รีวิวหนัง/ภาพยนตร์

The Ridiculous 6 (2015) 6 โคบาลบ้า ซ่าระห่ำเมือง

20637938_1725853707445423_1284979470209699173_n

เรื่องนี้ผมตื่นเต้นมากตอนได้ยินข่าวว่าจะทำน่ะนะครับ เพราะในที่สุด Adam Sandler กับ Rob Schneider โคจรมาเจอกันอีกครั้ง หลังจากที่ไม่ได้ร่วมงานกันมาตั้ง 5 ปี (จนถึงกับมีข่าวลือว่าพวกเขามีปัญหากันน่ะครับ)

พล็อตก็คือการล้อ The Magnificent Seven นั่นแหละ โดยตัวเอกก็คือเหล่าคาวบอยนอกแถวที่มารวมตัวกัน นำโดย ทอมมี่ (Adam Sandler) ยอดฝีมือคนหนึ่งในยุทธจักรคาวบอย (ลองดูในเรื่องครับ แล้วจะพอเข้าใจว่าทำไมผมใช้คำนี้)

พูดแบบไม่อ้อมค้อมคือหนังดูได้เรื่อยๆ แต่ไม่มีอะไรมากครับ คือโดยหลักแล้วหนังทำออกมาล้อหนังคาวบอย มีพล็อตหลักคือการตามหาพ่อของทอมมี่ โดยที่ตัวละครอื่นๆ ในกลุ่ม Ridiculous 6 ก็เป็นลูกต่างแม่ของทอมมี่ทั้งสิ้น (ก็ดูบ้าดีครับ)

ก็ทำให้ตระหนักเลยว่าหนังคาวบอยนี่เป็นหนังปราบเซียนจริงๆ ไม่ว่าจะทำเป็นแนวจริงจังหรือเป็นแนวตลกโปกฮาก็เถอะ แต่หากมือไม่ถึง คุมไม่แม่นล่ะก็ การจะทำมันให้ออกมาสนุกน่ะไม่ใช่เรื่องง่ายเลยจริงๆ

ในแง่งานสร้างไม่มีปัญหานะ แต่การเดินเรื่องมันไม่ถึงกับลื่นเท่าไร มีจุดอืดจุดเบื่อ หรือจุดที่ไม่รู้ว่าจะใส่ลงมาทำไมแทรกเป็นพักๆ ทำให้หนังยาวประมาณ 2 ชั่วโมง ซึ่งก็ไม่แปลกล่ะครับหากจะเกิดอารมณืเนือยหรือแอบเบื่อขึ้น

แต่พลังสำคัญที่ยังทำให้หนังดูได้เพลินๆ ก็คือทีมนักแสดงที่ขนกันมาเพียบ เรียกว่ายกจักรวาลหนังของ Adam Sandler มาไว้ในนี้เลยครับ ดาราหน้าคุ้นเพียบ ไม่ว่าจะ Jon Lovitz, Steve Buscemi, John Turturro และ David Spade

ไหนจะดารารุ่นใหญ่อย่าง Harvey Keitel, Nick Nolte และ Danny Trejo รวมถึง Taylor Lautner, Terry Crews, Steve Zahn และ Jorge Garcia เรียกว่าถ้ามองเฉพาะดารานะ หนังเรื่องนี้มีพลังดึงดูดสูงมากครับ

แต่ก็อย่างที่บอกว่าตัวหนังมันไม่มีอะไรเท่าไรครับ มุกก็มีขำบ้างแป้กบ้าง เนื้อเรื่องก็ไม่ได้ชวนให้ติดตามปมสักเท่าไร หรือในแง่แอ็กชันก็ไม่ได้มีอะไรสดใหม่ โดยรวมแล้วหนังมันไปไม่สุดสักทา่งน่ะครับ

หนังแนวคาวบอยนั้น กลิ่นอายของคาวบอยมันต้องมีอะไรมากกว่าแค่ทุ่งโล่งๆ ดินแดงๆ และบอาคารไม้กับบาร์เหล้าน่ะครับ มันต้องมีประเด็นเรื่องความอยุติธรรม การต่อกรกับผู้ร้ายที่กร่างหรือไม่ก็ทรงอิทธิพล และต้องมีปมความขัดแย้งที่เกี่ยวข้องๆ กับเรื่องศักดิ์ศรีหรือความเป็นคน

ซึ่งจะว่าไปหนังก็มีกลิ่นอายเหล่านั้นครับ แต่รสชาติมันไม่สุด ส่วนสำคัญก็เพราะการดำเนินเรื่องระหว่างทางมันไม่มีจุดน่าสนใจพอ แต่จะบอกว่าหนังเน้นแต่ขายขำอย่างเดียวก็คงไม่ได้ เพราะความขำก็ไม่ถึงกับเยอะ และในบางจังหวะก็เหมือนหนังจะพยายามจริงจริงด้วย

จะมีก็แต่การแสดงขำๆ บ้าๆ ของเหล่าดาราเท่านั้นเองที่ทำให้หนังดูโอเคและไม่น่าเบื่อจนเกินไป ดังนั้นสำหรับผมแล้ว ผมค่อนข้างเฉยกับหนังครับ แต่เหมือนกับได้แวะไปเจอเพื่อนเก่าทั้งหลายมารวมญาติกันในเรื่องนี้ จะขำไม่ขำหรือสนุกไม่สนุกก็เรื่องหนึ่ง แต่บางทีแค่เจอดาราหน้าคุ้นมาทำท่าต๊องๆ ก็โอเคแล้ว

ดังนั้นหนังเรื่องนี้เหมาะกับคนที่คุ้นเคยกับหนังของ Adam Sandler น่ะครับ ได้เจอกับเพื่อนร่วมงานเก่าๆ ของเขามาร่วมกันบ้าอีกหน แต่หากอยากได้ความสนุก ผมว่า A Million Ways to Die in the West ล้อได้ฮากว่าและเพลินกว่า (แม้จะไม่ได้เพลินมากสดุๆ ก็เถอะ แต่ก็ถือว่ายังมากกว่าเรื่องนี้ครับ)

ดาวครึ่งครับ

Star12

(5/10)

 

 

Advertisements