ถือเป็นซีรี่ส์แนวดราม่าที่เข้มข้นพอดูครับสำหรับ The Crown ที่จับเอาเหตุการณ์ตอนขึ้นครองราชย์ของสมเด็จพระราชินีนาถเอลิซาเบธที่ 2 แห่งสหราชอาณาจักรมาผูกเป็นเรื่องราว โดยอิงจากเหตุการณ์จริงบางส่วน แล้วก็มีการแต่งเติมบ้างในบางส่วนเพื่อเพิ่มอรรถรส
ถือเป็นซีรี่ส์แนวดราม่าที่เข้มข้นพอดูครับสำหรับ The Crown ที่จับเอาเหตุการณ์ตอนขึ้นครองราชย์ของสมเด็จพระราชินีนาถเอลิซาเบธที่ 2 แห่งสหราชอาณาจักรมาผูกเป็นเรื่องราว โดยอิงจากเหตุการณ์จริงบางส่วน แล้วก็มีการแต่งเติมบ้างในบางส่วนเพื่อเพิ่มอรรถรส
สิ่งแรกที่ต้องบอกก่อนคือ The Killer ไม่ใช่หนังแอ็คชั่นครับ แม้ตัวเอกจะเป็นนักฆ่าแต่ก็ไม่ได้รัวกระสุนไม่ยั้งแบบ John Wick ตัวหนังนั้นจะออกแนวชีวิตผสมกับระทึกขวัญที่บอกเล่าชีวิตช่วงหนึ่งของนักฆ่าคนหนึ่งครับ
ผมเว้นช่วงในการดูหนังรักโรแมนติกไปนานพอดูครับ เหมือนถึงจุดอิ่มตัวในช่วงหนึ่งเลยมีการพัก แล้วก็ปล่อยให้หนังรักหลายเรื่องผ่านตาไป กะไว้ว่าถ้าเกิดอารมณ์อยากดูเมื่อไรแล้ว ก็ค่อยคว้ามาดู และ Love Is in the Air ถือเป็นเรื่องแรกครับ ผลก็คือดูแล้วแฮ้ปปี้ใช้ได้เลยทีเดียว
ปีต่อมาที่บอกได้เลยว่าสนุกมากขึ้นกว่าปีแรก ซึ่งก็ถือว่าสมเหตุผลครับ เพราะปีแรกถือเป็นปีปูพื้น เป็นการแนะนำตัวละครและแนะนำแผนภูมิความสัมพันธ์เป็นหลัก จึงไม่แปลกหากในแง่เนื้อเรื่องจะยังไม่มีอะไรมาก
ซีรี่ส์เรื่องนี้ดูเพลินเลยครับ มันกลมกล่อม อร่อย ดาราเล่นดี บรรยากาศพอเหมาะ เป็นส่วนผสมที่พอดีคำระหว่างหนังสะท้อนความจริงเรื่องชีวิตกับอารมณ์ขันเจ็บๆ คันๆ ที่ชวนให้เราตั้งคำถามถึงเรื่อง “ความสัมพันธ์” ในมิติต่างๆ ของมนุษย์ จนผมนิยามเลยว่าเป็น “ซีรี่ส์ชีวิตผสมตลกที่เปี่ยมวุฒิภาวะ” ครับ
The Conference หนังเชือดเลือดสาดจากสวีเดนครับ ซึ่งก็จัดว่าดูได้เรื่อยๆ ไม่ถึงขั้นเยี่ยมแต่ก็ไม่ได้ย่ำแย่อะไร
Spy Kids: Armageddon ถือว่าไม่เลวครับ มีจุดที่เข้าท่าและยังโอได้อีกผสมๆ กันไป ถ้าให้เรียงตามความชอบแล้ว ภาคนี้ยังสู้ 2 ภาคแรกไม่ได้ แต่ก็ถือว่าน้องๆ ภาค 3 และเข้าท่ากว่าภาค 4 ครับ
พอดูหนังที่สร้างโดย Netflix บ่อยๆ มันก็ทำให้จับทางได้น่ะครับว่าหนังของที่นี่มันน่าจะประมาณนี้แหละ โทนแบบนี้ สเกลประมาณนี้ อย่างหนังแอ็คชั่นมันก็จะใหญ่ประมาณหนึ่ง ความลุ้นก็ประมาณหนึ่ง แต่มันจะไม่ถึงกับบิ๊กเบิ้มอลังการแบบหนังเข้าโรง เรียกว่ามันจะมีเพดานของมันอยู่
The Out-Laws เป็นหนังที่ตรงตามที่กะไว้ในหลายจุดครับ ไม่ว่าจะความสนุกที่อาจไม่ได้เยอะแยะอะไร คือดูเอาฮาเอาเพลินเป็นหลัก ไม่ต้องคาดหวังเนื้อหาแน่นๆ เลย รวมถึงต้องเผื่อใจกับจุดโหว่ต่างๆ ด้วย และอีกอย่างที่ตรงตามที่กะคือ Nina Dobrev ต้องมีบทไม่เยอะแหงมๆ แล้วก็เป็นไปตามนั้นครับ
Along for the Ride นี่มันหนังสำหรับผมชัดๆ ครับ หนังแนว Coming of Age ที่มีตัวละครหลักไปใช้ชีวิตอยู่ในสถานที่ใหม่ๆ แล้วก็พบกับอีกหนึ่งตัวละครที่ชอบทำตัวลึกลับน่าค้นหา แล้วพวกเขาก็พูดคุยกัน สานสัมพันธไมตรีต่อกัน อันนำมาสู่การเรียนรู้อะไรหลายๆ อย่างที่จะเปลี่ยนชีวิตพวกเขาไปตลอดกาล