เป็นหนังแนวภัยพิบัติอีกเรื่องที่อาจจะไม่โดดเด่นอะไร แต่ก็ดูได้พอเพลิน มีลุ้นมีตื่นเต้น มีตัวละครพร้อมคาแรคเตอร์ประจำตัว มี Special Effect ให้ตื่นตาบ้าง เรียกว่าหนังมีองค์ประกอบครบสูตรครับ
เป็นหนังแนวภัยพิบัติอีกเรื่องที่อาจจะไม่โดดเด่นอะไร แต่ก็ดูได้พอเพลิน มีลุ้นมีตื่นเต้น มีตัวละครพร้อมคาแรคเตอร์ประจำตัว มี Special Effect ให้ตื่นตาบ้าง เรียกว่าหนังมีองค์ประกอบครบสูตรครับ
นานมาแล้วผมเคยรีวิวมินิซีรี่ส์เรื่อง Rose Red ผลงานบทโทรทัศน์ (แต่ไม่ใช่นิยายนะครับ) ของ Stephen King ว่าด้วยคฤหาสน์อาถรรพ์ผีดุที่ชื่อโรสเรด ซึ่งเรื่องนั้นสนุกครับ น่าติดตามมาก
คอหนังแอ็กชันที่เป็นแฟนผลงานของ Bruce Willis ย่อมจำได้ดีว่า Tears of the Sun แท้จริงแล้วคือชื่อตอนสำหรับต่อสร้อยห้อยท้ายหนัง Die Hard ภาค 4 นั่นเอง
จำได้ตอนหนังเรื่องนี้ออกฉาย รายได้เปิดตัวไม่ได้มากมายอะไรนะ แค่ 19 ล้านเหรียญ จนผมคิดว่าหนังคงไปไม่ได้ไกล แต่ไปๆ มาๆ ดันยืนโรงโกยไปถึง 106 ล้านเสียอย่างนั้น ในใจก็เดาว่ามันต้องมีดีบ้างล่ะครับ ถึงทำได้ขนาดนี้ เพราะปกติหนังที่อาศัยคำพูดปากต่อปากจนดันรายได้ให้ถึงร้อยล้านนี่มักเป็นหนังชีวิตหวังออสการ์อะไรโน่น ไม่ค่อยเกิดกับหนังบู๊เท่าไหร่ ก็เลยลองลิ้มดู ปรากฏว่าชอบครับ
ผู้กำกับ John McTiernan เป็นอีกคนที่มีฝีมือนะครับ เพราะผลงานของเขาส่วนมากจะน่าสนใจทั้งสิ้น ตั้งแต่ Die Hard ภาคแรกและภาคสาม, The Hunt for Red October, The Thomas Crown Affair, Predator, The 13th Warrior และ Medicine Man (ละเรื่อง Rollerball ไว้ในฐานที่เข้าใจครับ อันนั้นมือร่วงแบบผิดคาดจริงๆ)
สวาทคือหน่วยพิเศษของกรมตำรวจที่เราได้ยินชื่อกันบ่อยๆ นะครับ หน่วยนี้มีไว้เปรียบเสมือนเป็นอาวุธลับของกรม ไว้คอยรับมือกับสถานการณ์ที่มีความรุนแรงสูง เช่น การจับตัวประกัน การบุกยึดสถานที่ต่างๆ หรือ การป้องกันบุคคลระดับสูง หรือไม่ก็พวกอาชญากรตัวเอ้ ภารกิจของพวกเขาจึงมักจะต้องเสี่ยงภัย เจออันตรายอยู่บ่อยครั้ง
เรื่องเกี่ยวกับการต่อสู้ระหว่างเผ่าพันธุ์ปีศาจ แวมไพร์กับไลแคน (มนุษย์หมาป่า) ที่รบกันมาเป็นศตวรรษแล้ว และสงครามสองเผ่าพันธุ์นี้ก็ทำท่าจะมาถึงจุดแตกหัก เมื่อเซลีน (Kate Beckinsale) แวมไพร์สาวตนหนึ่งเกิดไปรักกับหนุ่มที่มีเชื่อสายไลเคนอย่าง ไมเคิล คอร์วิน (Scott Speedman) ทีนี้ก็ได้วุ่นวายล่ะครับ
เรื่องนี้ผมเข้าไปดูในโรงเลยครับ นั่งจดนั่งจ้องจะไปดูมานานครับ คิดว่าจะชวดซะแหล่ว แต่ก็ฮึดไปดูจนได้ ที่อยากดูก็เพราะมีลุง Steve Martin แสดงนำครับ ซ้ำยังแสดงเป็นพ่อคนอีก อืมม์ ดาราที่แสดงเป็นพ่อนี่ ลุง Steve เป็น 1 ในตองอูเลยครับ เล่นได้ดีและเก่งจนผมต้องมาติดตามหนังของพี่แกทุกเรื่องนี่แหละ
ก่อน Cheaper by The Dozen ก็มีเรื่องนี้แหละครับที่เป็นผลงานร้อยล้านของลุง Steve Martin ครั้งนี้ ลุงแกมารับบทเป็นปีเตอร์ แซนเดอร์สัน ทนายที่หย่าร้างกับเมียและมีลูกติดอยู่ เขาได้ตัดสินใจนัดเจอกับทนายสาวที่เขาพบในอินเตอร์เนท เขาคิดว่าเธอสวย น่ารัก ผิวขาว แต่ผู้หญิงที่มากดกริ่งหน้าบ้านเขาคือ หญิงอ้วน ผิวดำ และเพิ่งแหกคุกมา นามว่าชาร์ลีน (Queen Latifah) … ตายล่ะสิ
ในที่สุดครับ ในที่สุด 2 ไอ้บ้า เอ้ย นักฆ่าแห่งโลกภาพยนตร์ก็ได้มาเจอกันเสียที หลังจากจดๆ จ้องๆ มาตั้งแต่ปี 1987 อย่างที่เคยบอกครับว่า จริงๆ แล้วเจ้าสองปีศาจนี้จะได้มาเจอกันใน Friday the 13th ภาค 7 แต่พอดีทาง Paramount เจ้าของเจสัน (ในขณะนั้น) กับ New Line เจ้าของเฟรดดี้เกิดไม่ลงรอยกัน สองปีศาจเลยไม่ได้เจอกันซะที