ปีแรกก็เข้มข้นจนคนพากันจดจำและชื่นชอบ มาปีนี้ความเข้มข้นก็ยังมีพอกันครับ การเดินเรื่องยังคงมั่นกับสไตล์เป็นสายแข็ง (นั่นคือไม่ได้หวือหวาหรือไม่มีสีสันเท่าซีรี่ส์ของฟาก DC)
ปีแรกก็เข้มข้นจนคนพากันจดจำและชื่นชอบ มาปีนี้ความเข้มข้นก็ยังมีพอกันครับ การเดินเรื่องยังคงมั่นกับสไตล์เป็นสายแข็ง (นั่นคือไม่ได้หวือหวาหรือไม่มีสีสันเท่าซีรี่ส์ของฟาก DC)
ตอนแรกผมนึกว่าตัวเองจะเฉยๆ กับ He’s All That นะครับ เพราะตอนดูตัวอย่างก็ไม่ได้อยากดูอะไรมากมาย แต่ไปๆ มาๆ ผมกลับรู้สึกโอเคแฮะ ซึ่งก็แน่นอนว่าผมยังชอบ She’s All That มากกว่าอยู่ครับ แต่ถ้ามองในแง่หนังวัยรุ่นโรแมนติกเบาสมองสักเรื่องหนึ่งแล้ว เรื่องนี้ก็ไม่เลวนะครับ ดูได้เพลินๆ ดี
ผจญภัยกันต่อเป็นคำรบ 2 ครับ กับ The Christmas Chronicles Part Two ที่เคต (Darby Camp) ตัวเอกจากภาคแรกกลับมาผจญภัยเพื่อกอบกู้วันคริสต์มาสอีกครั้ง
เป็นหนังคริสต์มาสอีกเรื่องที่ผมเอามาดูซ้ำหลายรอบอยู่ครับ เพราะหนังมันครบเครื่องสำหรับหนังผจญภัยวันคริสต์มาสต์แบบกำลังดี
หนังโรแมนติกอารมณ์ดีโดยมีบรรยากาศคริสต์มาสเป็นฉากหลัง แบบที่ Netflix ขยันทำออกมาต่อเนื่องหลายปีแล้วครับ (ซึ่งก็ถือว่าเดินตามรอย Hallmark มาอีกทีหนึ่ง)
Red Notice นี่ดูได้เพลินๆ เลยครับ สนุกแบบไม่ต้องคำนึงถึงหลักการและเหตุผล ผมนี่หัวโล่งทั้งก่อนและหลังดูครับ (ก่อนดูไม่คิดมาก หลังดูไม่คิดเยอะ) ใครอยากผ่อนคลายสบายใจล่ะก็ขอแนะนำเรื่องนี้เลยครับ เพลินดีจริง
Army of Thieves นี่ผมจัดว่าชอบพอสมควรเลยครับ เป็นหนังโจรกรรมที่ทำออกมาได้คล่องคอ แม้จะไม่ถึงกับสุดยอดสุดโคตร แต่ผมว่าตัวหนังออกมาตอบโจทย์ความบันเทิงได้แบบกำลังดีครับ
ซีรี่ส์ Daredevil ปีแรก มาพร้อมความเข้มข้นครับ จริงๆ เนื้อเรื่องมาทางเดียวกับ Arrow นั่นคือผู้กล้าคนหนึ่งยืนหยัดซัดกับคนชั่วในเงามืด แต่สิ่งที่ต่างกันอย่างแรงคือ Arrow ทำออกมาเน้นบันเทิง ส่วน Daredevil จะจริงจังกว่า
แล้วก็มาถึงบทสรุปแห่งไตรภาค Fear Street ครับ หนนี้หนังจะพาเราไปพบกับบทเริ่มต้นแห่งคำสาปที่สร้างความสยองให้กับเมืองเชดดี้ไซด์มานานหลายร้อยปี และเรื่องราวของซาร่าห์ เฟียร์ที่เปิดปมไว้ตั้งแต่ภาคแรก ก็จะมากระจ่างเอาภาคนี้ครับ
ภาคแรกถือว่าน่าพอใจครับสำหรับหนังสยองแนวไล่เชือดบวกด้วยเรื่องเหนือธรรมชาติ ครั้นมาภาคสองนี่บอกได้เลยว่าถึงรสยิ่งกว่าภาคก่อน ความน่าติดตามและตื่นเต้นรวมถึงความสยองนี่ถือว่าน่าพอใจเอามากๆ เลยล่ะครับ