พอรู้ครับว่า Robert Eggers เป็นผู้กำกับที่เก่ง เพียงแค่นึกไม่ถึงว่าพี่เขาจะสามารถรีเมค Nosferatu ออกมาได้ถึงเครื่องขนาดนี้
พอรู้ครับว่า Robert Eggers เป็นผู้กำกับที่เก่ง เพียงแค่นึกไม่ถึงว่าพี่เขาจะสามารถรีเมค Nosferatu ออกมาได้ถึงเครื่องขนาดนี้
อีกหนึ่งหนังสยองขวัญระดับตำนานที่คอหนังขนานแท้ไม่ควรพลาดครับ
อีกหนึ่งหนังที่ตอนนี้คงใช้คำว่าคลาสสิคได้แล้วน่ะนะครับ กับการเอาตำนานแดร็กคูล่ามาบอกเล่าอีกครั้ง โดยฝีมือการกำกับของ Francis Ford Coppola แห่งไตรภาค The Godfather
รู้สึกอยู่ลึกๆ ว่าพันธกิจของคนทำหนังเรื่องนี้คือการแสดงให้เราเห็นถึงความชั่วร้ายโหดเหี้ยมของแดร็กคูล่า ประมาณว่าระยะหลังๆ ท่านแดร็กเริ่มถูกทำให้ออกแนวซูเปอร์ฮีโร่มากขึ้นเรื่อยๆ ในขณะที่เรื่องนี้ก็ออกมาย้ำเตือนว่าท่านแดร็กดั้งเดิมน่ะโหดร้ายเหี้ยมลึกนะ อะไรประมาณนั้น
หลักๆ นี่ดูเพราะพี่ Nicolas Cage เลยครับ แต่ขณะเดียวกันก็ไม่คาดหวังมาก ครั้นพอได้ดูก็รู้สึกว่าหนังพอได้ครับ ดูเพลินๆ บันเทิงแบบไม่เลว
The Many Faces of Dracula สารคดีที่บอกเล่าถึงเรื่องของแดร็กคูล่าบนจอภาพยนตร์ครับ ไล่ตั้งแต่ที่มาต้นตำรับสมัยนิยายจากปลายปากกาของ Bram Stoker ที่เป็นผลงานโด่งดังระดับตำนาน แล้วจากนั้นก็มีคนเอามาทำเป็นหนัง เริ่มจากเรื่อง Nosferatu ที่ถือว่าเป็นแดร็กคูล่าแบบไม่เป็นทางการ ก่อนจะมีท่านแดร็กแบบเป็นทางการในปี 1931 ที่สร้างชื่ออย่างมหาศาลให้ Bela Lugosi
ในยุคที่จินตนาการสดใหม่เริ่มเกิดขึ้นยาก ทางออกสำหรับอะไรก็ตามที่ต้องอาศัยจินตนาการ (เช่น ภาพยนตร์) ก็คือการต่อยอดจินตนาการเดิม เติมเต็มส่วนที่ไม่ถูกพูดถึงเอามาขยายความกัน
ชื่อสเปนของหนังเรื่องนี้คือ El gran amor del conde Drácula ก็เป็นหนังสเปนน่ะนะครับ ว่าด้วยเรื่องที่อิงพล็อตมาจาก Dracula นั่นเอง
ถือเป็นหนังแดร็กคูล่าลำดับที่ 9 ในบรรดาหนังชุด Dracula เวอร์ชั่น Hammer Films ซึ่งมีเนื้อหาออกทะเลใช้ได้เลยครับ เรียกว่าเป็นภาคที่ได้รับการกล่าวขวัญมากว่าออกแนวเลอะๆ
ด้วยพล็อตเนี่ย ผมว่าน่าสนใจมากๆ เลยนะครับ… แดร็กคูล่ากับแผนครองโลกทั้งใบ!