จำได้ว่าเห็นหนังสือเรื่องนี้บ่อยมากครับ แต่ก็ไม่เคยได้อ่านสักที แต่ก็คิดว่ามันคงจะสนุกไม่น้อยเพราะเห็นทำออกมาหลายเล่ม และได้ข่าวว่าฮิตเยอะอยู่ อีกอย่างคือดูคาแรคเตอร์กัปตันกางเกงในแล้วมันก็ฮาในตัวอยู่แล้วล่ะครับ
จำได้ว่าเห็นหนังสือเรื่องนี้บ่อยมากครับ แต่ก็ไม่เคยได้อ่านสักที แต่ก็คิดว่ามันคงจะสนุกไม่น้อยเพราะเห็นทำออกมาหลายเล่ม และได้ข่าวว่าฮิตเยอะอยู่ อีกอย่างคือดูคาแรคเตอร์กัปตันกางเกงในแล้วมันก็ฮาในตัวอยู่แล้วล่ะครับ
ผมไตร่ตรองอยู่พักหนึ่งว่าจะเขียนสิ่งที่ผมจะเขียนต่อไปนี้ดีไหม ยอมรับว่ากังวลเหมือนกันครับเวลาจะต้องเขียนความรู้สึกเฉยๆ หรือลบๆ ที่มีต่อหนังสักเรื่อง เพราะบอกตรงๆ ว่าไม่อยากให้สิ่งที่เราเขียนไปกระทบความรู้สึกของใครทั้งนั้น
บอกตรงๆ ว่าพอดูหนังจบ ผมรู้สึกได้เลยว่า “ใจผมมันชำรุด” ครับ เล่นเอานั่งนิ่งที่เก้าอี้ไปพักหนึ่ง ซึ่งทั้งนี้และทั้งนั้นไม่ใช่เพราะหนังไม่ดีนะ จริงๆ ต้องบอกว่ามันดีจนเรารู้สึก Deep และรู้สึก Down ไปกับมันเลยทีเดียว
เป็นหนังที่ดูแล้วอึ้งมากครับ คือจริงๆ อยากดูมาก ครั้นพอได้ยินเสียงลือเสียงเล่าอ้างก็ใจแป้วไปนิดหนึ่ง แต่ก็พยายามไม่คิดมาก เพราะหนังหลายเรื่องที่เขาว่าไม่สนุกแต่เราดูแล้วสนุกก็มีตั้งเยอะแยะไป… แต่ไม่ใช่กับเรื่องนี้ครับ
ดำเนินมาถึงภาคที่ 6 แล้วครับสำหรับเรื่องราวสืบสวนผสมโรแมนติกเบาสมองของ ออโรร่า ทีการ์เดน (Candace Cameron Bure) บรรณารักษ์สาวที่ควบตำแหน่งประธานชมรม Real Murder ที่เหล่านักสืบสมัครเล่นชอบมาจับกลุ่มไขคดีกัน
มาถึงภาคที่ 5 แล้วครับ และภาคที่ 6 กำลังจะตามออกมาในไม่ช้า สำหรับหนังชุดสืบสวนที่ดัดแปลงจากนิยายของ Charlaine Harris (ที่หลายคนอาจคุ้นชื่อ เพราะซีรี่ส์ True Blood ก็ดัดแปลงจากผลงานของเธอเช่นกัน)
ตอนแรกผมนึกว่าเรื่องนี้จะเป็นหนัง Feel Good ดูแล้วยิ้มแย้มเกิดพลัง ครั้นพอดูแล้วมันก็มีส่วนผสมที่ทำให้ยิ้มอยู่เหมือนกันครับ แต่แนวจะหนักไปทางดราม่า สะท้อนความจริงของชีวิตอะไรแบบนั้นมากกว่า
จริงๆ หนังเรื่องนี้มีความน่าสนใจอยู่ไม่น้อยครับ เพียงแต่ความสดใหม่อาจไม่ถึงกับมากมาย ส่วนหนึ่งก็เพราะหนังมาหลัง The Martian ที่ว่าด้วยดาวอังคารเหมือนกัน และธีมเรื่องยังดูใหญ่กว่าด้วย (แม้จะคนละแนวกันก็ตาม)
และนี่คือภาคต่อของ King Arthur นะครับ ไม่น่าเชื่อจริงๆ ว่าจะมีการทำภาคต่อออกมาเร็วขนาดนี้ 555 ที่พูดไปทั้งหมดนั้นพูดเล่นล้วนๆ ครับ นี่ไม่ได้เป็นภาคต่งภาคต่ออะไรหรอก ไม่ได้เกี่ยวกับ King Arthur ของ Guy Ritchie ทั้งสิ้น
ดูจากหน้าหนังอาจทำให้หลายคนคาดหวังว่ามันจะเป็นแนวแอ็กชัน แต่เอาเข้าจริงหนังออกแนวทริลเลอร์เข้มข้นที่มีแอ็กชันแทรกลงมาเป็นส่วนประกอบมากกว่าครับ โดยเรื่องนี้ก็รีเมกมาจากหนังฝรั่งเศส Nuit blanche (Sleepless Night) อีกทีหนึ่ง