พูดแบบไม่อ้อมค้อมครับว่าใครไม่ชอบหนังที่เดินเรื่องช้าแบบกินบรรยากาศไปเรื่อยๆ และไม่มีจุดเร่งเร้าที่ชัดเจนแล้วล่ะก็ หนังเรื่องนี้อาจเข้าข่ายน่าเบื่อสำหรับท่านได้ครับ
พูดแบบไม่อ้อมค้อมครับว่าใครไม่ชอบหนังที่เดินเรื่องช้าแบบกินบรรยากาศไปเรื่อยๆ และไม่มีจุดเร่งเร้าที่ชัดเจนแล้วล่ะก็ หนังเรื่องนี้อาจเข้าข่ายน่าเบื่อสำหรับท่านได้ครับ
หนังเรื่องนี้ดีจริงเจ๋งจริงครับ ไม่ต้องอ่านรีวิวจากที่ไหนทั้งสิ้น อยากแนะนำให้ดูได้เลยครับ
รู้สึกจะเป็นหนังที่มีคนดูแล้วเสียงแตกแบบชัดเจนครับ ที่ชอบก็มีบ้าง ที่ไม่ชอบเลยก็มากอยู่ ส่วนผมอยู่โซนกลางๆ แบบกระเดียดไปทางชอบครับ
คนทำหนังเรื่องนี้ก็ช่างคิดเหลือหลายครับ พล็อตเรื่องมันน่าสนใจมาก การเดินเรื่องเอาเข้าจริงๆ มันไม่ได้หวือหวา แต่มันมีอะไรชวนให้ติดตามตลอดตั้งแต่ต้นจนจบ
แหม ชื่อเรื่องนี่ยาวสิ้นดีเลยนะครับ แต่ต้องยกให้เป็นหนึ่งในหนังที่ตั้งชื่อเรื่องได้ตรงเผงกับเหตุการณ์ในหนังอย่างที่สุด
นี่คือนิยายสืบสวนเรื่องที่ 5 ของ John Grisham นักเขียนนิยายแนวสืบสวน + ขึ้นโรงขึ้นศาลที่ดังสุดขีดในยุคหนึ่งนะครับ บรรดาค่ายหนังสตูดิโอต่างๆ พากันขอซื้อสิทธิ์ไปทำหนังกันจ้าละหวั่น แต่ละเรื่องก็ทำเงินทำทองร้อยล้านทั้งนั้น ไม่ว่าจะ The Firm, The Pelican Brief, A Time to Kill และ The Client มีเพียงเรื่องหลังที่ได้ไม่ถึงร้อยครับ ได้ไปเพียงเฉียดๆ
นี่คือหนังแนวสืบสวนสร้างจากนิยายของ John Grisham เจ้าพ่อนิยายแนวขึ้นศาลและกฎหมายชื่อดัง หลังจากผมเอา The Pelican Brief และ The Chamber มาแนะนำแล้ว ก็ขอตามทบด้วยเรื่องนี้ ที่จัดว่าสนุก เข้มข้น น่าติดตามกำลังดีกว่าสองเรื่องก่อนที่ผมพูดถึงไป
อำนาจคือสิ่งยวนใจที่ดูเหมือนจะยากต่อการต่อต้าน ยิ่งใครมีโอกาสได้มีอำนาจในมือแล้ว มันไม่ใช่เรื่องง่ายที่จะใช้ใจตนควบคุมอำนาจที่ว่านั้น และคนส่วนใหญ่ที่มีอำนาจ ก็มักจะเป็นฝ่ายที่ถูกอำนาจควบคุมบงการเสียแทน
แฟรงค์ มอร์ริสัน (John Travolta) ชายผู้ประกอบอาชีพต่อเรือ เขาเป็นคนดีครับ แต่ชีวิตคู่ไม่ราบรื่นจนต้องหย่ากับซูซาน (Teri Polo) ภรรยาที่รักของเขามาระยะหนึ่งแล้ว แต่เขาก็ยังเป็นพ่อที่น่ารัก และรักลูกชายคนเดียวอย่างแดนนี่ (Matt O’Leary) จนหมดหัวใจ
แวะมาหนังลงแผ่นของพี่ Jean-Claude Van Damme ที่ผมเองก็ไม่ได้สนใจดูหรอกครับ เพราะหมดศรัทธาพี่แกไปนานแล้ว