ป้ายกำกับ: Netflix

The Babysitter (2017) เดอะ เบบี้ซิตเตอร์

หนังเรื่องนี้ดูเพลินเกินคาดครับ ตอนแรกนึกว่าจะทำออกมาฝืดๆ เรื่อยๆ แต่ไปๆ มาๆ หนังทำได้อร่อยพอตัว มีครบเครื่องทั้งความฮาแบบดาร์กๆ และความโหดแบบเลือดสาดขาดกระจาย

You Get Me (2017) ยู เก็ต มี

เมื่อนึกย้อนไป ผมจดจำ Bella Thorne ได้แบบแม่นๆ เลยคือตอนที่เธอเล่นเป็นลูกสาวของ Adam Sandler ใน Blended ครับ ซึ่งครั้งนั้นเธอฉายเสน่ห์และความน่ารักได้อย่างเยอะจนผมเชื่อว่าหนุ่มๆ หลายคนก็น่าจะจำเธอได้เหมือนกัน

True Memoirs of an International Assassin (2016) บันทึกป่วน นักฆ่ากำมะลอ

แนวคิดเรื่องนี้น่าสนใจครับ พี่ Kevin James (Paul Blart: Mall Cop) มารับบท แซม ลาร์สัน นักเขียนที่สร้างผลงานแนวแอ็กชันสายลับออกมา แต่เอเยนต์ของเขาดันไปโฆษณาว่ามันคือเรื่องจริง

Into the Inferno (2016) สู่ไฟนรกโลกันตร์

สารคดีของ Werner Herzog คนทำหนังสารคดีระดับตำนานอีกคนของวงการครับ และครั้งนี้เขามาจับประเด็นเกี่ยวกับเรื่องของภูเขาไฟ นำมาถ่ายทอดให้หลายๆ แง่มุม

Tallulah (2016) ทาลูลาห์

ผมชอบคำโปรยบนโปสเตอร์ของหนังเรื่องนี้มากๆ ครับ “Life can be a Real Mother” ถือเป็นคำที่สรุปสาระสำคัญของหนังได้อย่างครบถ้วนทีเดียวครับ “ชีวิต อาจเป็นแม่จริงๆ ของเราก็ได้” ^_^

Naked (2017)

ไอเดียของหนังเรื่องนี้มันทำให้นึกถึงมุกขำๆ เกี่ยวกับความฝันที่คนฝรั่งชอบเล่ากันน่ะครับ ประมาณว่า “ฉันฝันว่าฉันไปโรงเรียน แล้วจู่ๆ เสื้อผ้าก็หายไป” หรือ “ฉันฝันว่าไปงานแต่งงาน แต่ฉันดันโป๊อยู่” เป็นต้น

Clinical (2017) คลินิคอล

ระหว่างดูหนังเรื่องนี้ผมก็คิดอะไรได้ขึ้นมาอย่างหนึ่งครับ นั่นคือผมรู้สึกว่าหนังสมัยใหม่หลายเรื่องมีจุดอ่อนคล้ายๆ กัน นั่นคือในส่วนของการเล่าเรื่องให้มันชวนติดตาม

Little Evil (2017) ลิตเติ้ล อีวิล

ผมมองหนังเรื่องนี้ใน 2 มุมครับ มุมแรกคือมองในเชิงหนังตลกล้อเลียน ซึ่งดูก็รู้ครับว่าหนังจงใจทำออกมาล้อ The Omen แหงมๆ ส่วนอีกมุมก็คือมุมสาระที่ชวนให้สะกิดใจสำหรับคนเป็นพ่อเป็นแม่ (ทั้งพ่อแม่แท้และพ่อแม่เลี้ยงน่ะครับ)

Blue Jay (2016) บลูเจย์

ดูไปดูมาหนังเรื่องนี้ทำเอาผมน้ำตาไหลครับ ไม่นึกเหมือนกันว่ามันจะทำให้เราน้ำตาหยดได้ คือไม่ถึงกับไหลพรากๆ น่ะนะครับ แต่มันเหมือนเราอินอยู่ลึกๆ แล้วพอถึงนาทีตอนท้ายๆ ที่ตัวละครเริ่มน้ำตาไหล เราก็ไหลไปกับพวกเขาด้วย

The Ridiculous 6 (2015) 6 โคบาลบ้า ซ่าระห่ำเมือง

เรื่องนี้ผมตื่นเต้นมากตอนได้ยินข่าวว่าจะทำน่ะนะครับ เพราะในที่สุด Adam Sandler กับ Rob Schneider โคจรมาเจอกันอีกครั้ง หลังจากที่ไม่ได้ร่วมงานกันมาตั้ง 5 ปี (จนถึงกับมีข่าวลือว่าพวกเขามีปัญหากันน่ะครับ)