เท่าที่รับรู้มา ดูเหมือนหนังเรื่องนี้จะโดนสับเป็นบะช่อพอสมควรเลยครับ (555) ในขณะที่ผมนั้นดูแล้วก็รู้สึกว่าดูได้เพลินๆ ไม่ได้ผิดหวังอะไรนัก ส่วนหนึ่งก็อาจเพราะไม่ค่อยหวังอยู่แล้ว บวกกับสไตล์ของหนังที่ออกมาใกล้ๆ กับที่กะไว้ตั้งแต่ตอนดูตัวอย่าง
เท่าที่รับรู้มา ดูเหมือนหนังเรื่องนี้จะโดนสับเป็นบะช่อพอสมควรเลยครับ (555) ในขณะที่ผมนั้นดูแล้วก็รู้สึกว่าดูได้เพลินๆ ไม่ได้ผิดหวังอะไรนัก ส่วนหนึ่งก็อาจเพราะไม่ค่อยหวังอยู่แล้ว บวกกับสไตล์ของหนังที่ออกมาใกล้ๆ กับที่กะไว้ตั้งแต่ตอนดูตัวอย่าง
เท่าที่เห็นตอนนี้ คะแนนนิยมของซีรี่ส์นี้ถือว่าไม่เลวครับ เหมือนจะมีคนโดนใจอยู่ไม่น้อย แต่ผมเองนั้นต้องขอสารภาพเลยครับว่า ดูแล้วก็โอเค ชอบในระดับหนึ่ง แต่ไม่ได้ชอบมากเท่ากับ DareDevil หรือ Jessica Jones
ยังจำเกม “แส้” ได้ไหมครับ ^_^ คนรุ่นใหม่อาจจะงงว่ามันคือเกมอะไร แต่หากใครอายุ 30 อัพและเป็นเนิร์ดเกมแฟมิคอมล่ะก็ คงจำกันได้ว่ายุคหนึ่งเราเคยเรียกเกม Castlevania กันว่า “เกมแส้”
ภาคต่อของ Crouching Tiger, Hidden Dragon ที่หนนี้ทำลง Netflix ครับ และคนมารับหน้าที่กำกับก็คือหยวนหวู่ปิง ผู้กำกับคิวบู๊ระดับตำนานที่อยู่เบื้องหลังหนังอย่าง The Matrix, Kill Bill และ Kung Fu Hustle รวมถึงหนังบู๊ฮ่องกงอีกเพียบ
มาแล้วครับ Death Note เวอร์ชั่นอเมริกัน ซึ่งผมก็ยอมรับว่าตอนดูตัวอย่างมันยังรู้สึกไม่โดนสักเท่าไร ส่วนจะ “ใช่” แบบต้นฉบับหรือไม่นั้นผมคงไม่สามารถตอบได้เพราะไม่เคยอ่านฉบับการ์ตูนเลย รู้แค่ว่าชอบหนังมากๆ (2 ภาคแรกน่ะนะครับ)
หนังเรื่องนี้ดูเพลินเกินคาดครับ ตอนแรกนึกว่าจะทำออกมาฝืดๆ เรื่อยๆ แต่ไปๆ มาๆ หนังทำได้อร่อยพอตัว มีครบเครื่องทั้งความฮาแบบดาร์กๆ และความโหดแบบเลือดสาดขาดกระจาย
เมื่อนึกย้อนไป ผมจดจำ Bella Thorne ได้แบบแม่นๆ เลยคือตอนที่เธอเล่นเป็นลูกสาวของ Adam Sandler ใน Blended ครับ ซึ่งครั้งนั้นเธอฉายเสน่ห์และความน่ารักได้อย่างเยอะจนผมเชื่อว่าหนุ่มๆ หลายคนก็น่าจะจำเธอได้เหมือนกัน
แนวคิดเรื่องนี้น่าสนใจครับ พี่ Kevin James (Paul Blart: Mall Cop) มารับบท แซม ลาร์สัน นักเขียนที่สร้างผลงานแนวแอ็กชันสายลับออกมา แต่เอเยนต์ของเขาดันไปโฆษณาว่ามันคือเรื่องจริง
สารคดีของ Werner Herzog คนทำหนังสารคดีระดับตำนานอีกคนของวงการครับ และครั้งนี้เขามาจับประเด็นเกี่ยวกับเรื่องของภูเขาไฟ นำมาถ่ายทอดให้หลายๆ แง่มุม
ผมชอบคำโปรยบนโปสเตอร์ของหนังเรื่องนี้มากๆ ครับ “Life can be a Real Mother” ถือเป็นคำที่สรุปสาระสำคัญของหนังได้อย่างครบถ้วนทีเดียวครับ “ชีวิต อาจเป็นแม่จริงๆ ของเราก็ได้” ^_^