไม่ได้เขียนนะ แกกระหน่ำเฉพาะในส่วนแอคชั่น แต่คนที่ใส่ประเด็นทางการเมืองลงไปก็คือพี่สไลของเรานี่แหละ

นี่เป็นสิ่งหนึ่งที่ทำให้ผมรู้สึกว่าพี่สไลแกก็เจ๋งพอตัวครับ มีฝีมือในการเขียนบทไม่ใช่ย่อย ดูจาก Rocky แล้วก็ตามมาเรื่องนี้ ดูเผินๆ เหมือนจะเป็นหนังแอคชั่นที่ดูเอามันส์เป็นหลัก แต่จริงๆ ก็แฝงอะไรน่าพูดถึงหลายอย่างไว้ด้วย

และแม้หนังจะมีการวิพากษ์การเมืองเอาไว้ แต่คนหนึ่งที่ออกตัวเลยว่าเป็นแฟนพันธุ์แท้ของหนังเรื่องนี้ก็คืออดีตประธานาธิบดี Ronald Reagan ครับ

แล้วก็มีเกร็ดอีกนิดหน่อยเกี่ยวกับการเขียนบทครับ นั่นคือบทที่ James Cameron เขียนตอนแรกเริ่มนั้น แรมโบ้จะมีตัวละครคู่หูคู่ฮามาประกบด้วย ว่ากันว่าคนที่จะมาแสดงก็คือ John Travolta ครับ แต่พี่สไลของเราอยากให้แรมโบ้ลุยเดี่ยวเป็นหลักมากกว่า และเขายังมองว่าตัวละครที่จะมาเป็นคู่หูคู่ฮานั้นมักจะได้โอกาสในการพูดบทพูดเจ๋งๆ เท่ห์ๆ อันเป็นการขโมยความเด่นและบทพูดดีๆ ไปจากตัวหลัก ผลสุดท้ายบทคู่หูของแรมโบ้เลยถูกตัดออกไปครับ

ทั้งบู๊มันส์ระเบิด ทั้งมีอะไรแฝง ไม่น่าแปลกใจครับที่หนังมันจะโกยเงินไปกว่า $150 ล้าน มากกว่าภาคแรกตั้งหลายเท่า ซึ่งส่วนหนึ่งที่หนังโกยกระหน่ำก็อาจจะมาจากการที่หนังเปิดตัวกว่า 2,000 โรงด้วยล่ะมั้งครับ และนี่ถือเป็นหนังเรื่องแรกในอเมริกาครับ ที่มีการเปิดตัวมากกว่า 2,000 โรง – ส่วนรายได้ทั่วโลกก็ราว $300 ล้านครับ จากทุนประมาณ $44 ล้าน

เอาเป็นว่าภาคนี้มันส์มากครับ โลเคชั่นก็สวยดีด้วย การเดินเรื่องอาจมีอืดบ้างเล็กน้อยในช่วงครึ่งแรก แต่หนังก็แค่ 94 นาทีครับ ดูเพลินๆ ได้เลย อีกอย่างที่อยากพูดถึงคือเพลงปิดเรื่องครับ คือเพลงชื่อ Peace in Our Life ร้องโดย Frank Stallone น้องชายของพี่สไลนั่นเอง ก็ถือเป็นเพลงที่เพราะในระดับหนึ่ง และมีความหมายที่ดีครับ

สองดาวครึ่งพร้อมกับความมันส์ครับ

Star22

(7/10)

ใส่ความเห็น

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out /  เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out /  เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out /  เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s

This site uses Akismet to reduce spam. Learn how your comment data is processed.